วิธีผสมเกสร ยิมโน แคคตัส (Gymnocalycium) แบบปาดดอก ตอนดอกหุบ ให้มีเมล็ด ติดฝัก


How_to_Gymno_breeding.jpgข้อดีของการผสมแบบนี้คือ ทำให้มีโอกาสติดฝักสูงขึ้น กว่าการใช้พู่กันเขี่ย และแม้ดอกจะหุบไปแล้วเราก็ยังสามารถผสมเกสรได้
————————–
สิ่งที่มือใหม่!! ควรรู้ก่อนผสมพันธุ์กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร
 >>อ่านเพิ่มเติม<<


— อุปกรณ์ที่ใช้ —

How_to_breeding_4• แหนบก้านยาว
• มีดเล็กสำหรับปาดดอก (ในกรณีผสมสกุลยิมโน) **มีดขนาดเล็ก และคมปาดทีเดียวแล้วหลุดออก เพื่อไม่ให้ก้านดอกช้ำหรือเสียหาย หากเป็นมีดคว้านหรือโค้ง จะง่ายขึ้นเพราะมีลักษณะโค้งรับไปกับดอก


— วิธีผสมเกสรแบบปาดดอก —

How_to_Gymno_breeding5ในกรณีที่ดอกบาน สามารถคีบละอองเกสร ตัวผู้มาใส่ตัวเมียได้เลย

How_to_Gymno_breeding4
แต่ถ้าดอกหุบก็ปาดกลีบดอกออก ตามตำแหน่งในภาพ จะเป็นด้านล่างสุดของกลีบดอกชั้นล่าง

How_to_Gymno_breeding2
หลังจากปาดดอกแล้วก็ผ่าออกเพื่อเอาอับละอองเรณูเกสร
How_to_Gymno_breeding6
เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ


ดูวีดีโอผสมเกสรยิมโนแบบปาดยอด

2562-05-04_1939.png—————————————–

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

How_to_Gymno_breeding

วิธีทำให้กระบองเพชร (แคคตัส) มีเมล็ด ติดฝักโดยผสมเกสร


How_to_cactus_breeding

สิ่งที่มือใหม่!! ควรรู้ก่อนผสมพันธุ์กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร

• กระบองเพชร (แคคตัส) แต่ละสกุล มีเวลาบานของดอกที่แตกต่างกันไป และระยะเวลาในการบานนั้นก็ไม่เท่ากัน บางสกุล บานวันเดียวแล้วฝ่อ หรือบาน 2-3 วัน และเวลาบานมีทั้งบานตอนกลางคืน เช้า กลางวัน ช่วงบ่าย
• บางสกุล สายพันธุ์ สามารถติดฝักได้เอง โดยไม่ต้องผสมเกสร เช่น Notocactus, Melocactus, Frailea
• การผสมเกสรในต้นเดียวกัน อาจจะไม่ติดฝัก หรือมีโอกาสติดน้อยมาก มากกว่าการผสมเกสรแบบคนละต้น
• หากเป็นไม้สกุลเดียวกันแต่คนละสายพันธุ์ สามารถนำมาผสมกันได้ เช่น แอสโตรฯ นูดัม X แอสโตรฯ มายริโอ
• ในต้นๆ หนึ่งสามารถเป็นได้ทั้ง ต้นพ่อ และต้นแม่ โดยการเอาเกสรคู่ตรงข้ามมาเข้ากัน
• ในบางสกุลอย่างยิมโน แม้ดอกจะหุบไปแล้ว ก็สามารถผสมเกสรได้
• วันที่บานมีผลต่อเกสรตัวผู้ตัวเมีย ตัวผู้ หากบานหลายวันมาก ความสมบูรณ์ของเกสรอาจจะลดลง โดยต้องใช้วีธีสังเกต


——- รู้จักกับเกสร ตัวผู้ และตัวเมีย ——-

How_to_breeding_2.jpgในดอก 1 ดอกนั้น เกสรตัวผู้จะมีจำนวนมาก แต่เกสรตัวเมียนั้น จะมี 1 ก้าน
—————————————
ความสมบูรณ์ของเกสรมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ติดฝัก
หากยอดเกสรตัวเมียที่แห้งมาก ไม่มีน้ำเมือกที่เป็นตัวจับเกสรตัวผู้
อาจจะทำให้โอกาสติดน้อยลง  ละอองเกสรตัวผู้ที่เยอะ ยิ่งเป็นผลดี

How_to_breeding_3


——- วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ——- 

How_to_breeding_4.jpg

• พู่กันขนนิ่ม ขนาดกลาง ปลายเล็ก หรือ สำลีปั่นหู
• แหนบก้านยาว
• มีดเล็กสำหรับปาดดอก (ในกรณีผสมสกุลยิมโน) **มีดขนาดเล็ก และคมปาดทีเดียวแล้วหลุดออก เพื่อไม่ให้ก้านดอกช้ำหรือเสียหาย หากเป็นมีดคว้านหรือโค้ง จะง่ายขึ้นเพราะมีลักษณะโค้งรับไปกับดอก


วิธีผสมพันธุ์ กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร

How_to_breeding_5.jpg

     ใช้แหนบดึงปลายเกสรตัวผู้ บริเวณอับละอองเลณู อย่างระมัดระวัง แล้วนำไปใส่ ใส่ในยอดเกสรตัวเมีย หรือจะใช้เป็นพู่กัน สำลีปั่นหู ปั่นเอาแค่ละอองเกสรตัวผู้ ไปปั่นใส่ในยอดเกสรตัวเมีย
ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้แล้วแต่ความถนัดและความเหมาะสม อย่างในกรณีที่เป็นสกุลแมมมิลลาเรียที่มีดอกเล็ก การใช้แหนบดึงเกสรอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับดอกได้ ใช้เป็นพู่กันปลายเล็กๆ ปั่นเกสรจะสะดวกกว่า


จะรู้ได้ยังไงว่า เราผสมเกสรติด ??

How_to_breeding_6
How_to_breeding_7หลังจากผสมเกสร ประมาณ 3 -5 วัน ถ้าก้านดอกที่เราผสมไว้ มีลักษณะพองขึ้น ไม่เหี่ยว หรือฝ่อ ก้านดอกจะเหนี่ยว เอามือเขี่ยเบาๆ ก็ไม่หลุด แสดงว่าผสมติด แต่ถ้าหากก้านดอกเหี่ยว ลองเอามือเขี่ยเบาๆ แล้วหลุดเลย แสดงว่าการผสมเกสรไม่สำเร็จ


หลังจากผสมเกสร นานไหม กว่าจะเก็บเมล็ดได้ ??

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ความสมบูรณ์ สภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ว่าเอื้ออำนวยกับการสุกของฝักขนาดไหน ซึ่งระยะเวลาโดยประมาณ คือ 3-6 อาทิตย์

—————————————–
วิธีผสมเกสรยิมโน แคคตัส (Gymnocalycium) แบบปาดดอก ตอนดอกหุบ
>> อ่านเพิ่มเติมคลิก!! <<
—————————————–

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

How_to_cactus_cactus breeding

ชำหน่อ กระบองเพชร(แคคตัส) ง่ายๆ ด้วยเม็ดดินเผา (Popper)


spilt_cactus

การชำหน่อ กระบองเพชร (แคคตัส) สามารถชำลงในดินปลูก หรือวัสดุอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ดินญี่ปุ่น หินภูเขาไฟ หรือเม็ดดินเผา แต่ข้อดีของการชำด้วยเม็ดดินเผา ก็คือ เรื่องการรักษาความชื้นที่เก็บได้ดี วัสดุโปร่ง ทำให้ควบคุมการให้น้ำได้ง่าย เพราะในช่วงที่ชำหน่อนั้น ไม้ต้องการความชื้นมากกว่า ตอนที่ปลูกตามปกติ เพื่อกระตุ้นในรากนั้นงอกออกมาง่ายและเร็ว

การชำหน่อด้วยเม็ดดินเผา สามารถทำได้โดยใช้เม็ดดินเผา ล้วนหรือจะผสมกับหินภูเขาไฟ เบอร์ 00 ได้ทั้ง 2 แบบ

สิ่งที่ต้องระวังและดูแลในการชำแบบนี้คือ

  • การรักษาความชื้นและแสงแดดให้เหมาะสม
  • หน่อที่นำมาล่อรากควรจะต้องสมบูรณ์
  • หลังจากเด็ดหน่อมากแล้ว ควรพักไว้สัก 2-3 วันก่อน นำมาชำเพื่อให้แผลที่เด็ดมากนั้นปิดและแห้ง เพื่อป้องกันการเน่า

วิธีการชำหน่อ
     หลังจากผึ่งหน่อไว้จนแผลที่เด็ดแห้งแล้ว ก็นำมาใส่ในเม็ดดินเผา ที่มีหินภูเขาไฟผสมเล็กน้อย หรือจะเป็นเม็ดดินเผาล้วนโดยนำภาชนะก้นปิด ไม่มีรู ใส่ลงไปให้สูงจนเต็มภาชนะ หลังจากนั้นใส่น้ำไว้ครึ่งหนึ่งของภาชนะ ควรเป็นภาชนะที่ใส เพื่อจะได้มองเห็นระดับน้ำ
นำต้นไม้วางลงบนเม็ดดินเผาให้รากฝั่งลงไป และยกโคนต้นให้เหนือเม็ดดินเผา ความชื้นจะค่อยๆ ระเหย หมั่นค่อยเติมน้ำเมื่อแห้ง ระดับน้ำครึ่งหนึ่งของภาชนะเหมือนเดิม เลี่ยงการวางกลางแดด วางไว้ที่แดดอ่อนๆ หรือชายคาบ้าน

spilt_cactus2.jpg เมื่อชำหน่อไปได้สักระยะ จนเห็นว่า ยอดเดินแล้ว เป็นสัญญาณบอกว่า ไม้นั้นมีรากงอกออกมาแล้ว สามารถนำไปปลูกลงดินปลูกกระบองเพชรได้ตามปกติ 

spilt_cactus3.jpg

ในการนำไปปลูกควรจะต้องระวังและเบามือ เพื่อป้องกันไม่ให้รากที่งอกออกมานั้นขาด และต้องนำลงปลูกทันทีที่นำออกจากการชำราก เพราะรากนั้นยังอ่อนแอ อาจจะทำให้รากแห้งและต้นขาดน้ำได้

spilt_cactus4.jpg

ข้อดีของการชำหน่อด้วย เม็ดดินเผา หรือป๊อบเปอร์ คือ เราไม่ต้องรดน้ำบ่อย เพื่อรักษาความชื้น และรากจะมาค่อนข้างเร็ว สามารถนำมาใช้ซ้ำๆ ได้หลายครั้ง หลังจากใช้เสร็จ ก็นำพึ่งแดดให้แห้งสนิทและเก็บไว้ใช้งานได้อีก หรือจะทำเป็นถาดแช่ไว้ เมื่อมีหน่อก็สามารถนำมาชำต่อได้เรื่อยๆ
แต่ข้อที่ด้อยกว่าการชำลงดินคือ ในการชำลงดินนั้นรากอาจจะมาช้ากว่าเม็ดดินเผา แต่รากจะแข็งแรง และปลูกต่อได้เลย โดยไม่ต้องย้ายมาลงปลูกใหม่

หลังจากนำไม้ลงปลูกแล้วก็ดูแลเหมือนการปลูกต้นไม้ทั่วไป
>> การดูแล กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ หลังจากการเปลี่ยนกระถาง <<

spilt_cactus5.jpg

หลังจากดูแลเลี้ยงดู ใส่ปุ๋ยบำรุง ได้รับแสงแดดที่เพียงพอ เจ้าหน่อเล็กก็พร้อมออกดอก แต่หน่อต่อไป 
————————————-

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

spilt_cactus

การวางใบ ชำใบ เพื่อขยายพันธุ์ ไม้อวบน้ำ กุหลาบหิน ซัคคิวเลนท์ ( Succulent )


paste_leaf
     การขยายพันธุ์ ไม้อวบน้ำ กุหลาบหิน ซัคคิวเลนท์ ( Succulent ) สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการ เพาะเมล็ด ปาดยอด วางใบหรือชำใบ  วิธีที่ทำได้ง่าย ได้จำนวนเยอะ ก็คือ การวางใบ เป็นการขยายพันธุ์ที่ ไม่ยุ่งยากและซับซ้อน ใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่เยอะ ใช้เหมือนการปลูก คือ ดินปลูก วัสดุรองก้นกระถาง และก็ภาชนะที่ใช้วางใบ ซึ่งนิยมเป็นลักษณะทรงถาด เพราะใส่ได้จำนวนมาก กล่องพลาสติกอาหารที่ไม่ได้ใช้แล้ว สามารถนำมาล้างให้สะอาด เจาะรูระบายน้ำ ก็ใช้ได้ดี ประหยัด และช่วยลดขยะได้ด้วย 

     ลักษณะใบที่จะทำมาวาง ควรจะเป็นใบที่ยังสมบูรณ์ ไม่เหี่ยวแห้ง ขั้วใบยังสดอยู่ หรือในกรณีที่ต้น เริ่มทิ้งใบ ใบทีร่วงนั้น สามารถนำมาวางใบได้ หรือในกรณีที่สั่งไม้มาจากทางเว็บ แล้วกลีบใบหลุดร่วงก็สามารถนำมาวางใบได้เช่นกัน

ขั้นตอนการวางใบ ชำใบ ของ #Mini3garden

1. ใช้วัสดุรองก้นกระถาง เพื่อช่วยให้น้ำระบายได้ดี
2. ใส่ ดินปลูกไม้อวบน้ำ
3. วางใยมะพร้าวเพื่อช่วยรักษาความชื้นให้เหมาะสม แล้วโรยทับด้วยดินปลูก ใยมะพร้าวจะช่วยรักษาความชื้นได้ดีทำให้รากมาไว้ขึ้น แต่ถ้าหากไม่มีไม่จำเป็นต้องใช้ ใช้เป็นการวางบนดินปลูกได้เลย 

4. โรยวัสดุโรยหน้ากระถาง ด้วยหินภูเขาไฟ ช่วยให้เวลารดน้ำ ดินไม่กระเด็น และล่อรากให้มาเร็วขึ้น หรือถ้าไม่มีจะวางบนดินปลูกเลยก็ได้
5. วางใบและเว้นระยะให้พอเหมาะ รดน้ำให้ชุ่ม เป็นอันเสร็จ

paste_leaf3.jpg
ใส่ใยมะพร้าวเพิ่มช่วยรักษาความชื้นให้พอเหมาะ
paste_leaf4
โรยด้วยดินทับแล้ววางใบ ในกรณีที่ไม่มีหินภูเขาไฟ
paste_leaf5.jpg
ใส่ด้วยดินทับ แล้วโรยด้วยหินภูเขาไฟ แล้ววางใบ

นานไหมกว่ารากและต้นใหม่จะงอกขึ้นมา ??

paste_leaf6.jpg

ราวๆ 1 สัปดาห์โดยประมาณ ก็จะมีรากงอกออกมาจากขั้วใบ และต้นจะค่อยๆ งอกและโต โดยการงอกช้าเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยไม่ว่า ความสมบูรณ์ของใบที่ใช้วาง ดินมีคุณค่าทางอาหารครบ อุณหภูมิแวดล้อมที่เหมาะสม

การดูแลในระหว่างที่วางใบ ชำใบ

     ควรรักษาความชื้นให้เหมาะสม แต่ไม่แฉะและไม่มีน้ำขัง เป็นที่ที่มีแดดอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง แดดเป็นแดดร่ำไร ไม่ควรวางกลางแจ้ง อากาศถ่ายเทได้ดี การรดน้ำก็เหมือนต้นไม้ทั่วไป การใช้สเปรย์ฉีดสามารถทำได้ แต่ข้อเสียคือ อาจจะต้องทำบ่อยๆ ถ้าฉีดน้ำปริมาณน้อยไปดินอาจชื้นไม่พอ รากอาจจะไม่ออก หรือใบอาจจะฝ่อได้
ข้อควรระวังที่สำคัญคือ ในระหว่างที่วางใบ ไม่ควรหยิบจับตัวใบมาดูบ่อยๆ เพราะรากค่อนข้างอ่อนแอ อาจทำให้รากเสียหายได้

paste_leaf7.jpg

หลังจากโตและรากเดินดีแล้ว เราก็ทำการแยกกระถางไปเลี้ยงเดียว ขั้นตอนนี้ควรเบามือ เพราะรากอาจจะได้รับการกระทบกระเทือนได้ วิธีก็เหมือนการปลูกไม้อวบน้ำ

paste_leaf8.jpg

paste_leaf10.jpg

ในระหว่างนี้ก็ยังเลี้ยงแดดร่ำไร จนกว่าเขาจะเริ่มแข็งแรง ก็จะค่อยฝึกออกแดดที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และเลี้ยงตามปกติ

paste_leaf9.jpg

paste_leaf11.jpg

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button


paste_leaf

ล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง : รีวิว วัสดุใช้ล่อราก (Gymnocalycium Variegata)


Review-create_new_root_01

     ในการ “ล่อราก” หรือ ชำหน่อยิมโนด่างนั้น จะค่อนข้างยาก กว่าการล่อรากยิมโนที่ไม่ด่าง และสายพันธุ์อื่น ด้วยความที่เขามีสีที่ด่าง หรือสีเขียวน้อย ทำให้การสังเคราะห์แสง เพื่อเจริญเติบโตจงค่อนข้างยาก บางคนถึงนิยมนำไป “กราฟ” เพราะจะช่วยทำให้ไม้โตไวขึ้น

โดยปกติ การล่อราก สามารถทำได้ทั้งแบบ ระบบเปิด และระบบปิด ซึ่งมีข้อดีเสียแตกต่างกันไป
การล่อรากในระบบปิด เสี่ยงต่อการเน่า หรือขึ้นรา การล่อรากแบบเปิด ก็เสี่ยงต่อการที่หน่อฝ่อ รากไม่ออก
—————

สิ่งสำคัญในการล่อรากแบบปิด โดยไม่ใช้ยาเร่งราก หรือยากันรา

• หน่อที่นำมาล่อราก หรือชำหน่อ แผลต้องแห้งสนิท ไม่ฉะนั้นอาจจะทำให้เกิดการเน่า
แนะนำให้นำหน่อไปตากแดดอ่อนๆ จะช่วยสมานแผล และฆ่าเชื้อโรคได้
• ภาชนะที่ใช้ หรือวัสดุที่ใช้ควรจะต้องมีความสะอาดเพื่อป้องกันการเกิดรา
• อุณหภูมิที่เหมาะสม อากาศควรถ่ายเทได้ดี แสงแดดที่พอเพียง เป็นช่วงแดดเช้า
หรือแดดร่ำไร ประมาณ 40% ห้ามวางในที่ที่อากาศร้อนอบอ้าว หรืออุณหภูมิสูง
• ไม่ควรเคลื่อนย้าย หรือเปิดดูบ่อยๆเพราะอุณหภูมิที่แตกต่างกันมากระหว่างภายในกับภายนอก
อาจจะมีผลกับต้น และการยกดูบ่อยๆ จะเป็นการรบกวน ทำให้รากออกช้า หรือไม่ออก
—————

ขั้นตอนการล่อราก หรือชำหน่อแบบปิด นั้นง่ายมาก

เพียงแค่ใส่วัสดุที่เราใช้ล่อราก 1/3 ของภาชนะที่เราใช้ล่อราก พรมน้ำให้ชุ่ม แล้ววางหน่อของเราไว้บนวัสดุล่อราก โดยไม่ต้องกดหรือฝังแค่วางไว้เฉย หลังจากนั้นก็ปิดฝาให้สนิท คำแนะนำ ภาชนะที่จะนำมาใช้ล่อรากควรเป็น ภาชนะที่รับแสงได้ดี ไม่ควรทึบ หรือแสงเข้าถึงยาก


วัสดุที่เรานำมารีวิวในการล่อราก หรือชำหน่อ ยิมโนด่าง มีดังนี้

•เม็ดดินเผา •เพอร์ไลต์จิ๋ว •ดินอคาดามะ •หินภูเขาไฟ ทีพีไอ •ดินปลูก #mini3garden

โดยมีการนำวัสดุมาผสมกันด้วย
ระยะเวลาที่ใช้คือ 25 วัน
ล่อราก หรือชำหน่อ แบบไม่ใช่ยาเร่งราก และยากันรา

**ปัจจัยที่อาจจะทำให้ได้ ผลผลลัพธ์แตกต่างคือ • สี ความด่าง มาก น้อย • ขนาด และความสมบูรณ์ ของหน่อ
การทดลองนี้ถือว่า 70% สามารถนำมาตัดสินใจใช้วัสดุ แต่ละประเภท และทดลองต่อไป

Review-create_new_root_02

Review-create_new_root_09

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้ ดินปลูก #mini3gardenReview-create_new_root_03

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • ดินอคาดามะ ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ Review-create_new_root_04

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • เพอร์ไลต์จิ๋วReview-create_new_root_05

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอReview-create_new_root_06

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • หินภูเขาไฟ ทีพีไอReview-create_new_root_07

สรุปผลการใช้วัสดุล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง แต่ละชนิด

Review-create_new_root_08

    —————————-

Review-create_new_root_10

หลังจากการล่อรากเสร็จแล้วก็คือ ขั้นตอนการในไปปลูกในดินปลูกแบบปกติต่อไป โดยไม่ต้องตัดแต่งราก หรือดึงวัสดุที่ติดอยู่กับรากออก เพราะรากที่ล่อ หรือชำนั้นค่อนข้างบอบบาง ไม่ควรมีการกระทบกระเทือนแบบรุนแรง เพราะอาจจะทำให้รากตายได้ จึงต้องควรเบามือ และใช้ความระมัดระวัง การปลูกก็ใช้ดินที่มีความชื้นอยู่ในตัว หลังจากปลูกเสร็จก็สเปรย์น้ำเล็กน้อย และวางไว้ในที่ๆ แดดร่ำไร ไม่ร้อน ให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว หลังจากผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ รากก็จะเดินดีแข็งแรง และถ้าหากสังเกตว่า ยอดเริ่มเดินแสดงว่า ระบบรากนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ค่อยนำไปเทรนแดด เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของแสง และเลี้ยงตามปกติได้เลย

Review-create_new_root_11

การรีวิวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการฟันธงว่า วัสดุใดดีกว่ากัน แต่เป็นการทดลองเพื่อให้เห็นผลลัพธ์
โดยจะต้องมีการทดลองซ้ำกันหลายครั้งเพื่อเก็บสถิติที่ดีที่สุด
แต่อยากจะให้เป็นไอเดียในการเลี้ยงหรือปลูกต้นไม้ ว่าเรานั้น สามารถทดลองเพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีสุด
“การเกษตร ก็คือการทดลอง บันทึก และนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อต่อยอดให้ดีขึ้นไปอีก”
อยากให้ทุกคนสนุกกับการเลี้ยงต้นไม้นะคะ 😄
—————————-
สามารถติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่

www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

 

Review-create_new_root_02

 

เพาะเมล็ดแคคตัส (กระบองเพชร)


cactus_seeding.jpg

การเพาะเมล็ดแคคตัสนั้น สามารถทำได้ 2 รูปแบบคือ ระบบเปิด และระบบปิด
แต่ที่นิยมคือ ระบบปิด เพราะง่ายต่อการดูแล ไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ และก็อัตราการรอดก็ค่อนข้างสูงกว่าระบบเปิด ที่อาจจะมีการฝ่อ หรือยุบตัวในกรณีที่ความชื้นไม่เพียงพอ หรืออาจจะโดนรบกวนจากแมลงหรือสัตว์ต่างๆ

แล้วการเพาะระบบปิด ควรจะต้องใช้อุปกรณ์ หรือวัสดุอะไรบ้าง ??

การเพาะเมล็ดแบบปิด ก็สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่ในแบบของ mini3garden จะเป็นแบบไม่ใช้ยากันรา และไม่ต้องมีกระถาง หรือวัสดุรองก้นกระถาง ใช้เพียงแค่

  • ดินเพาะเมล็ด โดยส่วนใหญ่นิยมใช้พีทมอส หรือแล้วแต่ละสูตรของแต่ละบุคคล
  • กล่องใสที่สามารถรับแสงได้ดี

และคำถามที่พบบ่อยคือ การเพาะเมล็ดจำเป็นจะต้องใช้ยากันเชื้อราไหม??

จริงๆ แล้วจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่การเพาะแบบ mini3garden ไม่ต้องใช้ยากันรา เพียงแค่

  • ต้องนำดินเพาะเมล็ด ตากแดดก่อนปลูกเพื่อเป็นการช่วยฆ่าเชื้อ
  • ล้างเมล็ดให้สะอาดพอ
  • ไม่เปิดดู บ่อยๆ เพราะการที่เปิดดูนั้น เมื่ออุณหภูมิจากภายนอกเข้าไป ถ้าอุณหภูมิมีความต่างกันมากระหว่างด้านในและนอกกล่องเพาะ อาจทำให้เกิดเชื้อราได้ ถ้าอยากเปิดดูแนะนำว่าให้เปิดในช่วงที่อุณหภูมิ ไม่ต่างกันมากกับอุณหภูมิในกล่อง เช่น เช้ามืด หรือ ช่วงค่ำๆ
  • ไม่ใช่ส่วนผสมอาจจะมีแบคทีเรีย การใช้พีทมอส จะไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องรา เพราะพีทมอสเป็นวัสดุปลูกที่สะอาด และเหมาะกับการเพาะกล้า เพาะเมล็ด
  • วางกล่องเพาะไว้ในที่ๆ อากาศถ่ายเท แสงแดดเหมาะสม

วิธีใช้งานชุดเพาะเมล็ด mini3garden

cactus_seeding2.jpg

  1. แกะดินเพาะออกจากถุง ใส่กล่องตามปริมาณที่ใส่ในถุง ต่อ 1 กล่อง แล้วปิดฝาและนำไปตากแดดทั้งกล่อง วิธีนี้จะเหมือนเป็นการใช้ความร้อนนึ่งดิน

cactus_seeding3.jpg
2. ตากไว้ในที่ที่แดดแรง แดดจัด เป็นเวลา 1-2 วัน กล่องจะมีไอน้ำเกาะ ให้เปิดฝาเอาไอน้ำที่เกาะออก เสร็จแล้วเปิดฝาทิ้งไว้นำดินก็เอามาผึ่งให้แห้ง ลดอุณหภูมิดินให้ปกติแล้ว นำไปเพาะเมล็ด


ขั้นตอนการเพาะเมล็ดแคคตัส

  1. เทน้ำสะอาดใส่ดินที่อยู่ในกล่อง ปริมาณน้ำให้ท่วมหน้าดิน ทิ้งไว้สัก 10 นาที ให้ดินเพาะได้ดูดน้ำจนชุ่ม และเช็คอีกครั้งว่าดินชื้นพอหรือยัง หากดินยังแห้งอยู่ให้สเปรย์น้ำเพิ่ม ดินไม่ควรมีน้ำขังแต่ควรมีความเปียกชุ่ม
  2. นำเมล็ดที่เตรียมไว้ วางบนผิวดิน หลังจากนั้นกดเมล็ดลงไปในดินเพาะเล็กน้อย
  3. ปิดฝาให้สนิทและนำไปวางไว้ในที่แสงแดด ประมาณ 30-40% หรือแดดรำไร

ข้อควรระวังและสังเกตในการเพาะเมล็ด

  • ความชื้นในกล่อง หากดินแห้งเกินไปให้สเปรย์น้ำเพิ่มความชื้น ควรรักษาความชื้นของดินให้เหมาะสมและต่อเนื่อง แต่ถ้าหากเรากะปริมาณน้ำให้พอดีตั้งแต่การเพาะ ไม่จำเป็นต้องเปิดฝาเติมน้ำอีกเลย
  • อย่านำกล่องที่เพาะเมล็ดแล้ววางในที่ๆ แสงแดดแรง อาจจะเกิดตะไคร่น้ำมากเกินไป หรืออาจแดดจะทำต้นอ่อนฝ่อ หรือสุกได้

cactus_seeding4
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 5 วัน

หลังจากเพาะเมล็ด ประมาณ 5-10 วัน ก็จะมีต้นอ่อนงอกออกจากเมล็ด อัตราการงอกจะมีปริมาณมากน้อย นั้นก็ขี้นอยู่กับความสมบูรณ์ของตัวเมล็ดเอง และการงอกช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ

cactus_seeding5.jpg
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 30 วัน

พอหลังจากต้นอ่อนค่อยแข็งแรงและเติบโตแล้วประมาณ เดือนที่ 4-5 ก็ค่อยเพิ่มๆ ความเข้มข้นของแสงแดด เพื่อเป็นการให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว

cactus_seeding6
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 5 เดือน ต้นอ่อนเห็นเป็นรูปร่างชัดขึ้น

สนใจสั่งชุดเพาะเมล็ดแคคตัสแบบปิด #mini3garden

  • กล่องขนาดใหญ่เพาะเมล็ดได้จำนวนเยอะ
  • กล่องสี่เหลี่ยมช่วยประหยัดพื้นที่ในการวาง
  • สามารถมองเห็นการเจริญเติบโตของเมล็ดข้างในกล่องง่าย
  • กล่องแข็งแรงทนทานไม่ยุบตัวง่าย สามารถล้างให้สะอาดและนำมาใช้ซ้ำได้อีกหลายครั้ง
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ยากันรา แค่ใช้วิธีการนำดินไปตากแดดก่อนเพาะ


cactus_seeding7.jpg

ใน 1 ชุดเพาะเมล็ดของ #mini3garden ประกอบด้วย
• ดินเพาะเมล็ดแคคตัส ที่ผสมเสร็จพร้อมใช้
• กล่องเพาะ ขนาด15x15x6.5 ซม.
• ป้ายแท็ก
———
ดินเพาะเมล็ดของเราไม่มีส่วนผสมเคมีอันตรายหรือยากันรา เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้
และวิธีป้องกันการเกิดเชื้อราแนะนำให้นำดินไปตากแดดก่อนใช้งาน

1 เซต มีจำนวน 3 ชุด

** ราคาสินค้าไม่รวมค่าจัดส่ง

ราคา 100 บาท

สั่งซื้อผ่าน Facebook2156556Linebutton


รีวิวจากคุณลูกค้า ที่ใช้ชุดเพาะเมล็ดของเราค่ะ ☺

CUSTOMER_REVIEW63

 

cactus_seeding