กระบองเพชร รากเสีย รากตาย แก้ได้ง่ายๆ ได้รากใหม่ ต้นกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม


Re-cacutus-root
บ่อยครั้งที่เรารับต้นใหม่เข้าบ้าน ทำให้เราไม่รู้ประวัติของต้นก่อนจะมาถึงเรา และไม่ทราบสาเหตุ ที่ทำให้เรานำไม้มาปลูกแล้วเกิดปัญหา ต้นไม่โต รากไม่เดิน หรือแย่สุดคือ รากเน่าจนกินเข้ามาจนถึงแกนต้น และเน่าลามจนเกิดเยี่ยวยา

แต่ข้อสันนิษฐาน คือ ให้สังเกตไม้ก่อนนำเข้าบ้านว่า มีลักษณะสมบูรณ์หรือไม่ รากยังขาวแข็งแรงไม่เหี่ยวแห้ง ต้นไม่มีอาการนิ่ม หรือฝ่อบริเวณโคน เพราะอาการเหล่านี้ สามารถบ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมหรือการเลี้ยงก่อนหน้านี้ได้ว่า อาจจะได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรือ ถ้าเป็นไม้ที่ถอดรากมา จะไม่เห็นสภาพของดินเดิม ก็อาจจะทำให้ยากต่อการประเมิน อาจจะต้องใช้วิธีทดลองปลูกก่อน และถ้าในระยะเวลา หลังจากปลูก ราว 2 สัปดาห์แล้ว ต้นยังไม่มีการฟื้นตัวใดๆ ยอดไม่เดิน และเมื่อรื้อรากมาดู รากก็ไม่เดินหรือ งอกใหม่ อาจจะตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่า รากเก่านั้นอาจจะมีปัญหา ไม่ว่าจากการขาดน้ำมานาน หรือโดนโรค และแมลงรบกวน

วิธีแก้แบบที่จะสามารถลดอัตราการตายหรือสูญเสียได้ อีก 1 วิธี คือ การตัดรากเดิมทิ้งทั้งหมดและกระตุ้นให้เขาสร้างรากใหม่ขึ้นมาทดแทน

ซึ่งในการเปลี่ยนกระถางเราจะนิยมตัดแต่งรากกันอยู่แล้ว แต่จะต่างกับในลักษณะนี้ เพราะจะเป็นการตัดจนกุดและเลี้ยงรากใหม่แทน

Re-cacutus-root333

วัสดุ / อุปกรณ์ที่ใช้

– เม็ดดินเผา ( Popper)
– กระถาง
– ถาดหล่อน้ำ
วัสดุเสริม ที่อาจจะใส่เพิ่ม แต่ถ้าหากไม่มีก็ไม่เป็นไร
เช่น – วิตามินบำรุงแบบผสมไปกับน้ำ – ปุ๋ยอินทรีย์บำรุง
ที่ร้านจะไม่ใช้เคมี เลยจะใช้เป็นก้อนฟอสเฟตที่เกิดจากการตกผลึกของมูลค้างคาวในถ้ำจนจับตัวเป็นก้อน ซึ่งจะมีแร่ธาตุ และสารอาหารอยู่ในตัวเยอะ ช่วยกระตุ้นการเกิดรากใหม่ได้ดี

ขั้นตอนการทำ

1. ตัดรากจนถึงโคนต้น และให้มั่นใจว่า ต้นยังไม่ได้มีอาการเน่า เพราะถ้าหากมีอาการเน่า และลามถึงต้นแล้วนั้น จะไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้
2. วางทิ้งไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท อาจจะมีแสงแดดอ่อนๆ ส่องในช่วงเช้าๆ เพื่อเป็นตัวช่วยให้เแผลที่ตัดแห้งเร็ว และจะช่วยฆ่าเชื้อด้วยไปในตัว สัก 4- 7 วัน ทั้งนี้ระยะนั้นขึ้นอยู่กับสถานที่และสภาพแวดล้อมที่วาง
3. หลังจากแน่ใจแล้วว่าแผลแห้งสนิท ให้นำเม็ดดินเผาใส่กระถาง และอาจจะมีวัสดุเสริมที่เป็นตัวบำรุงเพิ่มผสม นำต้นวางไว้ด้านบน แล้วนำต้นวางลงบนเม็ดดินเผา
4. ใส่น้ำหล่อสักประมาณ 1 ซม. จากก้นกระถาง วางไว้ในที่ๆ มีแสงร่ำไร ชายคาบ้าน หรือแดดเช้า ห้ามนำไปตากแดดโดยตรง
5. ค่อยหมั่นเติมน้ำเมื่อน้ำแห้งอยู่เสมอ

Re-cacutus-root.222jpg

คำถามที่ตามมา

• นานไหมกว่ารากจะงอกออกมาใหม่???
จากการทดลองกับหลายสายพันธุ์และหลายชนิด พบว่า ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ด้วย บางสายพันธุ์ อาจจะใช้เวลา เพียง 1 สัปดาห์ บางสายพันธุ์อาจจะใช้ระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ และอีกปัจจัยคือ สภาพแวดล้อมที่ใช้วางนั้นเอื้อต่อการสร้างรากใหม่หรือไม่ รวมทั้งความแข็งแรงของต้น หากต้นมียังมีพลังงานสะสมไว้ในตัวเองเยอะ ก็ยิ่งจะทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว และทำให้รากงอกเร็วขึ้นด้วย

• หลังจากที่มีราก นานไหมกว่าจะนำมาลงปลูกใหม่???
ให้สังเกตและดูความสมบูรณ์ของรากเป็นหลัก ควรมีความยาวอย่างน้อย 1.5 -2 ซม. และมีรากแก้วที่แข็งแรงแล้ว ถึงจะนำมาปลูกลงดินได้

• แล้วปลูกเหมือนการปลุกทั่วไปเลยไหม ???
วิธีการปลูกเหมือนกับต้นไม้ทั่วไป แตกต่างตรงที่หลังปลูกให้รดน้ำพอชุ่มๆ ทันที เพื่อรักษาความชื้นให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิมที่เคยอยู่ตอนที่ล่อราก และก็ให้รดน้ำครั้งต่อไปเมื่อดินแห้งตามที่เลี้ยงปกติ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับผู้ที่ประสบปัญหา การลงปลูกแล้วรากไม่เดิน หรือ รากตาย จากการขาดน้ำมานาน หรือโรค แมลงรบกวน

——————————————-
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำได้ที่
www.Facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

Re-cacutus-root

“แสงแดด” กับการเลี้ยงกระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ


light_n_cactusคำถามสำหรับคนที่เลี้ยงกระบองเพชร ไม้อวบน้ำ ตามมานอกเหนือจากการให้น้ำ  ก็คือเรื่อง “แสงแดด”
ที่เป็นปัจจัยหลักสำคัญอีกอย่างในการเลี้ยงและปลูกพืชวงศ์นี้ เพราะด้วยถิ่นกำเนิดที่มาจากพื้นที่แห้งแล้ง ทะเลทราย ที่มีแสงแดดส่องตลอดยาวนานทั้งวัน ตัวเขาเองจึงต้องการแสงแดดมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ
       แต่แสงแดดที่ต้องการนั้น ก็ยังมีระดับความเข้มข้นแตกต่างกันตามสายพันธุ์อีกด้วย ฉะนั้นหากจะเลี้ยงหลากหลายสายพันธุ์ ก็ควรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในความต้องการแสงของแต่ละสายพันธุ์ เพราะในบางสายพันธุ์ เมื่อขาดแสง หรือได้ไม่เพียงพอ อาจจะมีผลกับลักษณะฟอร์มของต้น สี หรือแว็กซ์ที่เคลือบผิว

light_n_cactus2.jpg
ต้นนี้เคยถูกเลี้ยงในที่แสงน้อย ก่อนหน้านี้ฟอร์มคริสจะไม่ชัด ยืดยาว ไม่บิดเป็นเกลียว หลังจากปรับแสงฟอร์มต้นก็จะสวยขึ้น สีที่เป็นเอกลักษณ์ของตอบลูที่เป็นสีฟ้าและผิวแว็กซ์ก็เห็นเด่นชัด
light_n_cactus3.jpg
หลังจากพักฟื้น นำมาเทรนแดดใหม่ ผิวแว็กซ์ก็เพิ่มขึ้น
light_n_cactus4.jpg
หากเป็นไม้ที่ฟอร์มเสีย อาจจะต้องใช้ระยะเวลานาน กว่าที่ไม่จะไล่ฟอร์มกับมาใหม่

แล้วถ้าสถานที่ไม่อำนวย ไม่มีแสงตลอดวันจะเลี้ยงได้ไหม ?? 

คำตอบคือ ได้ แต่ก็จะส่งผลตามมาหลายๆ อย่าง อาทิเช่น การเจริญเติบโตที่ช้า ฟอร์มของต้นอาจจะไม่สวยตรงตามลักษณะสายพันธุ์ โอกาสเกิดโรคบางประเภทจะสูงกว่า การที่เลี้ยงแล้วให้ออกดอกจะมีโอกาสน้อย

แล้วแสงแดดแค่ไหนถึงพอที่จะเลี้ยงได้ ??

ถ้าสถานที่พร้อม มีที่รับแสงได้ยาวตลอดวัน ไม่ว่าสายพันธุ์ไหนก็สามารถเลี้ยงได้ แค่ปรับแสงให้เหมาะสมตามสายพันธุ์ แต่ถ้าเป็นใต้อาคาร บ้านเรือน มีแดดส่องไม่นาน อาจจะต้องเลือกสายพันธุ์ที่ ไม่มีผลกระทบเยอะเมื่อได้รับแสงน้อย  ชั่วโมงแดดอย่างน้อย ควร 3-4 ชม. / ต่อวัน ในกรณีที่สถานที่ไม่เอื้ออำนวย

44471222_1896431320652281_4001413604237639680_n
กระถางนี้เลี้ยงใต้ชายคาบ้าน ได้รับแสงเช้า 3-4 ชม. ต่อวัน ยังสามารถเลี้ยงได้ปกติ แต่การเจริญเติบโตอาจจะช้า

แล้วมีวิธีแก้ในการเลี้ยงที่แสงแดดไม่พอหรือไม่ ??

โดยส่วนมากก็จะนิยมยกนำไปวางในสถานที่ที่มีแสง หรือถ้าเป็นชายคาบ้าน อาจจจะต้องคอยหมุนตำแหน่งการวางเผื่อให้ต้นได้รับแสงทั่วทุกด้าน และในช่วงที่ฤดูเปลี่ยน แสงจะเปลี่ยนทิศ ตรงที่ที่วางเคยได้แดดอาจจะไม่มีแสง หรือแสงแรงเกินไป ควรต้องหาสถานที่วางใหม่ๆ ให้เหมาะสม
และในกรณีที่ยกไม้ไปตากแดดเพื่อรับแสง ก็มีข้อต้องระวังคือ อากาศที่เปลี่ยนแปลงกระทันหัน อาจจะทำให้ต้นไม้ปรับตัวไม่ทัน หรือถ้าหากพึ่งรดน้ำใหม่ๆ ควรงดยกไปตากแดดจัด เพราะจะมีน้ำขังอยู่ในดินเยอะ เมื่อเจออากาศร้อน จะเป็นเหมือนน้ำร้อน ที่จะต้มต้นไม้เราได้
และอีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้ก็คือ ใช้เป็นการเลี้ยงด้วยหลอดไฟ เฉพาะที่มีแสงเข้มข้น เพื่อทดแทนแสงจากดวงอาทิตย์

สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญของการเลี้ยง คือ การคอยเฝ้าสังเกต เพราะแสงแดดในแต่ละฤดูก็มีความแตกต่างกัน บางช่วงหน้าร้อน ตรงที่เคยวางแดดอาจจะแรงจนต้นไหม้ได้ หรือยิมโนบางต้น บางสายพันธุ์ สามารถเลี้ยงแดดแรง แดด100% ได้ แต่บางต้นนั้นอาจจะไม่สามารถทนแดดแรงได้ ผิวอาจจะแห้งกร้าน ทำให้เม็ดสีที่ผิวกระดำกระด่าง และความเข้มข้นแสงสถานที่เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรือน หรือเปิดโล่งไม่พรางแสง ก็สามารถเลี้ยงได้ แต่ควรต้องเทรนแดดให้ไม้ค่อยๆได้ปรับตัวหลังจากการปลูก และดูตามความเหมาะสมของสายพันธุ์

“ขอแค่เข้าใจลักษณะสายพันธุ์ และปรับให้เขากับความเอื้ออำนวยของสถานที่
เพียงเท่านี้เรา และต้นไม้ก็จะมีความสุขไปด้วยกันได้” 

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpg
all_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

light_n_cactus

เลี้ยงกระบองเพชร (แคคตัส)ยังไง ให้ออกดอก?


cactus_flower.jpgปัจจัยที่จะทำให้ กระบองเพชร หรือ Cactus (แคคตัส) ออกดอกมีหลายอย่าง

ถ้าหากจะเลี้ยงให้ออกดอกนั้น มีปัจจัยหลายด้าน สภาพแวดล้อม และการดูแลที่เหมาะสม ถ้าขาดองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็อาจจะทำให้ต้นไม่สมบูรณ์และออกดอกได้

• สายพันธุ์ ฤดูกาล และอากาศ

สายพันธุ์ของกระบองเพชรนั้นมีหลากหลาย ในแต่ละสายพันธุ์นั้นก็ออกดอกถี่ มากน้อยแตกต่างกัน ซึ่งปัจจัยหลักที่จะทำให้เขาออกดอก คือ ฤดูกาล หากเป็นฤดูที่ตรงช่วงออกดอกนั้น จะมีโอกาสออกได้บ่อยและมีปริมาณเยอะ หรือบางสายพันธุ์ออกดอกต่อเนื่องทั้งปี มีดอกมากน้อยตามฤดูกาล

บางสายพันธุ์ออกเป็นช่วงฤดูกาล หากหมดฤดูที่เป็นช่วงออกดอกแล้ว ก็จะไม่ค่อยมีดอกและพักตัว โดยส่วนมากจะพักตัวในช่วงฤดูหนาว เช่น สกุลยิมโน (Gymnocalycium) แอสโตร (Astrophytum) และจะมีดอกอีกครั้งในฤดูร้อน ส่วนพวกที่มีดอกเรื่อยๆ เช่น สกุล แมม (Mammillaria) จะมีดอกให้เห็นทั้งปี แต่จะมีช่วงที่ฟอร์มสวย และดอกสมบูรณ์มากสุดคือ ฤดูหนาว

• อายุของต้น และความสมบูรณ์

ถ้าเริ่มเลี้ยงจากต้นเล็ก อาจจะต้องรอและใช้ระยะเวลาให้เขาโตพอที่ออกดอก ซึ่งระยะเวลาไม่มีแน่นอน เพราะถ้าความสมบูรณ์ของต้นมีมากพอ แม้อายุไม่เยอะมากก็สามารถให้ดอกได้ แต่ก็เป็นสัดส่วนที่น้อยกว่า
โดยเฉลี่ยจากหลังจากเพาะเมล็ด 5-8 เดือน และนำมาเลี้ยงต่อแบบปกติ โดยประมาณอายุไม้ 2-4 ปีขึ้นไปถึงจะมีโอกาสที่จะเริ่มออกดอก หรือถ้าเป็นไม้บางสายพันธุ์ ขนาดที่โตแล้ว ราว 4-6 ซม. ก็เริ่มเป็นขนาดต้นที่มีโอกาสที่จะออกดอกได้แล้ว (หรือที่นิยมเรียกกันว่า ขนาดแม่พันธุ์ เพราะสามารถมีดอก เพื่อใช้ผสมเกสรได้)

• แสงแดดที่เหมาะสมกับสมสายพันธุ์

ในการเลี้ยงที่ให้ออกดอก แสงแดดนั้นมีส่วนสำคัญมากที่สุด หากต้นที่เลี้ยงได้รับแสงแดดที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้น และระยะเวลาที่ได้รับแสงแดดต่อเนื่องต่อวัน เมื่อมีปัจจัยทุกอย่างครบ ความสมบูรณ์ของต้นเพียงพอ กระบองเพชรจะสามารถมีดอก และออกดอกได้อย่างต่อเนื่อง

• สารอาหารที่ได้รับเพียงพอ

ต้นไม้ทุกชนิดที่เลี้ยงในกระถางนั้น เขาไม่มีโอกาสที่จะหาอาหารได้เอง สิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาสมบูรณ์แข็งแรงก็คือ การได้รับสารอาหารที่เพียงพอจากการให้เสริมเพิ่ม หรือเมื่อใช้ดินปลูกไปเป็นระยะเวลานาน ก็ควรต้องเปลี่ยนดินให้ใหม่ เพราะเมื่อปลูกไม้กระถางนานๆ สารอาหารที่อยู่ในดินถูกใช้ไปเรื่อยๆ อาจมีโอกาสลดลงหรือหมด ทำให้การเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ลดน้อยลง

ซึ่งธาตุอาหารหลักที่จำเป็นต่อ กระบองเพชร และต้นไม้ทุกประเภท ก็คือ N P K ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซึ่งค่ากลาง หรือ P (ฟอสฟอรัส) นั้น เป็นธาตุ ที่ช่วยเรื่องการออกดอก ติดดอกได้ดี หากต้องการเลือกปุ๋ยที่ช่วย หรือเน้นเรื่องดอก ให้ดูที่ค่ากลางสูงกว่าค่าอื่นๆ

ส่วนที่ร้านเราไม่ใช้สารเคมี เป็นเกษตรอินทรีย์ จะใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มาจาก มูลค้างคาว ซึ่งในมูลค้างคาวน้้น มีค่าธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชครบทุกตัว และมีค่า ฟอสฟอรัส ที่สูงจึงช่วยเรื่องการออกดอก และถ้าหากใช้ในไม้ผล ก็จะช่วยเรื่องขั้วเหนี่ยว

คำถามที่พบบ่อยๆ เกี่ยวกับ การออกดอกของกระบองเพชร (แคคตัส)

– กรณีที่ดอกกำลังจะบาน ไม่บานฝ่อไป หรือบานได้ไม่สุดนั้น อาจจะเป็นเพราะช่วงที่กำลังจะบานนั้น แสงแดดที่ได้รับอาจจะไม่เพียงพอ
– กรณีที่มีตุ่มดอกออกมาแล้วหลุดไป อาจจะเป็นเพราะ น้ำ อาหาร แสงแดดที่เป็นปัจจัยหลัก ถูกชะงักไป กระบวนการที่ต้องใช้พลังงานเยอะในช่วงออกดอก ไม่สามารถทำได้ต่อเนื่อง

————————————
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่

www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpg
all_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button


cactus_flower.jpg

 

วิธีทำให้กระบองเพชร (แคคตัส) มีเมล็ด ติดฝักโดยผสมเกสร


How_to_cactus_breeding

สิ่งที่มือใหม่!! ควรรู้ก่อนผสมพันธุ์กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร

• กระบองเพชร (แคคตัส) แต่ละสกุล มีเวลาบานของดอกที่แตกต่างกันไป และระยะเวลาในการบานนั้นก็ไม่เท่ากัน บางสกุล บานวันเดียวแล้วฝ่อ หรือบาน 2-3 วัน และเวลาบานมีทั้งบานตอนกลางคืน เช้า กลางวัน ช่วงบ่าย
• บางสกุล สายพันธุ์ สามารถติดฝักได้เอง โดยไม่ต้องผสมเกสร เช่น Notocactus, Melocactus, Frailea
• การผสมเกสรในต้นเดียวกัน อาจจะไม่ติดฝัก หรือมีโอกาสติดน้อยมาก มากกว่าการผสมเกสรแบบคนละต้น
• หากเป็นไม้สกุลเดียวกันแต่คนละสายพันธุ์ สามารถนำมาผสมกันได้ เช่น แอสโตรฯ นูดัม X แอสโตรฯ มายริโอ
• ในต้นๆ หนึ่งสามารถเป็นได้ทั้ง ต้นพ่อ และต้นแม่ โดยการเอาเกสรคู่ตรงข้ามมาเข้ากัน
• ในบางสกุลอย่างยิมโน แม้ดอกจะหุบไปแล้ว ก็สามารถผสมเกสรได้
• วันที่บานมีผลต่อเกสรตัวผู้ตัวเมีย ตัวผู้ หากบานหลายวันมาก ความสมบูรณ์ของเกสรอาจจะลดลง โดยต้องใช้วีธีสังเกต


——- รู้จักกับเกสร ตัวผู้ และตัวเมีย ——-

How_to_breeding_2.jpgในดอก 1 ดอกนั้น เกสรตัวผู้จะมีจำนวนมาก แต่เกสรตัวเมียนั้น จะมี 1 ก้าน
—————————————
ความสมบูรณ์ของเกสรมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ติดฝัก
หากยอดเกสรตัวเมียที่แห้งมาก ไม่มีน้ำเมือกที่เป็นตัวจับเกสรตัวผู้
อาจจะทำให้โอกาสติดน้อยลง  ละอองเกสรตัวผู้ที่เยอะ ยิ่งเป็นผลดี

How_to_breeding_3


——- วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ——- 

How_to_breeding_4.jpg

• พู่กันขนนิ่ม ขนาดกลาง ปลายเล็ก หรือ สำลีปั่นหู
• แหนบก้านยาว
• มีดเล็กสำหรับปาดดอก (ในกรณีผสมสกุลยิมโน) **มีดขนาดเล็ก และคมปาดทีเดียวแล้วหลุดออก เพื่อไม่ให้ก้านดอกช้ำหรือเสียหาย หากเป็นมีดคว้านหรือโค้ง จะง่ายขึ้นเพราะมีลักษณะโค้งรับไปกับดอก


วิธีผสมพันธุ์ กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร

How_to_breeding_5.jpg

     ใช้แหนบดึงปลายเกสรตัวผู้ บริเวณอับละอองเลณู อย่างระมัดระวัง แล้วนำไปใส่ ใส่ในยอดเกสรตัวเมีย หรือจะใช้เป็นพู่กัน สำลีปั่นหู ปั่นเอาแค่ละอองเกสรตัวผู้ ไปปั่นใส่ในยอดเกสรตัวเมีย
ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้แล้วแต่ความถนัดและความเหมาะสม อย่างในกรณีที่เป็นสกุลแมมมิลลาเรียที่มีดอกเล็ก การใช้แหนบดึงเกสรอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับดอกได้ ใช้เป็นพู่กันปลายเล็กๆ ปั่นเกสรจะสะดวกกว่า


จะรู้ได้ยังไงว่า เราผสมเกสรติด ??

How_to_breeding_6
How_to_breeding_7หลังจากผสมเกสร ประมาณ 3 -5 วัน ถ้าก้านดอกที่เราผสมไว้ มีลักษณะพองขึ้น ไม่เหี่ยว หรือฝ่อ ก้านดอกจะเหนี่ยว เอามือเขี่ยเบาๆ ก็ไม่หลุด แสดงว่าผสมติด แต่ถ้าหากก้านดอกเหี่ยว ลองเอามือเขี่ยเบาๆ แล้วหลุดเลย แสดงว่าการผสมเกสรไม่สำเร็จ


หลังจากผสมเกสร นานไหม กว่าจะเก็บเมล็ดได้ ??

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ความสมบูรณ์ สภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ว่าเอื้ออำนวยกับการสุกของฝักขนาดไหน ซึ่งระยะเวลาโดยประมาณ คือ 3-8 สัปดาห์

—————————————–
วิธีผสมเกสรยิมโน แคคตัส (Gymnocalycium) แบบปาดดอก ตอนดอกหุบ
>> อ่านเพิ่มเติมคลิก!! <<
—————————————–

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

How_to_cactus_cactus breeding

ชุดปลูก B&W วัสดุพร้อมกระถาง ใช้ปลูก แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ


BandW_set.jpgเหมาะกับไม้ขนาดเล็ก หรือไม้ที่ทำการแยกกระถาง ชำหน่อ ขนาดต้น ไม่เกิน 2 นิ้ว

B&W ชุดปลูกแคคตัส กระบองเพชร
—————
ในชุดประกอบด้วย

ดินผสมพร้อมปลูก แคคตัส ไม้อวบน้ำ
จำนวน 2 ถุง  น้ำหนัก 1 กก. /ถุง
– ราคา 140 บาท –
หินรองก้นกระถาง — หินภูเขาไฟ 02
จำนวน  1 ถุง น้ำหนัก 1 กก. /ถุง
– ราคา 40 บาท –
หินเกล็ดโรยหน้ากระถาง 2 สี
ขาว , ดำ  สีละ 1 ถุง น้ำหนัก 0.8 กก. /ถุง
– ราคา 60 บาท –
กระถางสี่เหลี่ยม ขนาด 2 นิ้ว 60 ใบ
สีดำ จำนวน 30 ใบ / สีขาว จำนวน 30 ใบ
พร้อมถาดหลุมใส่กระถาง
จำนวน 2 ถาด
– ราคา 220 บาท –
— ค่าจัดส่งโดยเอกชน 130 บาท // ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
**นอกจากเป็นบริการพื้นที่ห่างไกล จะมีค่าจัดส่งเพิ่ม 50 บาท**

**ค่าส่งชุดนี้ไม่สามารถนำไปรวมกับสินค้าอื่นๆ ได้ **
จัดส่งเป็นกล่องโดยเฉพาะเซตนี้

—–
สินค้าแบบเซตจะไม่สามารถการปรับขนาดหรือเปลี่ยนสินค้าในเซตได้

 ราคา 555 บาท 

จากราคา 590 บาท

สั่งซื้อผ่าน Facebook2156556Linebutton

 

BandW_set_detail2.jpgBandW_set_detailBandW_set_detail3soil_review

สนุกกับการจัดวางหลากหลายแบบ
จาก ชุดปลูก B&W แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ

BandW_set_ccc.jpgBandW_set_aaa.jpgBandW_set_ddd.jpg

 

BandW_set.jpg

ชำหน่อ กระบองเพชร(แคคตัส) ง่ายๆ ด้วยเม็ดดินเผา (Popper)


spilt_cactus

การชำหน่อ กระบองเพชร (แคคตัส) สามารถชำลงในดินปลูก หรือวัสดุอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ดินญี่ปุ่น หินภูเขาไฟ หรือเม็ดดินเผา แต่ข้อดีของการชำด้วยเม็ดดินเผา ก็คือ เรื่องการรักษาความชื้นที่เก็บได้ดี วัสดุโปร่ง ทำให้ควบคุมการให้น้ำได้ง่าย เพราะในช่วงที่ชำหน่อนั้น ไม้ต้องการความชื้นมากกว่า ตอนที่ปลูกตามปกติ เพื่อกระตุ้นในรากนั้นงอกออกมาง่ายและเร็ว

การชำหน่อด้วยเม็ดดินเผา สามารถทำได้โดยใช้เม็ดดินเผา ล้วนหรือจะผสมกับหินภูเขาไฟ เบอร์ 00 ได้ทั้ง 2 แบบ

สิ่งที่ต้องระวังและดูแลในการชำแบบนี้คือ

  • การรักษาความชื้นและแสงแดดให้เหมาะสม
  • หน่อที่นำมาล่อรากควรจะต้องสมบูรณ์
  • หลังจากเด็ดหน่อมากแล้ว ควรพักไว้สัก 7-10 วันก่อน นำมาชำเพื่อให้แผลที่เด็ดมากนั้นปิดและแห้ง เพื่อป้องกันการเน่า

วิธีการชำหน่อ
     หลังจากผึ่งหน่อไว้จนแผลที่เด็ดแห้งแล้ว ก็นำมาใส่ในเม็ดดินเผา ที่มีหินภูเขาไฟผสมเล็กน้อย หรือจะเป็นเม็ดดินเผาล้วนโดยนำภาชนะก้นปิด ไม่มีรู ใส่ลงไปให้สูงจนเต็มภาชนะ หลังจากนั้นใส่น้ำไว้ครึ่งหนึ่งของภาชนะ ควรเป็นภาชนะที่ใส เพื่อจะได้มองเห็นระดับน้ำ
นำต้นไม้วางลงบนเม็ดดินเผาให้รากฝั่งลงไป และยกโคนต้นให้เหนือเม็ดดินเผา ความชื้นจะค่อยๆ ระเหย หมั่นค่อยเติมน้ำเมื่อแห้ง ระดับน้ำครึ่งหนึ่งของภาชนะเหมือนเดิม เลี่ยงการวางกลางแดด วางไว้ที่แดดอ่อนๆ หรือชายคาบ้าน

spilt_cactus2.jpg เมื่อชำหน่อไปได้สักระยะ จนเห็นว่า ยอดเดินแล้ว เป็นสัญญาณบอกว่า ไม้นั้นมีรากงอกออกมาแล้ว สามารถนำไปปลูกลงดินปลูกกระบองเพชรได้ตามปกติ 

spilt_cactus3.jpg

ในการนำไปปลูกควรจะต้องระวังและเบามือ เพื่อป้องกันไม่ให้รากที่งอกออกมานั้นขาด และต้องนำลงปลูกทันทีที่นำออกจากการชำราก เพราะรากนั้นยังอ่อนแอ อาจจะทำให้รากแห้งและต้นขาดน้ำได้

spilt_cactus4.jpg

ข้อดีของการชำหน่อด้วย เม็ดดินเผา หรือป๊อบเปอร์ คือ เราไม่ต้องรดน้ำบ่อย เพื่อรักษาความชื้น และรากจะมาค่อนข้างเร็ว สามารถนำมาใช้ซ้ำๆ ได้หลายครั้ง หลังจากใช้เสร็จ ก็นำพึ่งแดดให้แห้งสนิทและเก็บไว้ใช้งานได้อีก หรือจะทำเป็นถาดแช่ไว้ เมื่อมีหน่อก็สามารถนำมาชำต่อได้เรื่อยๆ
แต่ข้อที่ด้อยกว่าการชำลงดินคือ ในการชำลงดินนั้นรากอาจจะมาช้ากว่าเม็ดดินเผา แต่รากจะแข็งแรง และปลูกต่อได้เลย โดยไม่ต้องย้ายมาลงปลูกใหม่

หลังจากนำไม้ลงปลูกแล้วก็ดูแลเหมือนการปลูกต้นไม้ทั่วไป
>> การดูแล กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ หลังจากการเปลี่ยนกระถาง <<

spilt_cactus5.jpg

หลังจากดูแลเลี้ยงดู ใส่ปุ๋ยบำรุง ได้รับแสงแดดที่เพียงพอ เจ้าหน่อเล็กก็พร้อมออกดอก แต่หน่อต่อไป 
————————————-

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

spilt_cactus

การดูแล กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ หลังจากการเปลี่ยนกระถาง


cactus_care.jpg

หลายคนกังวลกับ การเปลี่ยนกระถาง กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ ว่าจะทำให้ต้นไม้ตาย แต่จริงแล้วการเปลี่ยนกระถางนั้น เป็นเรื่องง่ายมาก ถ้าเราค่อยๆ ทำตามขั้นตอนของธรรมชาติของต้นไม้ ลักษณะของต้นไม้นั้นก็ไม่ต่างจากคน

ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพก็คือ ในวันที่เรายังอ่อนแอ หรือป่วย เราอยากอยู่นิ่งๆ ไม่อยากกินอะไรเยอะ ไม่อยากโดนแดดอยากนอนนิ่งๆ เฉย นั้นเป็นเพราะกลไกร่างกาย ต้องการทำการพักฟื้น ต้นไม้ก็เช่นเดียวกัน

แล้วสิ่งที่ควรจะต้องทำหลังเปลี่ยนกระถาง มีอะไรบ้าง??

  • หลังจากเปลี่ยนกระถาง งดให้น้ำต้นไม้ 3-5 วัน เพื่อให้ระบบรากมีเวลาฟื้นฟูก่อน
    การที่รดน้ำโดยที่รากยังไม่พร้อมทำงาน จะเป็นภาระกับรากอย่างมาก ยิ่งถ้าดินที่ใช้ปลูกไม่โปร่งมากพอ โอกาสที่น้ำจะระบายได้ไม่ดี เกิดความชื้นเยอะ ยิ่งมีความเสี่ยงมากที่จะหมักหมม และเป็นเหตุให้รากเน่าได้ ซึ่งจะเป็นอาการที่เกิดในระบบราก อยู่ในกระถาง ทำให้เราไม่สามารถสังเกตได้ และรู้อีกทีคือ เกิดอาการเน่าล่ามขึ้นมาที่ต้น หรือไส้แก่นกลางต้น
    ** ซึ่งดินที่ปลูกนั้น ก็ควรจะมีความชื้นที่พอเหมาะ โดยส่วนมาก ในวัสดุปลูกนั้น จะมีความชื้นอยู่ในตัวอยู่แล้ว ถ้าเป็นการผสมใหม่และปลูก ความชื้นก็ค่อนข้างพอดี แต่ถ้าวัสดุเก็บไว้นานจนแห้งไม่มีความชื้นเลย แนะนำให้ใช้เสปรย์น้ำ ฉีดน้ำบางๆ เพื่อเพิ่มความชื้น เพราะถ้าความชื้นน้อยเกินไปรากอาจจะแห้งและตายได้ ฉะนั้นความชื้นที่พอเหมาะของดินในการปลูกไม้ หรือเปลี่ยนกระถางนั้นสำคัญและควรควบคุมให้เหมาะสม45513375_1904457239849689_9101943729324818432_n
  • การปรับแสงแดดให้เหมาะสมกับระยะการปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง
    หลังจากเปลี่ยนกระถาง ต้นไม้จะยังอ่อนแอ แดดที่ใช้ควรเป็นแดดร่ำไรให้ต้นไม้ค่อยๆ ได้ปรับตัว แดดประมาณ 30-40% หากเป็นสแลน ก็ใช้เป็นการทบ 2-3ชั้น ตามความหนาบางของสแลน หรือจะวางไว้บริเวณชายหลังคาที่มีแสงแดดส่องถึง แต่อุณหภูมิไม่สูง อากาศไม่ร้อน มีลมถ่ายเทได้ดี เมื่อสังเกตว่า ยอดเริ่มเดินแล้วค่อยๆ ปรับความเข้มข้นของแดดเป็น 50-60% หลังจากนั้นเมื่อเห็นว่า ต้นไม้แข็งแรงดีแล้ว ก็ปรับการเลี้ยงตามปกติตามลักษณะสายพันธุ์ ที่มีความต้องการแสงแดดที่ต่างกัน
47109545_1916140062014740_8134075924367802368_o
ลักษณะการขยายตัว ตรงปลายสุดของต้นที่งอกขึ้นมาใหม่ โดยสีจะอ่อนๆ แสดงว่าระบบรากเดินแล้ว และทำงานได้ดีแล้ว พร้อมที่จะปรับสภาพการเลี้ยงดูตามปกติ

—————————————————–
ส่วนขั้นตอนหรือวิธีการเปลี่ยนกระถาง
หรือลงปลูกใหม่ของกระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำนั้น
อ่านขั้นตอนและวิธี >> คลิก <<

———————–

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpg
all_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus_care

เปลี่ยนดินตัดแต่งราก เพื่อฟื้นฟูกระบองเพชรต้นเหี่ยว โคนต้นยุบ ต้นไม้ไม่สดใส เพราะเกิดจากระบบรากมีปัญหา


sick

ต้นที่มีปัญหานั้น เป็นผลที่เกิดจากการลืมรดน้ำเป็นระยะเวลาหลายเดือน ติดกัน มีเพียงน้ำจากละอองฝนบ้าง
ทำให้ต้นกระบองเพชร ที่เคยสดใส เหี่ยวแห้ง ไม่โต แต่ไม่ตาย เหมือนการเจริญเติบโตหยุดชะงัก
อาการเหล่านี้เทียบได้กับการที่ต้นไม่ได้รับน้ำเพียงพอ ในกรณีที่ใช้การฉีดพ่นน้ำ แต่ไม่ได้รดน้ำจนถึงราก
จนทำให้รากตาย รากฝอยแห้งและหลุดออก เหลือเพียงรากแก้วทำงาน

sick4.jpg     ในกรณีนี้ต้นยังมีสภาพที่พอฟื้นฟูได้ง่าย เพราะอาการยังไม่รุนแรงมาก ใช้เป็นวิธี ตัดแต่งราก โดยตัดเล็มปลายรากที่ตายทิ้ง กระตุ้นให้ต้นสร้างรากใหม่ที่แข็งแรงขึ้นมา โดยหลังจากตัดแต่งรากแล้ว และรอให้แผลแห้งสนิท ก็นำลงปลูกใน ดินปลูกกระบองเพชร ได้เลยโดยดินนั้นควรมีความชื้นพอเหมาะอยู่แล้วไม่แห้งไป หากดินแห้งมากให้ฉีดละอองน้ำเพิ่มความชื้นเล็กน้อย ก่อนนำมาปลูก

     หลังจากลงปลูกควร งดรดน้ำ 4 – 5 วัน เพื่อให้ระบบรากได้ฟื้นฟู ในระหว่างนี้ให้เลี้ยงในแดดร่ำไร งดวางไว้ที่แดดจัด เพราะระบบรากยังไม่แข็งแรงอาจจะทำให้ตายได้
>>วิธีดูแลต้นกระบองเพชร ไม้อวบน้ำ หลังจากลงปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง<<
ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ต้นที่เหี่ยวก็จะฟื้นฟูขึ้นมาเหมือนเดิม โดยทั้งนี้ระยะเวลาไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ตัวไม้เอง และดินที่ใช้ปลูกที่จะช่วยให้ไม้ฟื้นตัวได้เร็ว ดินที่ใช้เป็นดินสูตรของเรา #mini3garden

sick3.jpg

พัฒนาการหลังจากการปลูกลงดินใหม่cactus_care020202-1.jpg
————-
ส่วนในกรณีที่ต้น เหี่ยว และยุบตัวมาก
แนะนำให้ใช้การฟื้นฟูด้วย เม็ดดินเผา ป๊อบเปอร์ (Popper)ก่อนนำลงปลูก
>> ดูวิธีการใช้เม็ดดินเผา ฟื้นฟูต้นเหี่ยว <<

cactus-sick6

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับกระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

sick

การวางใบ ชำใบ เพื่อขยายพันธุ์ ไม้อวบน้ำ กุหลาบหิน ซัคคิวเลนท์ ( Succulent )


paste_leaf
     การขยายพันธุ์ ไม้อวบน้ำ กุหลาบหิน ซัคคิวเลนท์ ( Succulent ) สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการ เพาะเมล็ด ปาดยอด วางใบหรือชำใบ  วิธีที่ทำได้ง่าย ได้จำนวนเยอะ ก็คือ การวางใบ เป็นการขยายพันธุ์ที่ ไม่ยุ่งยากและซับซ้อน ใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่เยอะ ใช้เหมือนการปลูก คือ ดินปลูก วัสดุรองก้นกระถาง และก็ภาชนะที่ใช้วางใบ ซึ่งนิยมเป็นลักษณะทรงถาด เพราะใส่ได้จำนวนมาก กล่องพลาสติกอาหารที่ไม่ได้ใช้แล้ว สามารถนำมาล้างให้สะอาด เจาะรูระบายน้ำ ก็ใช้ได้ดี ประหยัด และช่วยลดขยะได้ด้วย 

     ลักษณะใบที่จะทำมาวาง ควรจะเป็นใบที่ยังสมบูรณ์ ไม่เหี่ยวแห้ง ขั้วใบยังสดอยู่ หรือในกรณีที่ต้น เริ่มทิ้งใบ ใบทีร่วงนั้น สามารถนำมาวางใบได้ หรือในกรณีที่สั่งไม้มาจากทางเว็บ แล้วกลีบใบหลุดร่วงก็สามารถนำมาวางใบได้เช่นกัน

ขั้นตอนการวางใบ ชำใบ ของ #Mini3garden

1. ใช้วัสดุรองก้นกระถาง เพื่อช่วยให้น้ำระบายได้ดี
2. ใส่ ดินปลูกไม้อวบน้ำ
3. วางใยมะพร้าวเพื่อช่วยรักษาความชื้นให้เหมาะสม แล้วโรยทับด้วยดินปลูก ใยมะพร้าวจะช่วยรักษาความชื้นได้ดีทำให้รากมาไว้ขึ้น แต่ถ้าหากไม่มีไม่จำเป็นต้องใช้ ใช้เป็นการวางบนดินปลูกได้เลย 

4. โรยวัสดุโรยหน้ากระถาง ด้วยหินภูเขาไฟ ช่วยให้เวลารดน้ำ ดินไม่กระเด็น และล่อรากให้มาเร็วขึ้น หรือถ้าไม่มีจะวางบนดินปลูกเลยก็ได้
5. วางใบและเว้นระยะให้พอเหมาะ รดน้ำให้ชุ่ม เป็นอันเสร็จ

paste_leaf3.jpg
ใส่ใยมะพร้าวเพิ่มช่วยรักษาความชื้นให้พอเหมาะ
paste_leaf4
โรยด้วยดินทับแล้ววางใบ ในกรณีที่ไม่มีหินภูเขาไฟ
paste_leaf5.jpg
ใส่ด้วยดินทับ แล้วโรยด้วยหินภูเขาไฟ แล้ววางใบ

นานไหมกว่ารากและต้นใหม่จะงอกขึ้นมา ??

paste_leaf6.jpg

ราวๆ 1 สัปดาห์โดยประมาณ ก็จะมีรากงอกออกมาจากขั้วใบ และต้นจะค่อยๆ งอกและโต โดยการงอกช้าเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยไม่ว่า ความสมบูรณ์ของใบที่ใช้วาง ดินมีคุณค่าทางอาหารครบ อุณหภูมิแวดล้อมที่เหมาะสม

การดูแลในระหว่างที่วางใบ ชำใบ

     ควรรักษาความชื้นให้เหมาะสม แต่ไม่แฉะและไม่มีน้ำขัง เป็นที่ที่มีแดดอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง แดดเป็นแดดร่ำไร ไม่ควรวางกลางแจ้ง อากาศถ่ายเทได้ดี การรดน้ำก็เหมือนต้นไม้ทั่วไป การใช้สเปรย์ฉีดสามารถทำได้ แต่ข้อเสียคือ อาจจะต้องทำบ่อยๆ ถ้าฉีดน้ำปริมาณน้อยไปดินอาจชื้นไม่พอ รากอาจจะไม่ออก หรือใบอาจจะฝ่อได้
ข้อควรระวังที่สำคัญคือ ในระหว่างที่วางใบ ไม่ควรหยิบจับตัวใบมาดูบ่อยๆ เพราะรากค่อนข้างอ่อนแอ อาจทำให้รากเสียหายได้

paste_leaf7.jpg

หลังจากโตและรากเดินดีแล้ว เราก็ทำการแยกกระถางไปเลี้ยงเดียว ขั้นตอนนี้ควรเบามือ เพราะรากอาจจะได้รับการกระทบกระเทือนได้ วิธีก็เหมือนการปลูกไม้อวบน้ำ

paste_leaf8.jpg

paste_leaf10.jpg

ในระหว่างนี้ก็ยังเลี้ยงแดดร่ำไร จนกว่าเขาจะเริ่มแข็งแรง ก็จะค่อยฝึกออกแดดที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และเลี้ยงตามปกติ

paste_leaf9.jpg

paste_leaf11.jpg

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button


paste_leaf