การวางใบ ชำใบ เพื่อขยายพันธุ์ ไม้อวบน้ำ กุหลาบหิน ซัคคิวเลนท์ ( Succulent )


paste_leaf
     การขยายพันธุ์ ไม้อวบน้ำ กุหลาบหิน ซัคคิวเลนท์ ( Succulent ) สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการ เพาะเมล็ด ปาดยอด วางใบหรือชำใบ  วิธีที่ทำได้ง่าย ได้จำนวนเยอะ ก็คือ การวางใบ เป็นการขยายพันธุ์ที่ ไม่ยุ่งยากและซับซ้อน ใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่เยอะ ใช้เหมือนการปลูก คือ ดินปลูก วัสดุรองก้นกระถาง และก็ภาชนะที่ใช้วางใบ ซึ่งนิยมเป็นลักษณะทรงถาด เพราะใส่ได้จำนวนมาก กล่องพลาสติกอาหารที่ไม่ได้ใช้แล้ว สามารถนำมาล้างให้สะอาด เจาะรูระบายน้ำ ก็ใช้ได้ดี ประหยัด และช่วยลดขยะได้ด้วย 

     ลักษณะใบที่จะทำมาวาง ควรจะเป็นใบที่ยังสมบูรณ์ ไม่เหี่ยวแห้ง ขั้วใบยังสดอยู่ หรือในกรณีที่ต้น เริ่มทิ้งใบ ใบทีร่วงนั้น สามารถนำมาวางใบได้ หรือในกรณีที่สั่งไม้มาจากทางเว็บ แล้วกลีบใบหลุดร่วงก็สามารถนำมาวางใบได้เช่นกัน

ขั้นตอนการวางใบ ชำใบ ของ #Mini3garden

1. ใช้วัสดุรองก้นกระถาง เพื่อช่วยให้น้ำระบายได้ดี
2. ใส่ ดินปลูกไม้อวบน้ำ
3. วางใยมะพร้าวเพื่อช่วยรักษาความชื้นให้เหมาะสม แล้วโรยทับด้วยดินปลูก ใยมะพร้าวจะช่วยรักษาความชื้นได้ดีทำให้รากมาไว้ขึ้น แต่ถ้าหากไม่มีไม่จำเป็นต้องใช้ ใช้เป็นการวางบนดินปลูกได้เลย 

4. โรยวัสดุโรยหน้ากระถาง ด้วยหินภูเขาไฟ ช่วยให้เวลารดน้ำ ดินไม่กระเด็น และล่อรากให้มาเร็วขึ้น หรือถ้าไม่มีจะวางบนดินปลูกเลยก็ได้
5. วางใบและเว้นระยะให้พอเหมาะ รดน้ำให้ชุ่ม เป็นอันเสร็จ

paste_leaf3.jpg
ใส่ใยมะพร้าวเพิ่มช่วยรักษาความชื้นให้พอเหมาะ
paste_leaf4
โรยด้วยดินทับแล้ววางใบ ในกรณีที่ไม่มีหินภูเขาไฟ
paste_leaf5.jpg
ใส่ด้วยดินทับ แล้วโรยด้วยหินภูเขาไฟ แล้ววางใบ

นานไหมกว่ารากและต้นใหม่จะงอกขึ้นมา ??

paste_leaf6.jpg

ราวๆ 1 สัปดาห์โดยประมาณ ก็จะมีรากงอกออกมาจากขั้วใบ และต้นจะค่อยๆ งอกและโต โดยการงอกช้าเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยไม่ว่า ความสมบูรณ์ของใบที่ใช้วาง ดินมีคุณค่าทางอาหารครบ อุณหภูมิแวดล้อมที่เหมาะสม

การดูแลในระหว่างที่วางใบ ชำใบ

     ควรรักษาความชื้นให้เหมาะสม แต่ไม่แฉะและไม่มีน้ำขัง เป็นที่ที่มีแดดอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง แดดเป็นแดดร่ำไร ไม่ควรวางกลางแจ้ง อากาศถ่ายเทได้ดี การรดน้ำก็เหมือนต้นไม้ทั่วไป การใช้สเปรย์ฉีดสามารถทำได้ แต่ข้อเสียคือ อาจจะต้องทำบ่อยๆ ถ้าฉีดน้ำปริมาณน้อยไปดินอาจชื้นไม่พอ รากอาจจะไม่ออก หรือใบอาจจะฝ่อได้
ข้อควรระวังที่สำคัญคือ ในระหว่างที่วางใบ ไม่ควรหยิบจับตัวใบมาดูบ่อยๆ เพราะรากค่อนข้างอ่อนแอ อาจทำให้รากเสียหายได้

paste_leaf7.jpg

หลังจากโตและรากเดินดีแล้ว เราก็ทำการแยกกระถางไปเลี้ยงเดียว ขั้นตอนนี้ควรเบามือ เพราะรากอาจจะได้รับการกระทบกระเทือนได้ วิธีก็เหมือนการปลูกไม้อวบน้ำ

paste_leaf8.jpg

paste_leaf10.jpg

ในระหว่างนี้ก็ยังเลี้ยงแดดร่ำไร จนกว่าเขาจะเริ่มแข็งแรง ก็จะค่อยฝึกออกแดดที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และเลี้ยงตามปกติ

paste_leaf9.jpg

paste_leaf11.jpg

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button


paste_leaf

ล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง : รีวิว วัสดุใช้ล่อราก (Gymnocalycium Variegata)


Review-create_new_root_01

     ในการ “ล่อราก” หรือ ชำหน่อยิมโนด่างนั้น จะค่อนข้างยาก กว่าการล่อรากยิมโนที่ไม่ด่าง และสายพันธุ์อื่น ด้วยความที่เขามีสีที่ด่าง หรือสีเขียวน้อย ทำให้การสังเคราะห์แสง เพื่อเจริญเติบโตจงค่อนข้างยาก บางคนถึงนิยมนำไป “กราฟ” เพราะจะช่วยทำให้ไม้โตไวขึ้น

โดยปกติ การล่อราก สามารถทำได้ทั้งแบบ ระบบเปิด และระบบปิด ซึ่งมีข้อดีเสียแตกต่างกันไป
การล่อรากในระบบปิด เสี่ยงต่อการเน่า หรือขึ้นรา การล่อรากแบบเปิด ก็เสี่ยงต่อการที่หน่อฝ่อ รากไม่ออก
—————

สิ่งสำคัญในการล่อรากแบบปิด โดยไม่ใช้ยาเร่งราก หรือยากันรา

• หน่อที่นำมาล่อราก หรือชำหน่อ แผลต้องแห้งสนิท ไม่ฉะนั้นอาจจะทำให้เกิดการเน่า
แนะนำให้นำหน่อไปตากแดดอ่อนๆ จะช่วยสมานแผล และฆ่าเชื้อโรคได้
• ภาชนะที่ใช้ หรือวัสดุที่ใช้ควรจะต้องมีความสะอาดเพื่อป้องกันการเกิดรา
• อุณหภูมิที่เหมาะสม อากาศควรถ่ายเทได้ดี แสงแดดที่พอเพียง เป็นช่วงแดดเช้า
หรือแดดร่ำไร ประมาณ 40% ห้ามวางในที่ที่อากาศร้อนอบอ้าว หรืออุณหภูมิสูง
• ไม่ควรเคลื่อนย้าย หรือเปิดดูบ่อยๆเพราะอุณหภูมิที่แตกต่างกันมากระหว่างภายในกับภายนอก
อาจจะมีผลกับต้น และการยกดูบ่อยๆ จะเป็นการรบกวน ทำให้รากออกช้า หรือไม่ออก
—————

ขั้นตอนการล่อราก หรือชำหน่อแบบปิด นั้นง่ายมาก

เพียงแค่ใส่วัสดุที่เราใช้ล่อราก 1/3 ของภาชนะที่เราใช้ล่อราก พรมน้ำให้ชุ่ม แล้ววางหน่อของเราไว้บนวัสดุล่อราก โดยไม่ต้องกดหรือฝังแค่วางไว้เฉย หลังจากนั้นก็ปิดฝาให้สนิท คำแนะนำ ภาชนะที่จะนำมาใช้ล่อรากควรเป็น ภาชนะที่รับแสงได้ดี ไม่ควรทึบ หรือแสงเข้าถึงยาก


วัสดุที่เรานำมารีวิวในการล่อราก หรือชำหน่อ ยิมโนด่าง มีดังนี้

•เม็ดดินเผา •เพอร์ไลต์จิ๋ว •ดินอคาดามะ •หินภูเขาไฟ ทีพีไอ •ดินปลูก #mini3garden

โดยมีการนำวัสดุมาผสมกันด้วย
ระยะเวลาที่ใช้คือ 25 วัน
ล่อราก หรือชำหน่อ แบบไม่ใช่ยาเร่งราก และยากันรา

**ปัจจัยที่อาจจะทำให้ได้ ผลผลลัพธ์แตกต่างคือ • สี ความด่าง มาก น้อย • ขนาด และความสมบูรณ์ ของหน่อ
การทดลองนี้ถือว่า 70% สามารถนำมาตัดสินใจใช้วัสดุ แต่ละประเภท และทดลองต่อไป

Review-create_new_root_02

Review-create_new_root_09

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้ ดินปลูก #mini3gardenReview-create_new_root_03

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • ดินอคาดามะ ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ Review-create_new_root_04

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • เพอร์ไลต์จิ๋วReview-create_new_root_05

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอReview-create_new_root_06

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • หินภูเขาไฟ ทีพีไอReview-create_new_root_07

สรุปผลการใช้วัสดุล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง แต่ละชนิด

Review-create_new_root_08

    —————————-

Review-create_new_root_10

หลังจากการล่อรากเสร็จแล้วก็คือ ขั้นตอนการในไปปลูกในดินปลูกแบบปกติต่อไป โดยไม่ต้องตัดแต่งราก หรือดึงวัสดุที่ติดอยู่กับรากออก เพราะรากที่ล่อ หรือชำนั้นค่อนข้างบอบบาง ไม่ควรมีการกระทบกระเทือนแบบรุนแรง เพราะอาจจะทำให้รากตายได้ จึงต้องควรเบามือ และใช้ความระมัดระวัง การปลูกก็ใช้ดินที่มีความชื้นอยู่ในตัว หลังจากปลูกเสร็จก็สเปรย์น้ำเล็กน้อย และวางไว้ในที่ๆ แดดร่ำไร ไม่ร้อน ให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว หลังจากผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ รากก็จะเดินดีแข็งแรง และถ้าหากสังเกตว่า ยอดเริ่มเดินแสดงว่า ระบบรากนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ค่อยนำไปเทรนแดด เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของแสง และเลี้ยงตามปกติได้เลย

Review-create_new_root_11

การรีวิวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการฟันธงว่า วัสดุใดดีกว่ากัน แต่เป็นการทดลองเพื่อให้เห็นผลลัพธ์
โดยจะต้องมีการทดลองซ้ำกันหลายครั้งเพื่อเก็บสถิติที่ดีที่สุด
แต่อยากจะให้เป็นไอเดียในการเลี้ยงหรือปลูกต้นไม้ ว่าเรานั้น สามารถทดลองเพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีสุด
“การเกษตร ก็คือการทดลอง บันทึก และนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อต่อยอดให้ดีขึ้นไปอีก”
อยากให้ทุกคนสนุกกับการเลี้ยงต้นไม้นะคะ 😄
—————————-
สามารถติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่

www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

 

Review-create_new_root_02

 

5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ


cactus_plant_step

สิ่งของที่ต้องเตรียม ในการปลูกกระบองเพชร หรือเปลี่ยนกระถางให้กระบองเพชร (แคคตัส)
—–
🔹 อุปกรณ์ปลูก 
//// ช้อนตักอันนี้แล้วแต่ ความถนัด หรือของที่มีนะคะ จะช้อนพลาสติก หรือที่ตักอะไรก็ได้
//// แปรงปัด อันนี้ถือเป็นอุปกรณ์เสริม ที่ชอบใช้ คือเอาด้ามไว้ใช้กดหรือแต่งดิน เสร็จแล้วก็ใช้ส่วนแปรงในการทำความสะอาดเก็บงาน
🔹 วัสดุปลูก
//// หินรองก้นกระถาง — หินภูเขาไฟ 02
//// ดินผสมพร้อมปลูกกระบองเพชร — ดินปลูก
//// กระถาง — ตามภาพเป็นกระถางขนาด 2 นิ้ว
//// หินโรยหน้ากระถาง — แล้วแต่เลือกใช้ จะใช้เป็นหิน หรือดินญุี่ปุ่นก็ได้
——————————–

— 🌵🍀 ขั้นตอนการ ปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง สไตล์ Mini3garden ค่ะ  🌞 —

1. ลองวัดขนาดต้น และความเหมาะสมของกระถางที่จะใช้

cactus_plant_step2

2. ใส่วัสดุรองก้นกระถาง // หินภูเขาไฟ 02

cactus_plant_step3

3. ใส่ดินผสมพร้อมปลูก และต้นไม้ เว้นที่ด้านบนเพื่อโรยหินประคองต้น

cactus_plant_step4

4. โรยหินเพื่อประคองต้นและกันดินกระเด็นเวลารดน้ำ

cactus_plant_step5

5. เก็บงานด้วยแปรง ปัดดิน ส่วนที่เกินออก

cactus_plant_step6


3 ขั้นตอน การปลูก เปลี่ยนกระถาง กระบองเพชร แคคตัส

ในวีดีโอ วัสดุรองก้นที่ใช้จะเป็นขี้ตากระถาง หากทั่วไปก็จะใช้เป็น หินภูเขาไฟ เบอร์ 02 / 3S หรือวัสดุอื่นๆ ตามแต่สะดวก

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำได้ที่
www.Facebook.com/cactusway
——————————————-

สนใจเซตพร้อมวัสดุปลูกครบชุด
— ราคา 150 บาท —

ดูรายละเอียด >> คลิก << 
—————————-


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus_plant_step

คำแนะนำหลังจากซื้อแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ และพาต้นใหม่เข้าบ้าน ควรทำยังไงบ้าง??


cactus_come_home-Recovered

✴️ …มีคำแนะนำ🌵☘️ หลังจาก #ซื้อไม้มาและพาไม้ใหม่เข้าบ้าน มาฝากค่ะ ว่าควรทำยังไงบ้าง?? 😀

•••• 📦🌵 หากเป็นการสั่งซื้อ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ ทางออนไลน์ และถ้าทางร้านส่งเป็นแบบถอดกระถาง ขั้นตอนก็จะไม่เยอะ เพราะทางร้านจะเคาะดิน และล้างรากแล้ว หรือบางร้านก็จะตัดแต่งรากมาให้พร้อม
.
เราก็แค่วางไม้ไว้ในที่ๆ อากาศถ่ายเท ให้ไม้ได้ปรับตัวสัก 2-3 วันกับสภาพแวดล้อมใหม่ แล้วก็นำไปปลูกได้เลย
.
และคำแนะนำเสริมอาจจะใช้น้ำผสมปูนขาวอ่อนจางๆ พ่นทิ้งไว้ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อหรือโรคที่อาจจะมีติดมากับต้น

#ส่วนในกรณีแบบที่ซื้อต้นไม้มาทั้งกระถาง 🎍🎍

พักไว้ให้ปรับสภาพแวดล้อมใหม่สัก 2 – 3 วัน และที่สำคัญควรวางไม้ในพื้นที่เฉพาะ☢️☣️ เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่อาจจะมีมากับต้นใหม่ ( ในกรณีที่มีไม้ปลูกไว้อยู่แล้ว ) ควรวางแยกกับไม้ที่เราปลูกไว้ในที่ๆ ห่างกัน เพราะในบางคร้้งอาจจะมีโรคติดต่อที่อยู่ในกระถางที่ซื้อมาใหม่ ซึ่งอาจจะมาติดกับต้นไม้ของเดิมที่เราปลูกไว้


แนะนำให้นำรื้อกระถางต้นที่ซื้อมาใหม่ และนำปลูกใหม่
ด้วยสาเหตุดังนี้.

🤢 – เราไม่รู้ว่าดินที่อยู่ในกระถางนั้น ใช้มานานไหม ดินเสื่อมสภาพแล้วหรือยัง การเปลี่ยนดินใหม่ให้ ทำให้เรากะระยะในการเปลี่ยนดินครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้นด้วย
.
🤔 – ดูระบบรากไม้ว่า แข็งแรงหรือยัง หากดูแล้วว่าระบบรากมีปัญหาจะได้รีบแก้ไขได้ทันท่วงที เพราะในบางกรณีไม้ที่เราซื้อมานั้น อาจจะเป็นประเภทไม้ชำ รากอาจจะยังเดินไม่ดี หรือแค่ปักไว้กับดิน และรากยังไม่เดิน
.
👾☠️ – ในบางครั้งมีโรคที่ติดมากับดินในกระถาง เช่น เพลี้ย รา อาจจะต้องรีบทำการรักษา เพื่อไม่ให้มาติดต่อกับต้นไม้ที่เรามีอยู่ โดยแนะนำว่า หากพบโรคในดินให้นำดินนั้นทิ้งไป ไม่ควรนำกลับมาใช้อีก

/// ในกรณีที่ดูแล้วว่า ดินคุณภาพยังดีอยู่ อาจจะนำดินนั้นมาตากแดด ผสมปุ๋ยเพิ่มแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก
—-

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ ได้ที่ www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

 

cactus_come_home-Recovered

Mammillaria Schiedeana แมมขนนกเหลือง


44081439_173984590204074_5538222425382060032_n
Mammillaria Schiedeana หรือเรียกกันง่ายๆ ว่าแมมขนนกเหลือง

ถ้าถามแอดว่า #แคคตัส🌵 ออกดอกเก่งก็ต้องยกให้เขาค่ะ 👉👉  ดอกน่ารักมุ้งมิ้งกระดิ่งแมว 😁
ลักษณะการออกดอก 🌸ของตระกูลแมมฯ คือ เขาจะออกดอกเป็นวงกลมรอบตัวเอง ที่เราก็ชอบเรียกว่า “มงลง” ลักษณะคล้ายมงกุฎสวมหัว หรือบางทีก็มาแบบดอกสองดอก

ส่วนการออกดอกจะเร็วช้า หรือออกบ่อยแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น อายุของไม้ แสงแดด สารอาหาร (ปุ๋ยบำรุง) ที่ได้รับเพียงพอ หรือฤดูกาล
สีดอกก็มีอยู่ 2 สี หลักๆ คือ ขาว และชมพู โดยจะมีโทนสีเข้มอ่อน แตกต่างกันไปไม่แน่นอน

  44106288_484680575372107_1873125779991166976_n

ลักษณะการเลี้ยงดู #Mammillaria#schiedeana
เป็นไม้ชอบแดดจัด ดินโปร่ง ความชื้นน้อย อากาศถ่ายเทดี
.
หากจะดูว่าแมมที่เราเลี้ยงนั้นได้รับแสงแดดเพียงพอหรือไม่!?
.
ให้สังเกตจากลักษณะของต้นว่า มีการยืดยาวขึ้นในแนวสูงหรือไม่ เพราะโดยปกติสายพันธุ์นี้ ลักษณะของเค้าคือ กลม ไม่ยาวและสูง และยังสามารถสังเกตได้จากลักษณะของหนาม คือ สีที่เหลืองอร่าม หนามชิด หากต้นมีลักษณะสูงขึ้นเรื่อยๆ และหนามไม่ถี่ สีค่อนข้างซีด ให้สันนิษฐานได้ว่า อาจจะได้รับแสงแดดที่ไม่เพียงพอ
#แอดเอาประสบการณ์มาแชร์กันนะคะ
.
#mini3garden #cactusway
#เลี้ยงแคคตัส #ดูแลแคคตัส

🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

 

44106288_484680575372107_1873125779991166976_n

 

เพาะเมล็ดแคคตัส (กระบองเพชร)


cactus_seeding1-e1567516274744.jpg

การเพาะเมล็ดแคคตัสนั้น สามารถทำได้ 2 รูปแบบคือ ระบบเปิด และระบบปิด
แต่ที่นิยมคือ ระบบปิด เพราะง่ายต่อการดูแล ไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ และก็อัตราการรอดก็ค่อนข้างสูงกว่าระบบเปิด ที่อาจจะมีการฝ่อ หรือยุบตัวในกรณีที่ความชื้นไม่เพียงพอ หรืออาจจะโดนรบกวนจากแมลงหรือสัตว์ต่างๆ

แล้วการเพาะระบบปิด ควรจะต้องใช้อุปกรณ์ หรือวัสดุอะไรบ้าง ??
การเพาะเมล็ดแบบปิด ก็สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่ในแบบของ mini3garden จะเป็นแบบไม่ใช้ยากันรา และไม่ต้องมีกระถาง หรือวัสดุรองก้นกระถาง ใช้เพียงแค่

  • ดินเพาะเมล็ด โดยส่วนใหญ่นิยมใช้พีทมอส หรือแล้วแต่ละสูตรของแต่ละบุคคล
  • กล่องใสที่สามารถรับแสงได้ดี

และคำถามที่พบบ่อยคือ การเพาะเมล็ดจำเป็นจะต้องใช้ยากันเชื้อราไหม??

จริงๆ แล้วจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่การเพาะแบบ mini3garden ไม่ต้องใช้ยากันรา เพียงแค่

  • ต้องนำดินเพาะเมล็ด ตากแดดก่อนปลูกเพื่อเป็นการช่วยฆ่าเชื้อ
  • ล้างเมล็ดให้สะอาดพอ
  • ไม่เปิดดู บ่อยๆ เพราะการที่เปิดดูนั้น เมื่ออุณหภูมิจากภายนอกเข้าไป ถ้าอุณหภูมิมีความต่างกันมากระหว่างด้านในและนอกกล่องเพาะ อาจทำให้เกิดเชื้อราได้ ถ้าอยากเปิดดูแนะนำว่าให้เปิดในช่วงที่อุณหภูมิ ไม่ต่างกันมากกับอุณหภูมิในกล่อง เช่น เช้ามืด หรือ ช่วงค่ำๆ
  • ไม่ใช่ส่วนผสมอาจจะมีแบคทีเรีย การใช้พีทมอส จะไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องรา เพราะพีทมอสเป็นวัสดุปลูกที่สะอาด และเหมาะกับการเพาะกล้า เพาะเมล็ด
  • วางกล่องเพาะไว้ในที่ๆ อากาศถ่ายเท แสงแดดเหมาะสม

วิธีใช้งานชุดเพาะเมล็ด mini3garden

cactus_seeding2.jpg
  1. แกะดินเพาะออกจากถุง ใส่กล่องตามปริมาณที่ใส่ในถุง ต่อ 1 กล่อง แล้วปิดฝาและนำไปตากแดดทั้งกล่อง วิธีนี้จะเหมือนเป็นการใช้ความร้อนนึ่งดิน
cactus_seeding3.jpg

2. ตากไว้ในที่ที่แดดแรง แดดจัด เป็นเวลา 1-2 วัน กล่องจะมีไอน้ำเกาะ ให้เปิดฝาเอาไอน้ำที่เกาะออก เสร็จแล้วเปิดฝาทิ้งไว้นำดินก็เอามาผึ่งให้แห้ง ลดอุณหภูมิดินให้ปกติแล้ว นำไปเพาะเมล็ด


ขั้นตอนการเพาะเมล็ดแคคตัส

  1. เทน้ำสะอาดใส่ดินที่อยู่ในกล่อง ปริมาณน้ำให้ท่วมหน้าดิน ทิ้งไว้สัก 10 นาที ให้ดินเพาะได้ดูดน้ำจนชุ่ม และเช็คอีกครั้งว่าดินชื้นพอหรือยัง หากดินยังแห้งอยู่ให้สเปรย์น้ำเพิ่ม ดินไม่ควรมีน้ำขังแต่ควรมีความเปียกชุ่ม
  2. นำเมล็ดที่เตรียมไว้ วางบนผิวดิน หลังจากนั้นกดเมล็ดลงไปในดินเพาะเล็กน้อย
  3. ปิดฝาให้สนิทและนำไปวางไว้ในที่แสงแดด ประมาณ 30-40% หรือแดดรำไร

ข้อควรระวังและสังเกตในการเพาะเมล็ด

  • ความชื้นในกล่อง หากดินแห้งเกินไปให้สเปรย์น้ำเพิ่มความชื้น ควรรักษาความชื้นของดินให้เหมาะสมและต่อเนื่อง แต่ถ้าหากเรากะปริมาณน้ำให้พอดีตั้งแต่การเพาะ ไม่จำเป็นต้องเปิดฝาเติมน้ำอีกเลย
  • อย่านำกล่องที่เพาะเมล็ดแล้ววางในที่ๆ แสงแดดแรง อาจจะเกิดตะไคร่น้ำมากเกินไป หรืออาจแดดจะทำต้นอ่อนฝ่อ หรือสุกได้

cactus_seeding4
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 5 วัน

หลังจากเพาะเมล็ด ประมาณ 5-10 วัน ก็จะมีต้นอ่อนงอกออกจากเมล็ด อัตราการงอกจะมีปริมาณมากน้อย นั้นก็ขี้นอยู่กับความสมบูรณ์ของตัวเมล็ดเอง และการงอกช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ

cactus_seeding5.jpg
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 30 วัน

พอหลังจากต้นอ่อนค่อยแข็งแรงและเติบโตแล้วประมาณ เดือนที่ 4-5 ก็ค่อยเพิ่มๆ ความเข้มข้นของแสงแดด เพื่อเป็นการให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว

cactus_seeding6
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 5 เดือน ต้นอ่อนเห็นเป็นรูปร่างชัดขึ้น
เมื่อได้อายุ หรือขนาดที่โตพอจะนำออกมาปลูก ก็ค่อยๆ แง้ม เปิดฝาที่ละนิด เพื่อให้ต้นค่อยๆ ปรับกับอากาศภายนอก

การเพาะเมล็ดแบบง่ายๆ by #mini3garden

เมล็ดที่ใช้เพาะในวีดีโอ เป็น Astrophytum (แอสโตรไฟตัม)

cactus_gymno_seedingสนใจสั่งชุดเพาะเมล็ดแคคตัสแบบปิด #mini3garden

  • กล่องขนาดใหญ่เพาะเมล็ดได้จำนวนเยอะ
  • กล่องสี่เหลี่ยมช่วยประหยัดพื้นที่ในการวาง
  • สามารถมองเห็นการเจริญเติบโตของเมล็ดข้างในกล่องง่าย
  • กล่องแข็งแรงทนทานไม่ยุบตัวง่าย สามารถล้างให้สะอาดและนำมาใช้ซ้ำได้อีกหลายครั้ง
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ยากันรา แค่ใช้วิธีการนำดินไปตากแดดก่อนเพาะ
    ดินเพาะเมล็ดของเราไม่มีส่วนผสมเคมีอันตรายหรือยากันรา เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้
    และวิธีป้องกันการเกิดเชื้อราแนะนำให้นำดินไปตากแดดก่อนใช้งาน
cactus_seeding7.jpg

ใน 1 ชุดเพาะเมล็ดของ #mini3garden ประกอบด้วย
• ดินเพาะเมล็ดแคคตัส ที่ผสมเสร็จพร้อมใช้ • กล่องเพาะ ขนาด15x15x6.5 ซม.• ป้ายแท็ก
(** เป็นวัสดุอุปกรณ์ ไม่มี เมล็ดพันธุ์ **)
———

1 เซต มีจำนวน 3 ชุด

** ราคาสินค้าไม่รวมค่าจัดส่ง

ราคา 100 บาท


รีวิวจากคุณลูกค้า ที่ใช้ชุดเพาะเมล็ดของเราค่ะ ☺

CUSTOMER_REVIEW63


วัสดุรองก้น กระถางแคคตัส (กระบองเพชร) ไม้อวบน้ำ กุหลาบหิน ใช้อะไรได้บ้าง??


cactus_001

ในการปลูกแคคตัส (กระบองเพชร) ไม้อวบน้ำ สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากคือ วัสดุที่ใช้รองก้นกระถาง เพราะแคคตัสนั้น เป็นพืชที่ต้องการความชื้นน้อย และอยู่ในที่แห้งและโปร่ง ระบายน้ำได้ดี
โดยตามธรรมชาติ แคคตัสมันจะเกาะอยู่ตามซอกหิน มีเนื้อดินร่วนๆ เพียงเล็กน้อย การปลูกในกระถางก็ควรให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้เขานั้น เจริญเติบโตงอกงามได้ดี


cactus_002_pumice
หินภูเขาไฟ

ข้อดี :
• ช่วยให้รากไม้งอกเร็ว เดินดี
• มีความพรุน โปร่ง ระบายน้ำดี
• มีธาตุอาหารในตัวเอง
• อายุการใช้งานนาน

ข้อเสีย :
• ราคาสูง
• หาซื้อยาก

สนใจสั่งซื้อ : หินภูเขาไฟ คลิก


cactus_002_brick

อิฐมอญ

ข้อดี :
ช่วยให้รากไม้งอกเร็ว  

ข้อเสีย :
• การใช้งานยาก ต้องทุบให้ชิ้นเล็ก
เศษฝุ่นชอบจับตัวกันเป็นก้อน อุดทางระบายน้ำ
มีเศษฝุ่น ต้องร่อนก่อนใช้งาน


cactus_002_chacol

ถ่านไม้

ข้อดี :
ราคาถูก    ระบายความชื้นดี

ข้อเสีย :
• การใช้ง่ายยาก ต้องทุบให้ชิ้นเล็ก
เป็นฝุ่นง่าย ไม่เหมาะกับคนที่แพ้
มีเศษฝุ่น ต้องร่อนก่อนใช้งาน


cactus_00_coco

กาบมะพร้าว

ข้อดี :
ราคาถูก หาซื้อง่าย

ข้อเสีย :
อายุการใช้งานสั้น เสื่อมเร็ว
เกิดโรคง่าย เช่น รา เพลี้ยแป้ง
• 
ต้องใช้ยาคอยควบคุมโรค

——
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับแคคตัสได้ที่

WWW.FB.COM/CACTUSWAY


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

 

cactus_001

ปริมาณการให้น้ำ แคคตัส (กระบองเพชร) ไม้อวบน้ำ ควรให้ ยังไง เท่าไหร่??


cactus_water.jpg

การรดน้ำนั้นมีวีธีรดอยู่ 2 รูปแบบคือ รดจากปากกระถาง เหมือนการรดน้ำต้นไม้ทั่วๆ ไป และ การให้น้ำจากก้นกระถาง โดยการนำกระถางไปแช่ในกะละมังให้น้ำไหลย้อนไปจากรูก้นกระถาง

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละบุคคล เพราะในการให้จากก้นกระถางอาจจะไม่เหมาะกับไม้ในปริมาณมากๆ  ข้อดีของการให้น้ำจากก้นกระถาง คือในกรณีที่ต้องการรักษาแผลจากต้น แผลปริแตก หรือแผลจากการปาดยอด หรือบางต้นที่ต้องการรักษาแป้งนวลที่ผิวไม่ให้หลุด ซึ่งไม่ต้องการให้ต้นโดนน้ำโดยตรง

มีหลายคนบอกว่า กะปริมาณน้ำไม่ถูก จริงๆ แล้วไม่ต้องกะปริมาณ เพียงแค่รดให้น้ำไหลออกมาจากรูก้นกระถางก็เป็นอันใช้ได้ และอีกหนึ่งความเข้าใจผิดๆ ที่ว่าอย่าให้น้ำเยอะเดี๋ยวตาย ใช้เป็นการสเปรย์น้ำแทน ซึ่งการเสปรย์นั้น ไม่อาจส่งน้ำไปถึงรากได้ ต้นไม้มีระบบดูดซับที่อยู่ที่ราก ปริมาณน้ำที่ได้นั้นอาจจะไม่เพียงพอกับความต้องการ อาจทำให้รากแห้งและตาย ทำให้ต้นไม้ยุบตัว โคนยุบ และไม่เจริญเติบโต


ติดตามเราได้ที่ www.facebook.com/cactusway

Related : บทความเกี่ยวกับการให้น้ำแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ
• การรดน้ำ ให้ แคคตัส (กระบองเพชร) ไม้อวบน้ำ อ่านต่อ…..
• เราควรนับวันการรดน้ำ แคคตัส (กระบองเพชร) ไม้อวบน้ำ   อย่างไร?? อ่านต่อ…..

 


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus_water

เราควร นับวันการรดน้ำ แคคตัส (กระบองเพชร) ไม้อวบน้ำ อย่างไร??


cactus655.jpg
ในการให้น้ำนั้นไม่มีสูตรตายตัว ดูตามความเหมาะสมของขนาดต้น กระถาง และแวดล้อมของที่วางต้นไม้ เพราะสถานที่ในการปลูกของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน มีตั้งแต่ โรงเรือน , วางไว้ตามชายคาบ้าน โดนแดด 3-5 ชั่วโมง หรือ แดด 100 % ฝน 100 % และอีกปัจจัยคือ ในแต่ละฤดูกาลนั้น การระเหยของน้ำหรือความชื้นแวดล้อมนั้นก็แตกต่างกัน

ดังนั้นการรดน้ำนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และฤดูกาล แต่ถ้าให้ลองสังเกตดูจากสถานที่วางต้นไม้ จะดีกว่า ว่ามีความชื้นมากน้อยขนาดไหน วิธีเช็คง่ายๆ ลองนำไม้จิ้มฟัน จิ้มลงไปในดิน ก่อนที่จะรดน้ำ หากมีดินที่ชื้นติดขึ้นมานั้น แสดงว่า ดินยังมีความชื้นอยู่สูง ยังไม่จำเป็นต้องรดน้ำ หลังจากนั้นก็ลองนับระยะดูว่า สถานที่ตรงที่เราปลูก ดินแห้งเร็วขนาดไหน เพียงเท่านี้เราก็สามารถกะวันรดน้ำได้คราวๆ

ติดตามเราได้ที่ www.facebook.com/cactusway
Related : บทความเกี่ยวกับการให้น้ำแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ
• การรดน้ำ ให้ แคคตัส (กระบองเพชร) ไม้อวบน้ำ อ่านต่อ…..
• ปริมาณการให้น้ำ แคคตัส (กระบองเพชร) ไม้อวบน้ำ ควรให้ ยังไง เท่าไหร่?? อ่านต่อ…..


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซall_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus655