กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ สกุล และสายพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย ดูแลไม่ยาก เหมาะกับมือใหม่


สำหรับมือใหม่ ที่ต้องการเริ่มหัดเลี้ยง กระบองเพชร ( แคคตัส ) แนะนำให้เริ่มปลูกจากสกุล หรือชนิดที่ดูแลได้ง่ายก่อน เริ่มจากชนิดที่ราคาไม่สูงมาก ดูแลง่าย เพื่อเป็นการค่อยๆ ศึกษาวิธีการเลี้ยง ขยายพันธุ์ รักษาโรค หรืออาการป่วย และสภาพแวดล้อมในการปลูกให้เหมาะสม ให้มีความชำนาญ

สกุล แมมมิลลาเรีย ( Mammillaria ) ในภาพเป็น นิโวซา ( M. nivosa ) หรือเรียกกันว่า แมมเข็มทอง แมมหนามทอง หนามสีทองเป็นหนามแข็ง หนามคม ติดดอกง่าย ดอกเล็กๆ ออกรอบวงของต้น ดอกสีขาว มีดอกออกเรื่อยๆ สามารถติดฝักได้เอง โดยไม่ต้องผสม ชอบแดด 70-80% หากเลี้ยงได้แดดดี ต้นจะฟอร์มกระชับ หนามถี่และแน่น สีทองสวยงาม ในระหว่างช่องตุ่มหนามจะมีปุยขาว หากไม่แยกหน่อไปปลูกก็จะเป็นไม้ฟอร์มกอโต

การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด และการชำหน่อ สามารถเด็ดหน่อ และปักบนดินปลูกได้เลย เมื่อรากเดินดีก็จะแตกหน่อออกมาเรื่อยๆ


สกุล โอพันเทีย ( Opantia ) ในภาพเป็น ไมโครดาซิส ( O.microdasys ) หรือที่เรียกันว่า หนูกระต่าย, เสมาเงิน, หูกระต่ายขาว ลักษณะมีตุ่มขนหนามขนาดเล็กกระจายตัวออกมาเป็นกลุ่ม ซึ่งขนหนามนี้ต้องระวังไม่ควรใช้มือสัมผัสโดยตรงเพราะจะติดกับผิวหนังและทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ชอบแดด 80-100% หากได้รับแสงแดดเพียงพอ ขนหนามจะยิ่งฟูแน่น ใบกลมไม่ยืดยาว

การขยายพันธุ์ : ใช้การปักชำ สามารถเด็ดใบ และปักบนดินปลูกได้เลย เมื่อรากเดินดีก็จะแตกใบ แตกหน่อออกมาเรื่อยๆ


สกุล แมมมิลลาเรีย ( Mammillaria ) ในภาพเป็น ไซเดียนา ( M.schiedeana ) หรือที่เรียกันว่า แมมขนนกเหลือง ขนหนามเป็นกระจุก และบานออก ขนหนามมีความอ่อนนุ่มไม่แหลมคม สีขนหนามมีความเข้มอ่อนต่างกันตามแต่ที่ผสมพันธุ์กันมา ดอกเล็กๆออกรอบวงของต้น ดอกออกเรื่อยๆ ทุกฤดู แต่จะมากเป็นพิเศษในฤดูหนาว สีของดอกมีหลายหลายสี ที่พบบ่อยคือ สีขาว และชมพู ส่วนสีออกชมพูอมแดง หรืออมม่วงนั้นจะพบได้ยากกว่า เมื่อโต และไม่ได้แยกหน่อไปปลูก จะเป็นฟอร์มกอ หัวกลมขนาดไม่ใหญ่มากแตกออกเป็นพุ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ชอบแดด 80-90% หากต้องการให้ได้ฟอร์มกลมสวย ต้องเลี้ยงให้ได้รับแสงแดดยาว นาน 6-8 ชม.ต่อวัน ไม่ค่อยชอบชื้น เว้นการรดน้ำได้นาน กว่ากระบองเพชรชนิดอื่นๆ

การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด และการชำหน่อ สามารถเด็ดหน่อ และปักบนดินปลูกได้เลย เมื่อรากเดินดีก็จะแตกหน่อออกมาเรื่อยๆ


สกุล ยิมโนคาไลเซียม ( Gymnocalycium ) ในภาพเป็น มิฮาโนวิชิอาย ( Minanovichii ) หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า ยิโนมิฮา ต้นพื้นฐานจะมีสีเขียว และมีที่เป็นไม้ด่าง หากเป็นมือใหม่การเลี้ยงไม้เขียวจะง่ายกว่าการเลี้ยงไม้ด่าง ยิมโนจะชอบความชื้นมากกว่ากระบองเพชรสายพันธุ์อื่นๆ แดด 60-80% ผิวไม้จะเขียวสวยกว่าการเลี้ยงแดดแรง สามารถเลี้ยงแดดแรงได้ หรือเลี้ยงตามธรรมชาติแบบแดด100% ฝน100% แต่ผิวของไม้อาจจะไหม้แดดง่าย หรือผิวกร้านไม่เขียวใส จะมีดอก และหน่อ งอกตามตุ่มหนาม ดอกจะออกมาในช่วงฤดูร้อน ดอกหลักๆ มี 2 สี คือ ขาว และชมพู แต่จะมีหลากหลายโทนและเฉด

การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด และการชำหน่อ สามารถเด็ดหน่อ และปักบนดินปลูกได้เลย เมื่อรากเดินดีก็จะแตกหน่อออกมาเรื่อยๆ


สกุล อิชินอปซิส ( Echinopsis ) ในภาพเป็น ซับเดนูดาตา ( E.subdenudata ) เป็นแคคตัสที่เลี้ยงได้ง่าย ชอบชื้นแต่ไม่แฉะ อากาศถ่ายเทดีอยู่ได้ทั้งแดด 60% จนถึงเลี้ยงกลางแจ้งแดด 100% แต่ถ้าหากเลี้ยงแดดแรงต้องหมั่นรดน้ำ เพราะหากขาดน้ำต้นจะซีดเหลืองไหม้แดดได้ง่าย เป็นไม้ที่แตกกอ แตกหน่อยได้ง่ายเมื่ออายุถึงวัย ดอกสีขาวใหญ่ มีกลิ่นหอมอ่อน สดชื่นๆ เมื่อดมใกล้ๆ ดอกจะบานในตอนกลางคืน และโรยในตอนเที่ยง

การขยายพันธุ์ : ชำหน่อ สามารถเด็ดหน่อ และปักบนดินปลูกได้เลย เมื่อรากเดินดีก็จะแตกหน่อออกมาเรื่อยๆ


กระบองเพชรทั้งหมดนี้ใช้วัสดุปลูกเหมือนกัน แตกต่างกันตรงการให้น้ำ และแสงแดดที่ต้องการ วัสดุปลูกควรเป็น ดินกระบองเพชร โดยเฉพาะ เพราะจะมีคุณลักษณะเครื่องปลูกที่โปร่ง และระบายน้ำ ความชื้น ในการปลูกควรรองก้นกระถางเพื่อให้ดินระบายความชื้นได้ดี

บทความที่เกี่ยวข้อง

• วัสดุที่ใช้ปลูก ไม้อวบน้ำ กระบองเพชร (แคคตัส) มีอะไรบ้าง ใช้ทำอะไรบ้าง?? >> คลิก <<
• ขั้นตอนง่ายๆ ในการปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ >> คลิก <<
• การให้น้ำ รดน้ำ กระบองเพชร ( แคคตัส ) ไม้อวบน้ำ ควรให้ ยังไง ปริมาณเท่าไหร่?? >> คลิก <<


มือใหม่ เริ่มสนใจปลูก กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ ต้องเริ่มยังไง??


สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ในการเริ่มปลูก กระบองเพชร คือ การเริ่มเรียนรู้ในสกุล และชนิด ของกระบองเพชร กระบองเพชรนั้นมีหลายสกุล ในแต่ละสกุล มีแตกแยกย่อยไปอีกหลายชนิด การเลี้ยงดูนั้นมีความยาก และง่าย ยังมีต่างกันไปอีกด้วย

ดังนั้นหากจะเริ่มเลี้ยงควรเลือกที่เลี้ยงดูได้ง่ายๆ ซึ่งสกุลที่เลี้ยง และดูแลได้ง่ายๆ อาทิเช่น ยิมโนคาไลเซียม ( Gymnocalycium ) อิชินอปซิส ( Echinopsis ) โอพันเทีย ( opuntia ) แมมมิลลาเรีย ( mammillaria ) บางชนิด

ลำดับต่อมาคือการให้น้ำ สภาพแวดล้อม และวัสดุปลูก ด้วยกระบองเพชรไม่ใช่ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในบ้านเรา ฉะนั้น ดิน สภาพแวดล้อม ก็ควรจะให้ใกล้เคียงกับถิ่นกำเนิดของกระบองเพชร ที่เป็นที่แห้งแล้ง ความชื้นไม่มาก แสงแดดเพียงพอตลอดทั้งวัน ดินที่ใช้ปลูกไม่อุ้มน้ำมาก น้ำไม่ขัง

ลักษณะโดยพื้นฐานของกระบองเพชร ตัวต้นจะมีหลากหลายลักษณะตามสายพันธุ์ ต้นเป็นฟอร์ม ตอสูง กลมแตกหน่อเป็นพุ่ม หรือเป็นหัวเดียว มีทั้งมีหนาม และไม่มีหนาม ลักษณะของหนาม มีทั้งเป็นหนามแข็งแหลม คม และขนหนามแบบอ่อนนุ่ม ลักษณะของราก ทั้งที่รากเป็นฝอย หรือมีลักษณะเป็นโขด

มีดอกเพื่อใช้ในการสืบพันธุ์ แต่ละสกุลจะให้ดอกยากง่ายแตกต่างกัน สีของดอกมีทั้ง ขาว ชมพู แดง ส้ม เหลือง ม่วง แล้วแต่สกุล ส่วนใหญ่ดอกบานในตอนกลางวัน ช่วงเที่ยง-บ่าย และหุบในตอนกลางคืน และมีบางสกุลดอกบานในตอนกลางคืน และโรยในตอนเที่ยง

การขยายพันธุ์ คือ การผสมเกสรจนติดฝัก และนำไปเพาะเมล็ด แต่จะมีบางสกุล ที่สามารถชำหน่อได้

อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องเรียนรู้ควบคู่ไปกับการเลี้ยงคือ โรค และอาการป่วย โดยหลักๆ โรคและอาการป่วยของกระบองเพชรนั้น เกิดได้จาก 2 ปัจจัยคือ สภาพแวดล้อม และแมลง ศัตรูพืช ที่พบบ่อย อาทิเช่น ไร, เพลี้ย, รา ในการรักษาก็มีหลายวิธี โดยจะมีตัวยาที่เป็นสารเคมี หรือจุลินทรีย์ที่นำมาใช้แตกต่างกันไป

ลิงค์ที่เกี่ยวข้องกับบทความ

• วัสดุที่นิยมใช้ปลูกกระบองเพชร >> คลิก <<

• การรดน้ำ ให้น้ำ กระบองเพชร >> คลิก <<

• แสงแดด สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเลี้ยงกระบองเพชร >> คลิก <<


รดน้ำ ให้น้ำ กระบองเพชร (แคคตัส) ยังไง?? ในช่วงฤดูฝน


สำหรับมือใหม่ที่มีความกังวลว่ากระบองเพชร ไม่ชอบน้ำ และความชื้นที่มากไป แล้วในฤดูฝนจะต้องให้น้ำอย่างไรดี??
ก่อนอื่น เราต้องดูสถานที่เลี้ยงเป็นหลัก เพราะแต่ละคนมีพื้นที่การเลี้ยงที่แตกต่างกัน ทั้งมีโรงเรือน ชายคาบ้าน กลางแดด กลางฝน ซึ่งทั้งหมดเป็นตัวแปรในการให้น้ำ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องประเมินจากสภาพแวดล้อมการเลี้ยง รวมกับดินปลูกของเรานั้นแห้งเร็ว และช้าขนาดไหน

วิธีเช็คว่าดินแห้ง หรือยังชื้น >> คลิก <<

สถานที่เลี้ยงแต่ละแบบก็มีผลต่อการแห้งของดินที่แตกต่างกัน

ฉะนั้นการให้น้ำในฤดูฝนก็จะแตกต่างกันไป

เลี้ยงชายคาบ้าน หรือโรงเรือนแบบเปิดข้าง มีโอกาสโดนฝน ก็จะใช้การประเมินดิน และต้นเป็นหลัก โดยการให้น้ำควรจะลดปริมาณลง แต่จะให้ตามการแห้งของดินเป็นหลัก เน้นในแห้งเร็ว แต่ก็ระวังไม่ให้ต้นขาดน้ำมากไป คือ จากที่รดแช่จนน้ำออกก้นกระถาง ก็จะลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ดินแห้งเร็วขึ้น ไม่เก็บความชื้นเยอะไป

เลี้ยงแบบโรงเรือนปิด ก็จะสามารถคุมการให้น้ำได้ง่าย การรดน้ำก็เน้นให้แห้งเร็ว ลดปริมาณน้ำลงเหมือนกัน หรือเพิ่มระยะการให้น้ำให้ห่างขึ้นจากเดิม เพราะในฤดูฝนอาจจะทำให้ฟ้าปิด ไม่มีแสงแดดติดต่อกันหลายวัน ดินก็จะแห้งช้ากว่าฤดูอื่นๆ และในฤดูฝนช่วงที่ฝนใกล้ตก

เป็นช่วงอากาศร้อน และเย็นเจอกัน ภายโรงเรือนจะมีความอบ และชื้นสูงอีกด้วย ซึ่งต้องระวังเพราะความชื้นสามารถแทรกซึมไปได้ทุกที ควรใช้พัดลมช่วยระบาย หรือเปิดโรงเรือนให้ลมผ่าน ในช่วงนี้ความชื้นในอากาศเยอะ

– เลี้ยงแบบแดดร้อยฝนร้อย ก็แค่ปล่อยให้ดินแห้งจริงๆ ค่อยรดน้ำค่ะ เพราะช่วงฝนติดกันดินจะชื้นมาก สิ่งที่ต้องระวังคือ การเน่า ถ้าที่ตั้งหรือวางต้น อากาศไม่ถ่ายเท ลมไม่ผ่าน การแห้งของดินช้า อาจจะทำให้ดินชื้นเกินจนไม้เน่า และยังเสี่ยงกับการที่ดินอุ้มน้ำเยอะ ความชื้นมาก จนอาจจะทำให้เกิดเชื้อราที่รากซึ่งจะเป็นสาเหตุของการเน่าจากรากและล่ามสู่ต้น

วิธีที่จะช่วยให้ลดความชื้นในกระถางได้ดีคือ การเลี่ยงใช้วัสดุรองก้นกระถางที่เก็บความชื้นสูงอย่างเช่น กาบมะพร้าวสับ เพราะจะช่วยอุ้มน้ำไว้มากเกินไป ใช้เป็นหินภูเขาไฟ หรือถ่านจะช่วยให้ระบายความชื้นได้ดีกว่า

แต่สิ่งสำคัญคือ การเฝ้าตรวจดูอาการของไม้ ว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เผื่อถ้ามีเหตุฉุกเฉินยังพอช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทัน




เพิ่งจะลงปลูกใหม่ รากก็เดิน ทำไม…กระบองเพชร (แคคตัส) โคนต้นยุบ ไม่โตขึ้น


pot_not_support.jpg

หลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมต้นเพิ่งลงปลูก แต่กลับโคนยุบตัว หรือไม้นิ่ง ไม่โต สาเหตุที่เกิดมีได้หลายปัจจัย แต่อีกปัจจัยที่เล็กน้อย และเราอาจจะมองข้ามไปก็คือ การเลือกกระถางให้เหมาะกับต้น สภาพอากาศ สายพันธุ์ และการให้น้ำ

กระบองเพชร (แคคตัส) นั้นมีหลายหลายสายพันธุ์ และแต่ละสายพันธุ์ ก็ต้องการความชื้นที่แตกต่างกัน อย่างเช่น แอสโตร ยิมโน เมโล เป็นสายพันธุ์ที่ชอบน้ำมากกว่า สายพันธุ์อื่นๆ สภาพอากาศที่เลี้ยงแต่ละคนก็แตกต่าง ชนิดไม้ที่ปลูกก็มีความหลากหลาย การให้น้ำในกรณีที่ปลูกรวมกัน และจำนวนเยอะ อาจจะไม่สามารถรดน้ำตามประเภทของไม้ได้ จึงต้องให้น้ำรวมพร้อมกันทีเดียว

ฉะนั้น เมื่อไม้ได้รับน้ำเท่ากัน แต่ความแตกต่างที่ต้องการน้ำต่างกัน อาจจะทำให้บางต้นได้น้ำเยอะมากไป หรือบางต้นขาดน้ำ วิธีการที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือ การเลือกกระถางให้เหมาะสม ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปลูก ขนาด ความลึก ประเภทของวัสดุ ล้วนมีปัจจัยรวมกันทั้งหมด

pot_not_support-2

อย่าง แอสโตรต้นนี้ กระถางที่เลือกใช้ตื้นเกินไป เมื่อใส่หินรองแล้ว พื้นที่ที่ใส่ดินก็น้อยลงไปอีก เมื่อนำไปเลี้ยงในที่แดดจัด ลมแรง ดินแห้งไว้ ทำให้ความชื้นระเหยเร็วเกินไป ต้นจึงได้รับความชื้นไม่เพียงพอ

pot_not_support-6
pot_not_support-5

ไม้ที่ชอบน้ำ อาจจะใช้กระถางที่มีก้นลึก เพื่อทำให้เก็บความชื้นได้มากขึ้น ส่วนต้นที่ชอบน้ำน้อย ก็จะเลือกเป็นประเภทปากกว้าง แต่ก้นแคบ เพื่อที่จะได้ระบายความชื้นได้ดีขึ้น ซึ่งในตอนนี้มีกระถางที่ผลิตโดยผู้ปลูกกระบองเพชรอยู่หลายเจ้า ที่นำประสบการณ์มาพัฒนาการผลิตกระถางให้เหมาะกับต้น และลักษณะการปลูก

pot_not_support-4

กระบองเพชร ต้นย่น ซีดเหลือง มีแผลบริเวณผิว เกิดจากอาการไหม้แดด ขาดน้ำ จะต้องรักษา ดูแล ยังไง??


ในช่วงฤดูร้อน และหนาว ที่แสงแดดจะแรง อากาศแห้ง จนทำให้เกิดอาการไหม้แดด ซึ่งถ้าเป็นอาการที่ผิว ลักษณะที่เกิดเป็นแผล วิธีแก้ก็คือ นำต้นเข้ามาพักหลบแดด ยิ่งในกรณีที่เป็นไม้ด่าง ผิวจะยิ่งมีความไวต่อแสงมากกว่า ต้นที่เป็นสีเขียว

และถ้าแผลไหม้เยอะ แผลลึก ต้องระวังตอนรดน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดอาการเน่าลุกลาม จากแผลติดเชื้อ และแผลส่วนนั้นจะเป็นเหมือนแผลเป็น ไม่สามารถรักษาให้หายได้ รอเวลาให้แผลค่อยๆ ไล่ลงด้านล่างของต้น

cactus-burn5.jpg
cactus-burn2.jpg
ต้นอิชินอป ด่าง ที่ซีดเหลือง เพราะโดนแดดแรง

อาการไหม้แดด วิธีป้องกันคือ การหมั่นคอยสังเกต หากต้นเริ่มมีอาการซีด เหลือง อาจจะเป็นเพราะตำแหน่งที่วางนั้นโดนแดดมากเกินไป อาจจะต้องทำการเปลี่ยนที่วาง หรือกางสแลนช่วยพลางแสง เพราะตำแหน่งที่วางนั้น แดดมีการเปลี่ยนทิศทางตามฤดูกาล ทำให้ตำแหน่งที่วางเดิมนั้นอาจจะไม่เหมาะกับฤดูนั้นๆ

1566637418175.jpg
ภาพจากคุณลูกค้า ที่ส่งมาสอบถามอาการ และรักษาจนแผลแห้งและค่อยๆ ไล่ลงด้านล่าง

ส่วนอาการต้นยุบ หรือโคนยุบ ต้องแก้จากระบบรากที่มีหน้าที่ดูดซึมมีปัญหา โดยแยกได้เป็น 3 สาเหตุคือ

1. น้ำที่ได้รับไม่พอให้รากดูดซึม เพราะอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ดิน แห้งเร็วมาก จนทำให้ได้รับความชื้นไม่พอที่ต้นจะนำไปใช้

แก้ไขได้โดยเว้นระยะห่างการรดน้ำตามฤดู หรือสภาพอากาศ แทนการนับวันรดน้ำ เพราะในฤดูร้อน หรือหนาว การระเหยของน้ำจะเร็ว ต้นเองก็คายน้ำมากขึ้น

วิธีดูว่าดินแห้ง หรือยังทำได้โดย
– ใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มลงในดิน หากดินแห้งมาก จะไม่มีเศษดินหรือความชื้นติดมากกับไม้
– ยกกระถางเทียบน้ำหนัก ตอนรดใหม่ให้ลองยก 1 ครั้ง และ หลังจากนั้น 2-3 วัน ลองยกเทียบดูอีกที หากเบาต่างกันมากๆ แสดงว่า ไม่มีความชื้นในดินแล้วให้รดน้ำได้เลย
– ใช้วัสดุโรยหน้ากระถาง ที่เป็นจำพวก ดินญี่ปุ่น ดินอคาดามะ ที่จะทำให้เราสังเกตสีจากดินเพื่อดูความชื้นได้ง่ายขึ้น

2. ระบบรากมีปัญหา ซึงอาจจะมาจาก 3 สาเหตุหลักใหญ่ ๆ

– เกิดจากรากที่เสื่อมประสิทธิภาพ เพราะดินเก่าไม่ได้เปลี่ยนดินนาน เนื้อดินหมด หรือน้อยลง มีแต่หิน ทำให้รากไม่ได้มีการฟื้นฟู หรือรากเกิดใหม่ รากจึงไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพ
– มีเพลี้ยกัดกินราก แม้จะรดน้ำมากเท่าไหร่ ต้นก็ยังดูซูบ เหี่ยว ไม่ฟื้นตัว นั้นอาจจะเป็นเพราะเพลี้ยได้ไป เกาะกินราก แย่งอาหารที่จะนำไปเลี้ยงต้น
– ดินที่ใช้ปลูกอาจจะไม่เหมาะสม ในการปลูก เช่นเนื้อดินแน่นไป ไม่ร่วนซุยและโปร่งพอ หรือใช้วัตถุอินทรีย์ที่ยังย่อยสลายได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดความร้อนในดิน จนเกิดอาการรากกุด หรือรากเน่า ระบบรากเดินไม่ดี


3. ต้นที่เพิ่งปลูกใหม่ รากยังไม่เดินดี ไม่ฟื้นตัว

ต้นที่ปลูกใหม่ ระบบรากจะต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัว ในระยะแรกสักพัก เมื่อระบบรากเดินดี และฟื้นตัวเต็มที่ ต้นก็พร้อมที่จะเจอกับแสงแดดปกติที่เราเลี้ยง แต่หากช่วงแรกที่รากยังไม่ฟื้น หรือยังเดินไม่ดี เมื่อเจอแดดแรง การคายน้ำสูง รากไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ก็จะทำให้ต้นไหม้ และเหี่ยวได้เช่นกัน และหากทิ้งไว้นาน จนรากแห้งเสีย อาจทำให้เกิดการยืนต้นตายได้ ฉะนั้นต้นที่เพิ่งลงปลูกใหม่ ควรเลี้ยงในแดดที่ได้รับการพรางแสงมากกว่าปกติ เพื่อช่วยให้ต้นฟื้นฟูได้เร็

อาการของต้นนี้เกิดจากรากเก่า เพราะดินเสื่อมสภาพ ไม่มีเนื้อดินมากพอที่จะเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ ต้นไหม้แดดได้ง่าย การเปลี่ยนกระถางเมื่อถึงเวลา ไม่ปล่อยให้ไม้อั้นกระถาง จึงมีความจำเป็น เพื่อให้ต้นไม้แข็งแรง และเจริญเติบโตได้ต่อเนื่อง

วิธีผสมเกสร ยิมโน แคคตัส (Gymnocalycium) แบบปาดดอก ตอนดอกหุบ ให้มีเมล็ด ติดฝัก


ข้อดีของการผสมแบบนี้คือ ทำให้มีโอกาสติดฝักสูงขึ้น กว่าการใช้พู่กันเขี่ย และแม้ดอกจะหุบไปแล้วเราก็ยังสามารถผสมเกสรได้

สิ่งที่มือใหม่!! ควรรู้ก่อนผสมพันธุ์กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร
 >>อ่านเพิ่มเติม<<

— อุปกรณ์ที่ใช้ —

How_to_breeding_4• แหนบก้านยาว
• มีดเล็กสำหรับปาดดอก (ในกรณีผสมสกุลยิมโน) **มีดขนาดเล็ก และคมปาดทีเดียวแล้วหลุดออก เพื่อไม่ให้ก้านดอกช้ำหรือเสียหาย หากเป็นมีดคว้านหรือโค้ง จะง่ายขึ้นเพราะมีลักษณะโค้งรับไปกับดอก


— วิธีผสมเกสรแบบปาดดอก —
How_to_Gymno_breeding5

ในกรณีที่ดอกบาน สามารถคีบละอองเกสร ตัวผู้มาใส่ตัวเมียได้เลย

How_to_Gymno_breeding4
แต่ถ้าดอกหุบก็ปาดกลีบดอกออก ตามตำแหน่งในภาพ จะเป็นด้านล่างสุดของกลีบดอกชั้นล่าง

How_to_Gymno_breeding2
หลังจากปาดดอกแล้วก็ผ่าออกเพื่อเอาอับละอองเรณูเกสร
How_to_Gymno_breeding6
เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ


วีดีโอผสมเกสรยิมโนแบบปาดยอด


วิธีทำให้กระบองเพชร (แคคตัส) มีเมล็ด ติดฝักโดยผสมเกสร


สิ่งที่มือใหม่!! ควรรู้ก่อนผสมพันธุ์กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร

• กระบองเพชร (แคคตัส) แต่ละสกุล มีเวลาบานของดอกที่แตกต่างกันไป และระยะเวลาในการบานนั้นก็ไม่เท่ากัน บางสกุล บานวันเดียวแล้วฝ่อ หรือบาน 2-3 วัน และเวลาบานมีทั้งบานตอนกลางคืน เช้า กลางวัน ช่วงบ่าย

• บางสกุล สายพันธุ์ สามารถติดฝักได้เอง โดยไม่ต้องผสมเกสร เช่น Notocactus, Melocactus, Frailea

• การผสมเกสรในต้นเดียวกัน อาจจะไม่ติดฝัก หรือมีโอกาสติดน้อยมาก มากกว่าการผสมเกสรแบบคนละต้น

• หากเป็นไม้สกุลเดียวกันแต่คนละสายพันธุ์ สามารถนำมาผสมกันได้ เช่น แอสโตรฯ นูดัม X แอสโตรฯ มายริโอ

• ในต้นๆ หนึ่งสามารถเป็นได้ทั้ง ต้นพ่อ และต้นแม่ โดยการเอาเกสรคู่ตรงข้ามมาเข้ากัน

• ในบางสกุลอย่างยิมโน แม้ดอกจะหุบไปแล้ว ก็สามารถผสมเกสรได้

• วันที่บานมีผลต่อเกสรตัวผู้ตัวเมีย ตัวผู้ หากบานหลายวันมาก ความสมบูรณ์ของเกสรอาจจะลดลง โดยต้องใช้วีธีสังเกต


——- รู้จักกับเกสร ตัวผู้ และตัวเมีย ——-

How_to_breeding_2.jpg

ในดอก 1 ดอกนั้น เกสรตัวผู้จะมีจำนวนมาก แต่เกสรตัวเมียนั้น จะมี 1 ก้าน
—————————————
ความสมบูรณ์ของเกสรมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ติดฝัก หากยอดเกสรตัวเมียที่แห้งมาก ไม่มีน้ำเมือกที่เป็นตัวจับเกสรตัวผู้ อาจจะทำให้โอกาสติดน้อยลง  ละอองเกสรตัวผู้ที่เยอะ ยิ่งเป็นผลดี

How_to_breeding_3

——- วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ——- 
How_to_breeding_4.jpg

• พู่กันขนนิ่ม ขนาดกลาง ปลายเล็ก หรือ สำลีปั่นหู
• แหนบก้านยาว
• มีดเล็กสำหรับปาดดอก (ในกรณีผสมสกุลยิมโน) **มีดขนาดเล็ก และคมปาดทีเดียวแล้วหลุดออก เพื่อไม่ให้ก้านดอกช้ำหรือเสียหาย หากเป็นมีดคว้านหรือโค้ง จะง่ายขึ้นเพราะมีลักษณะโค้งรับไปกับดอก


วิธีผสมพันธุ์ กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร

How_to_breeding_5.jpg

     ใช้แหนบดึงปลายเกสรตัวผู้ บริเวณอับละอองเลณู อย่างระมัดระวัง แล้วนำไปใส่ ใส่ในยอดเกสรตัวเมีย หรือจะใช้เป็นพู่กัน สำลีปั่นหู ปั่นเอาแค่ละอองเกสรตัวผู้ ไปปั่นใส่ในยอดเกสรตัวเมีย

ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้แล้วแต่ความถนัดและความเหมาะสม อย่างในกรณีที่เป็นสกุลแมมมิลลาเรียที่มีดอกเล็ก การใช้แหนบดึงเกสรอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับดอกได้ ใช้เป็นพู่กันปลายเล็กๆ ปั่นเกสรจะสะดวกกว่า


จะรู้ได้ยังไงว่า เราผสมเกสรติด ??

How_to_breeding_6
How_to_breeding_7หลังจากผสมเกสร ประมาณ 3 -5 วัน ถ้าก้านดอกที่เราผสมไว้ มีลักษณะพองขึ้น ไม่เหี่ยว หรือฝ่อ ก้านดอกจะเหนี่ยว เอามือเขี่ยเบาๆ ก็ไม่หลุด แสดงว่าผสมติด แต่ถ้าหากก้านดอกเหี่ยว ลองเอามือเขี่ยเบาๆ แล้วหลุดเลย แสดงว่าการผสมเกสรไม่สำเร็จ


หลังจากผสมเกสร นานไหม กว่าจะเก็บเมล็ดได้ ??

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ความสมบูรณ์ สภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ว่าเอื้ออำนวยกับการสุกของฝักขนาดไหน ซึ่งระยะเวลาโดยประมาณ คือ 3-8 สัปดาห์

—————————————–
วิธีผสมเกสรยิมโน แคคตัส (Gymnocalycium) แบบปาดดอก ตอนดอกหุบ
>> อ่านเพิ่มเติมคลิก!! <<


กระถางพลาสติก กลม ผิวด้าน ขอบหนา ขนาด 2.5 นิ้ว


กระถางทรง กลม ผิวด้าน ขอบหนา 2.5 นิ้ว

สี: ขาว / รหัส : 2WC-05
สถานะสินค้า : พร้อมส่ง
สี: อิฐ / รหัส : 2RC-06
สถานะสินค้า : พร้อมส่ง

ราคา ฿ 3.50 – 5

1 ใบ ราคา ฿ 5
————————–
5 ใบ ฿ 20 ( เฉลี่ย ฿ 4 / ใบ )
————————–
20 ใบ ฿ 70 ( เฉลี่ย ฿ 3.5 / ใบ )


รายละเอียด

ขนาดสินค้า :ปากสูงก้น
นิ้ว2.752.71.7
เซนติเมตร6.76.54.5

หัวฝักบัวรดน้ำ 2in1 ใส่ขวดน้ำ ใช้รดต้นไม้ขนาดเล็ก ต้นอ่อน


ดินผสมพร้อมปลูก กระบอง (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ ใช้หัวฝักบัวรดน้ำ 2 แบบใน 1 หัว

สี : ฟ้า เหลือง ตามภาพ
สถานะสินค้า : พร้อมส่ง


รายละเอียด

หน้ากว้างของ ฝักบัวขนาด 4 ซม. หัวฝักบัวรดน้ำ 2 แบบใน 1 หัว รดน้ำได้ทั้งแบบที่เป็นฝอย หรือรดแบบเท ใช้งานง่าย สะดวก เหมาะกับการรดน้ำต้นไม้ขนาดเล็ก ไม้แคระ ไม้จิ๋ว ต้นอ่อน หรือสถานที่ที่ไม่ก๊อกน้ำ

ใช้งานได้กับขวดน้ำอัดลมเท่านั้น สามารถใช้ได้กับขวดน้ำอัดลมทุกขนาด แต่ไม่สามารถสวมเข้ากับขวดน้ำเปล่าได้