ล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง : รีวิว วัสดุใช้ล่อราก (Gymnocalycium Variegata)


Review-create_new_root_01

     ในการ “ล่อราก” หรือ ชำหน่อยิมโนด่างนั้น จะค่อนข้างยาก กว่าการล่อรากยิมโนที่ไม่ด่าง และสายพันธุ์อื่น ด้วยความที่เขามีสีที่ด่าง หรือสีเขียวน้อย ทำให้การสังเคราะห์แสง เพื่อเจริญเติบโตจงค่อนข้างยาก บางคนถึงนิยมนำไป “กราฟ” เพราะจะช่วยทำให้ไม้โตไวขึ้น

โดยปกติ การล่อราก สามารถทำได้ทั้งแบบ ระบบเปิด และระบบปิด ซึ่งมีข้อดีเสียแตกต่างกันไป การล่อรากในระบบปิด เสี่ยงต่อการเน่า หรือขึ้นรา การล่อรากแบบเปิด ก็เสี่ยงต่อการที่หน่อฝ่อ รากไม่ออก

สิ่งสำคัญในการล่อรากแบบปิด โดยไม่ใช้ยาเร่งราก หรือยากันรา

• หน่อที่นำมาล่อราก หรือชำหน่อ แผลต้องแห้งสนิท ไม่ฉะนั้นอาจจะทำให้เกิดการเน่า แนะนำให้นำหน่อไปตากแดดอ่อนๆ จะช่วยสมานแผล และฆ่าเชื้อโรคได้

• ภาชนะที่ใช้ หรือวัสดุที่ใช้ควรจะต้องมีความสะอาดเพื่อป้องกันการเกิดรา

• อุณหภูมิที่เหมาะสม อากาศควรถ่ายเทได้ดี แสงแดดที่พอเพียง เป็นช่วงแดดเช้า หรือแดดร่ำไร ประมาณ 40% ห้ามวางในที่ที่อากาศร้อนอบอ้าว หรืออุณหภูมิสูง

• ไม่ควรเคลื่อนย้าย หรือเปิดดูบ่อยๆเพราะอุณหภูมิที่แตกต่างกันมากระหว่างภายในกับภายนอก
อาจจะมีผลกับต้น และการยกดูบ่อยๆ จะเป็นการรบกวน ทำให้รากออกช้า หรือไม่ออก

ขั้นตอนการล่อราก หรือชำหน่อแบบปิด นั้นง่ายมาก
เพียงแค่ใส่วัสดุที่เราใช้ล่อราก 1/3 ของภาชนะที่เราใช้ล่อราก พรมน้ำให้ชุ่ม แล้ววางหน่อของเราไว้บนวัสดุล่อราก โดยไม่ต้องกดหรือฝังแค่วางไว้เฉย หลังจากนั้นก็ปิดฝาให้สนิท คำแนะนำ ภาชนะที่จะนำมาใช้ล่อรากควรเป็น ภาชนะที่รับแสงได้ดี ไม่ควรทึบ หรือแสงเข้าถึงยาก

วัสดุที่เรานำมารีวิวในการล่อราก หรือชำหน่อ ยิมโนด่าง มีดังนี้
•เม็ดดินเผา •เพอร์ไลต์จิ๋ว •ดินอคาดามะ •หินภูเขาไฟ ทีพีไอ •ดินปลูก #mini3garden
โดยมีการนำวัสดุมาผสมกันด้วย
ระยะเวลาที่ใช้คือ 25 วัน
ล่อราก หรือชำหน่อ แบบไม่ใช่ยาเร่งราก และยากันรา


**ปัจจัยที่อาจจะทำให้ได้ ผลผลลัพธ์แตกต่างคือ • สี ความด่าง มาก น้อย • ขนาด และความสมบูรณ์ ของหน่อ
การทดลองนี้ถือว่า 70% สามารถนำมาตัดสินใจใช้วัสดุ แต่ละประเภท และทดลองต่อไป

Review-create_new_root_02

Review-create_new_root_09

Review-create_new_root_03

-ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้ ดินปลูก #mini3garden

Review-create_new_root_04

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • ดินอคาดามะ ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ 

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ •เพอร์ไลท์จิ๋ว

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ


สรุปผลการใช้วัสดุล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง แต่ละชนิด

หลังจากการล่อรากเสร็จแล้วก็คือ ขั้นตอนการในไปปลูกในดินปลูกแบบปกติต่อไป โดยไม่ต้องตัดแต่งราก หรือดึงวัสดุที่ติดอยู่กับรากออก เพราะรากที่ล่อ หรือชำนั้นค่อนข้างบอบบาง ไม่ควรมีการกระทบกระเทือนแบบรุนแรง เพราะอาจจะทำให้รากตายได้ จึงต้องควรเบามือ และใช้ความระมัดระวัง ดินปลูกที่ใช้ควรเป็นดินที่มีความชื้นอยู่ในตัว ไม่แห้ง

หลังจากปลูกเสร็จก็สเปรย์น้ำเล็กน้อย และวางไว้ในที่ๆ แดดร่ำไร ไม่ร้อน ให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว หลังจากผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ รากก็จะเดินดีแข็งแรง และถ้าหากสังเกตว่า ยอดเริ่มเดินแสดงว่า ระบบรากนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ค่อยนำไปเทรนแดด เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของแสง และเลี้ยงตามปกติได้เลย

การรีวิวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการฟันธงว่า วัสดุใดดีกว่ากัน แต่เป็นการทดลองเพื่อให้เห็นผลลัพธ์
โดยจะต้องมีการทดลองซ้ำกันหลายครั้งเพื่อเก็บสถิติที่ดีที่สุด


แต่อยากจะให้เป็นไอเดียในการเลี้ยงหรือปลูกต้นไม้ ว่าเรานั้น สามารถทดลองเพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีสุด
“การเกษตร ก็คือการทดลอง บันทึก และนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อต่อยอดให้ดีขึ้นไปอีก”


5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ


cactus_plant_step

สิ่งของที่ต้องเตรียม ในการปลูกกระบองเพชร หรือเปลี่ยนกระถางให้กระบองเพชร (แคคตัส)

🔹 อุปกรณ์ปลูก 
//// ช้อนตักอันนี้แล้วแต่ ความถนัด หรือของที่มีนะคะ จะช้อนพลาสติก หรือที่ตักอะไรก็ได้
//// แปรงปัด อันนี้ถือเป็นอุปกรณ์เสริม ที่ชอบใช้ คือเอาด้ามไว้ใช้กดหรือแต่งดิน เสร็จแล้วก็ใช้ส่วนแปรงในการทำความสะอาดเก็บงาน

🔹 วัสดุปลูก
//// หินรองก้นกระถาง — หินภูเขาไฟ 02
//// ดินผสมพร้อมปลูกกระบองเพชร — ดินปลูก
//// กระถาง — ตามภาพเป็นกระถางขนาด 2 นิ้ว
//// หินโรยหน้ากระถาง — แล้วแต่เลือกใช้ จะใช้เป็นหิน หรือดินญุี่ปุ่น อคาดามะ


— 🌵🍀 ขั้นตอนการ ปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง สไตล์ Mini3garden  🌞 —

• ควรตัดแต่งราก และทิ้งไว้ให้แผลแห้ง ก่อนปลูก ซึ่งจะใช้เวลาเตรียม 3-7 วัน >> วิธีการตัดแต่งราก <<
• ลักษณะดินปลูก ควรมีความชื้นเล็กน้อย ถ้าหากดินแห้งให้สเปรย์น้ำใส่ดินปลูก ก่อนใช้งาน
• หลังจากปลูก งดให้น้ำ ประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้รากไม้ฟื้นตัว >> วิธีดูแลหลังจากการปลูก <<

วิธีการปลูกลงกระถาง
1. ลองวัดขนาดต้น และความเหมาะสมของกระถางที่จะใช้
2. ใส่วัสดุรองก้นกระถาง // หินภูเขาไฟ 02
3. ใส่ดินผสมพร้อมปลูก และต้นไม้ เว้นที่ด้านบนเพื่อโรยหินประคองต้น
4. โรยหินเพื่อประคองต้นและกันดินกระเด็นเวลารดน้ำ
5. เก็บงานด้วยแปรง ปัดดิน ส่วนที่เกินออก


ขั้นตอน การปลูก เปลี่ยนกระถาง กระบองเพชร แคคตัส

ในวีดีโอ วัสดุรองก้นที่ใช้จะเป็นขี้ตากระถาง หากทั่วไปก็จะใช้เป็น หินภูเขาไฟ เบอร์ 02 / 3S หรือวัสดุอื่นๆ ตามแต่สะดวก


กระบองเพชร สกุล แมมมิลลาเรีย (Mammillaria ) การเลี้ยง และดูแล


ลักษณะของต้น

เป็นสกุลกระบองเพชรที่มีความหลากหลายของลักษณะ มีทั้งชนิดที่มีหนามแหลม และเป็นขนหนามอ่อนนุ่ม ลักษณะ โครงสร้าง ลำต้น มีเนื้อแกนกลาง แตกออกเป็นตุ่ม และมีหนาม หรือขนหนาม ที่ปลายตุ่ม ขนหมามมีทั้งสีขาว สีเหลืองทอง หรือออกโทนแดง แล้วแต่ชนิดของต้น ซึ่งตุ่มหนามแมมมิลลาเรียบางชนิด สามารถนำมาชำเพื่อขยายพันธุ์ได้ เช่น แมมขนนก

ช่องว่างระหว่างตุ่มหนาม โดยส่วนมากจะมีเป็นปุยขาวลักษณะคล้ายปุยนุ่นสำลีแทรกอยู่ ด้วยลักษณะของแมมมิลลาเรียที่ลำต้นมีเนื้อเยื้อแกนกลางลำต้นค่อนข้างน้อย และอ่อนนุ่ม ธรรมชาติของต้นจึงสร้างปุยขึ้นมาเพื่อปกป้องไม่ให้แกนลำต้นโดนแสงแดดมากเกินพอดี เมื่อเจริญเติบโตอายุมากจะแตกหน่อเป็นกอใหญ่ขยายขึ้นเรื่อยๆ

ลักษณะของดอก

แมมมิลลาเรีย สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นและสารอาหารที่เพียงพอ แต่ฤดูที่มีดอกเยอะ เหมาะกับการขยายพันธุ์ที่สุดคือ ฤดูหนาว ลักษณะการออกดอกจะออกเป็นวงรอบ ต้นหรือหน่อครอบคล้ายลักษณะของมงกุฎ สีของดอกที่พบได้บ่อยคือ ขาว และชมพู ม่วง มีโทนออกแดงเข้มบ้าง แต่จะพบได้น้อยกว่า ดอกจะบานในช่วงตอน สายๆจนถึงเย็น และหุบ ระยะเวลาออกดอก 2-3 วัน ก็จะโรย

การขยายพันธุ์

เพาะเมล็ด ชำหน่อ ปาดยอดให้แตกกอ หรือ ออกหน่อเพิ่ม และมีในบางชนิดสามารถติดฝักได้เองโดยไม่ต้องผสม เช่น แมมพิกุล แมมนิโวซา ซึ่งสกุลแมมมิลลาเรีย จะมีไม้ที่เป็นลูกผสม หรือ ไฮปริด ( Hybrid ) ค่อนข้างเยอะ ซึ่งเป็นไม้ที่ได้จากการผสมข้ามชนิด จึงทำให้มีความหลากหลายในลักษณะของขนหนาม โดยลูกที่ออกมานั้น จะมีลักษณะเด่นของทั้ง 2 ชนิดผสมกัน

สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู

แมมมิลลาเรียเป็นไม้ที่ชอบแดดค่อนข้างจัด 70-80 % ชั่วโมงแดดยาวนานต่อเนื่อง 6-8 ชั่วโมง หากเลี้ยงแสงแดดน้อยขนหนามจะกางออก เพื่อพยายามรับแสงมากขึ้น ที่ทำให้ขนหนามไม่แน่นฟู ฟอร์มต้นจะไม่กระชับ ต้นไม่สวยลำต้นยืดยาว ไม่กลมมน

เป็นกระบองเพชรที่ไม่ชอบความชื้นเยอะ ดินที่ใช้ปลูก ต้องโปร่ง ระบายความชื้น และอากาศภายในดินถ่ายเทได้ดี หากมีความชื้นสูงแต่เสี่ยงกับโรคเน่า หรือเชื้อราได้ สามารถเว้นระยะการรดน้ำได้นานกว่ากระบองเพชรชนิดอื่นๆ วิธีการดน้ำ คือให้รดจนชุ่มจนน้ำไหลออกรูก้นกระถาง รดน้ำครั้งถัดไปเมื่อดินแห้ง

และถ้าหากต้องการกระตุ้นการออกดอกจะใช้วิธีอดน้ำ เพื่อกระตุ้นสภาพการอยู่รอด จะช่วยให้กระตุ้นการออกดอก เพื่อขยายเผ่าพันธุ์ โดยการอดน้ำนานกว่าปกติที่เคยรด แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ซึ่งต้องดูระยะการอดน้ำ และปรับตามสภาพแวดล้อมของแต่สถานที่เลี้ยง ซึ่งจะไม่การนับวัน หรือสูตรที่ตายตัว ซึ่งการใช้การกระตุ้นด้วยวิธีควรดูว่าต้นไม้แข็งแรง ไม่อยู่ในช่วงป่วย หรือพักฟื้น

อีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เลี้ยงแมมมิลลาเรียได้สวยก็คือควรจะมีโรงเรือน จะเป็นระบบเปิด หรือปิดก็ได้ แต่หากเลี้ยงเป็นระบบปิดควรจะมีระบบระบายอากาศภายในเพื่อป้องกันความชื้น หรืออากาศอบอ้าวภายในโรงเรือน ที่จะเป็นสาเหตุ ให้เน่าง่ายได้เหมือนกัน เนื่องจากแมมมิลลาเรียไม่เหมาะกับการเลี้ยงที่โดนฝนโดยตรง เพราะมีโอกาสที่จะทำให้ต้นเน่าหรือเชื้อราได้ง่าย ฉะนั้นการมีโรงเรือนจะทำให้การควบคุม อุณหภูมิ น้ำ และปรับแสงง่ายต่อการเลี้ยงดู

ลักษณะของดอก
โรค และศัตรูพืช

เพลี้ย, ไรแดง, ราที่เกิดจากความชื้นในช่วงฤดูฝน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผสมเกสรแมมมิลลาเรีย (MAMMILLARIA) ง่ายๆ ให้ติด ฝัก นำไปเพาะเมล็ดด้วย ปลายพู่กัน >>คลิก<<






ชุดปลูก กระบองเพชร ขนาดเล็ก Cactus Plant Mini Set


ชุดปลูกขนาดเล็ก Mini3garden Cactus Plant Mini Set

ขนาด: 5 อย่าง / 1 เซ็ต
สถานะสินค้า : พร้อมส่ง


รายละเอียด

ใช้ปลูก ชำหน่อ เปลี่ยนกระถาง กระบองเพชร แคคตัส กุหลาบหิน ไม้อวบน้ำ 1 ชุด ประกอบด้วย / 5 อย่าง
ดินผสมพร้อมปลูกสูตรพรีเมี่ยม / 500 กรัม
ดินญี่ปุ่น อคาดามะ ใช้โรยหน้ากระถาง / 200 กรัม
หินภูเขาไฟ เบอร์ 02 ใช้รองก้นกระถาง / 100 กรัม
มาเต็ม มูลค้างคาว ใช้ใส่บำรุง ต้น ราก เร่งดอก เพิ่มความสมบูรณ์ แข็งแรง / 80 กรัม
กระถางพลาสติก สีขาว เนื้อหนา ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ

เปรียบเทียบ ขนาดการปลูกโดยประมาณ
กระถาง ขนาด 2 นิ้ว ปลูกได้ ประมาณ 8-10 กระถาง
• กระถาง ขนาด 3 นิ้ว
ปลูก ได้ ประมาณ 3-5 กระถาง

**โดยขนาดเป็นการประมาณทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึก และทรงของกระถางที่ใช้ปลูก อาจจะทำให้ได้มากหรือน้อยกว่าที่ระบุ**

คำแนะนำ และขั้นตอนการปลูกแคคตัส
1. วัสดุรองก้นกระถาง ใส่ประมาณ 1/3 ของกระถาง แนะนำเป็น : หินภูเขาไฟ ช่วยระบายน้ำได้ดี โปร่งลดการเกิดโรค
2. ดินปลูกแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำใส่จนเกือนเต็ม เว้นด้านบนสักประมาณ 1 ซม. เพื่อใส่เป็นหินประคองต้น
3. หินโรยหน้ากระถาง ใส่เพื่อประคองต้น ไม่ให้ล้ม หรือ ดินกระเด็นเวลารดน้ำ มีวัสดุให้เลือกใช้หลายแบบ

ก่อน และ หลังปลูกแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ
• ควรตัดแต่งราก และทิ้งไว้ให้แผลแห้ง ก่อนปลูก >> ดูวิธีการตัดแต่งราก <<
• ลักษณะดินปลูก ควรมีความชื้นเล็กน้อย ถ้าหากดินแห้งให้สเปรย์น้ำใส่ดินปลูก ก่อนใช้งาน
• หลังจากปลูก งดให้น้ำ ประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้รากไม้ฟื้นตัว >>ดูการดูแลหลังจากปลูก<<


เพาะเมล็ดแคคตัส (กระบองเพชร)


ชุดเพาะเมล็ดกระบองเพชร ไม้ใบ ไม้อวบน้ำ ต้นไม้ทั่วไป ปลอดสารเคมี ดินผสม พร้อมกล่อง ป้ายแท็ก
จำนวน 3 ชุด (** เป็นวัสดุอุปกรณ์ ไม่มี เมล็ดพันธุ์ **)

ขนาด: 3 ชุด / 1 เซต
สถานะสินค้า : พร้อมส่ง


รายละเอียด

• กล่องขนาดใหญ่เพาะเมล็ดได้จำนวนเยอะ กล่องเพาะ ขนาด15X15X6.5 ซม.
• กล่องสี่เหลี่ยมช่วยประหยัดพื้นที่ในการวาง
• สามารถมองเห็นการเจริญเติบโตของเมล็ดข้างในกล่องง่าย
• กล่องแข็งแรงทนทานไม่ยุบตัวง่าย สามารถล้างให้สะอาดและนำมาใช้ซ้ำได้อีกหลายครั้ง
• ไม่จำเป็นต้องใช้ยากันรา ดินเพาะเมล็ดของเราไม่มีส่วนผสมเคมีอันตรายหรือยากันรา เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ และวิธีป้องกันการเกิดเชื้อราแนะนำให้นำดินไปตากแดดก่อนใช้งาน


รีวิวจากคุณลูกค้า ที่ใช้ชุดเพาะเมล็ดของเรา ☺


วิธีใช้งานชุดเพาะเมล็ด mini3garden

cactus_seeding2.jpg
  1. แกะดินเพาะออกจากถุง ใส่กล่องตามปริมาณที่ใส่ในถุง ต่อ 1 กล่อง แล้วปิดฝาและนำไปตากแดดทั้งกล่อง วิธีนี้จะเหมือนเป็นการใช้ความร้อนนึ่งดิน
cactus_seeding3.jpg

2. ตากไว้ในที่ที่แดดแรง แดดจัด เป็นเวลา 1-2 วัน กล่องจะมีไอน้ำเกาะ ให้เปิดฝาเอาไอน้ำที่เกาะออก เสร็จแล้วเปิดฝาทิ้งไว้นำดินก็เอามาผึ่งให้แห้ง ลดอุณหภูมิดินให้ปกติแล้ว นำไปเพาะเมล็ด


ขั้นตอนการเพาะเมล็ดแคคตัส

  1. เทน้ำสะอาดใส่ดินที่อยู่ในกล่อง ปริมาณน้ำให้ท่วมหน้าดิน ทิ้งไว้สัก 10 นาที ให้ดินเพาะได้ดูดน้ำจนชุ่ม และเช็คอีกครั้งว่าดินชื้นพอหรือยัง หากดินยังแห้งอยู่ให้สเปรย์น้ำเพิ่ม ดินไม่ควรมีน้ำขังแต่ควรมีความเปียกชุ่ม
  2. นำเมล็ดที่เตรียมไว้ วางบนผิวดิน หลังจากนั้นกดเมล็ดลงไปในดินเพาะเล็กน้อย
  3. ปิดฝาให้สนิทและนำไปวางไว้ในที่แสงแดด ประมาณ 30-40% หรือแดดรำไร

ข้อควรระวังและสังเกตในการเพาะเมล็ด

  • ความชื้นในกล่อง หากดินแห้งเกินไปให้สเปรย์น้ำเพิ่มความชื้น ควรรักษาความชื้นของดินให้เหมาะสมและต่อเนื่อง แต่ถ้าหากเรากะปริมาณน้ำให้พอดีตั้งแต่การเพาะ ไม่จำเป็นต้องเปิดฝาเติมน้ำอีกเลย
  • อย่านำกล่องที่เพาะเมล็ดแล้ววางในที่ๆ แสงแดดแรง อาจจะเกิดตะไคร่น้ำมากเกินไป หรืออาจแดดจะทำต้นอ่อนฝ่อ หรือสุกได้

คำถามที่พบบ่อย

การเพาะเมล็ดทำแบบไหนได้บ้าง??

การเพาะเมล็ดแคคตัสนั้น สามารถทำได้ 2 รูปแบบคือ ระบบเปิด และระบบปิด แต่ที่นิยมคือ ระบบปิด เพราะง่ายต่อการดูแล ไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ และก็อัตราการรอดก็ค่อนข้างสูงกว่าระบบเปิด ที่อาจจะมีการฝ่อ หรือยุบตัวในกรณีที่ความชื้นไม่เพียงพอ หรืออาจจะโดนรบกวนจากแมลงหรือสัตว์ต่างๆ

การเพาะเมล็ดจำเป็นจะต้องใช้ยากันเชื้อราไหม??

จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่การเพาะแบบ mini3garden ไม่ต้องใช้ยากันรา เพียงแค่

  • ต้องนำดินเพาะเมล็ด ตากแดดก่อนปลูกเพื่อเป็นการช่วยฆ่าเชื้อ
  • ล้างเมล็ดให้สะอาดพอ จะไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องรา เพราะ เนื้อ หรือเมือกที่เกาะอยู่กับเม็ดจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดราได้ง่าย
  • ไม่เปิดดู บ่อยๆ เพราะการที่เปิดดูนั้น เมื่ออุณหภูมิจากภายนอกเข้าไป ถ้าอุณหภูมิมีความต่างกันมากระหว่างด้านในและนอกกล่องเพาะ อาจทำให้เกิดเชื้อราได้ ถ้าอยากเปิดดูแนะนำว่าให้เปิดในช่วงที่อุณหภูมิ ไม่ต่างกันมากกับอุณหภูมิในกล่อง เช่น เช้ามืด หรือ ช่วงค่ำๆ
  • วางกล่องเพาะไว้ในที่ๆ อากาศถ่ายเท แสงแดดเหมาะสม
cactus_seeding4
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 5 วัน

หลังจากเพาะเมล็ด ประมาณ 5-10 วัน ก็จะมีต้นอ่อนงอกออกจากเมล็ด อัตราการงอกจะมีปริมาณมากน้อย นั้นก็ขี้นอยู่กับความสมบูรณ์ของตัวเมล็ดเอง และการงอกช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ

cactus_seeding5.jpg
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 30 วัน

พอหลังจากต้นอ่อนค่อยแข็งแรงและเติบโตแล้วประมาณ เดือนที่ 4-5 ก็ค่อยเพิ่มๆ ความเข้มข้นของแสงแดด เพื่อเป็นการให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว

cactus_seeding6
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 5 เดือน ต้นอ่อนเห็นเป็นรูปร่างชัดขึ้น
เมื่อได้อายุ หรือขนาดที่โตพอจะนำออกมาปลูก ก็ค่อยๆ แง้ม เปิดฝาที่ละนิด เพื่อให้ต้นค่อยๆ ปรับกับอากาศภายนอก

การเพาะเมล็ดแบบง่ายๆ by #mini3garden

เมล็ดที่ใช้เพาะในวีดีโอ เป็น Astrophytum (แอสโตรไฟตัม)

ดินกระบองเพชร ดินปลูก แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ ดินผสมพร้อมปลูก ดินสูตรพรีเมี่ยม ออแกนิค


ดินผสมพร้อมปลูก กระบอง (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ ใช้ผสมดินปลูกไม้ใบ บอนสี บอนไซ สมุนไพร ไม้นำเข้า ไม้ออแกนิค MINI3GARDEN

ขนาด: 1 กิโลกรัม / ถุง
สถานะสินค้า : พร้อมส่ง

// Speacial offer //
พิเศษ ราคา 3 ถุง จาก 210 บาท
ลดเหลือ 200 บาท


รายละเอียดสินค้า

เราใส่ใจตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ วัสดุปลูกส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบนำเข้า​ และวัสดุปลูกคุณภาพ พร้อมผสมกับอินทรีย์วัตถุคุณภาพ หมักดินในระยะเวลาที่เหมาะสม ​เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดี​ และลดอุณหภูมิ​ให้พอเหมาะพร้อมนำไปใช้ปลูก​ ​ดินที่ได้หลังจากการหมักจึงร่วนซุย​ และเย็น ทำให้รากของพืชชอนไช และดูดซึมสารอาหารได้ดี​ ลักษณะดินระบายน้ำได้ดี เก็บความชื้นพอเหมาะกับการปลูก สูตรดินเป็นแบบออแกนิค ในส่วนผสมดิน ไม่มีส่วนผสมของยา หรือเคมีอันตราย​

ดินกระบองเพชร ( แคคตัส ) ไม้อวบน้ำสูตรของทางร้าน อุดมด้วยสารอาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโต มีปุ๋ยอินทรีย์ บำรุง ต้น ดอก ราก และแร่ธาตุต่างๆ ทำให้ต้นฟื้นตัวได้เร็ว ช่วยให้ยอดเดินดี รากเดินไว้ ต้นไม้สดใส โตไว ติดดอก และเราใช้พีสมอสนำเข้า เป็นส่วนผสมแทนการใช้ดินถุง หรือปลูกทั่วไป จึงช่วยลดโรคที่อาจจะมาพร้อมกับดิน

ดินสามารถปลูกไม้อวบน้ำ ไม้โขด พืชทนแล้ง ได้หลากหลายชนิด และสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น กระบองเพชร ( แคคตัส Cactus ), กุหลาบหิน (Echeveria) , ฮาโวเทีย (Haworthia) , อากาเว่ (Agave) , บัวบกโขด , มะพร้าวทะเลทราย

สูตรดินถูกทดลองการปลูกจากหลากหลายสภาพอากาศ และสภาพแวดล้อมจนลงตัว ดินของเราจึงสามารถปลูกได้กับแสงแดด 40% หรือปลูกกลางแจ้งแบบแดด 100% **เพียงแค่ปรับการให้น้ำ ให้เหมาะสมกับแต่ละสภาพแวดล้อม และสายพันธุ์

นอกจากใช้กับกระบองเพชรแล้ว ยังสามารถใช้ปลูกไม้ประเภทอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นไม้ฟอกอากาศ ไม้นำเข้า บอนสี อโลคาเซีย เพราะคุณสมบัติของดินที่โปรง และไม่ชื้นเกินจนดินแฉะ หากนำไปปลูกต้นไม้ที่ชอบชื้น เพียงแค่ผสม เม็ดดินเผา หรือ กาบมะพร้าวสับ เพิ่ม

ส่วนผสมดิน ของ Mini3garden
พีทมอส ร่อนละเอียด ( นำเข้าจากฟินแลนด์ ) / หินภูเขาไฟเบอร์ 00 ( ศรีลาวา ) / เพอร์ไลต์ ( นำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ ) / เวอร์มิคูไลท์ ( นำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ ) / ทรายหยาบ / Coco Peat Plus วัสดุปลูกคุณภาพสูง ( ขุยมะพร้าวป่น ผ่านกรรมวิธีปรับค่า PH ให้เป็นกลาง ) / แกลบดำ / ปุ๋ยอินทรีย์ น้ำจุลินทรีย์ จากสัตว์


รีวิวสินค้า