ล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง : รีวิว วัสดุใช้ล่อราก (Gymnocalycium Variegata)


Review-create_new_root_01

     ในการ “ล่อราก” หรือ ชำหน่อยิมโนด่างนั้น จะค่อนข้างยาก กว่าการล่อรากยิมโนที่ไม่ด่าง และสายพันธุ์อื่น ด้วยความที่เขามีสีที่ด่าง หรือสีเขียวน้อย ทำให้การสังเคราะห์แสง เพื่อเจริญเติบโตจงค่อนข้างยาก บางคนถึงนิยมนำไป “กราฟ” เพราะจะช่วยทำให้ไม้โตไวขึ้น

โดยปกติ การล่อราก สามารถทำได้ทั้งแบบ ระบบเปิด และระบบปิด ซึ่งมีข้อดีเสียแตกต่างกันไป การล่อรากในระบบปิด เสี่ยงต่อการเน่า หรือขึ้นรา การล่อรากแบบเปิด ก็เสี่ยงต่อการที่หน่อฝ่อ รากไม่ออก

สิ่งสำคัญในการล่อรากแบบปิด โดยไม่ใช้ยาเร่งราก หรือยากันรา

• หน่อที่นำมาล่อราก หรือชำหน่อ แผลต้องแห้งสนิท ไม่ฉะนั้นอาจจะทำให้เกิดการเน่า แนะนำให้นำหน่อไปตากแดดอ่อนๆ จะช่วยสมานแผล และฆ่าเชื้อโรคได้

• ภาชนะที่ใช้ หรือวัสดุที่ใช้ควรจะต้องมีความสะอาดเพื่อป้องกันการเกิดรา

• อุณหภูมิที่เหมาะสม อากาศควรถ่ายเทได้ดี แสงแดดที่พอเพียง เป็นช่วงแดดเช้า หรือแดดร่ำไร ประมาณ 40% ห้ามวางในที่ที่อากาศร้อนอบอ้าว หรืออุณหภูมิสูง

• ไม่ควรเคลื่อนย้าย หรือเปิดดูบ่อยๆเพราะอุณหภูมิที่แตกต่างกันมากระหว่างภายในกับภายนอก
อาจจะมีผลกับต้น และการยกดูบ่อยๆ จะเป็นการรบกวน ทำให้รากออกช้า หรือไม่ออก

ขั้นตอนการล่อราก หรือชำหน่อแบบปิด นั้นง่ายมาก
เพียงแค่ใส่วัสดุที่เราใช้ล่อราก 1/3 ของภาชนะที่เราใช้ล่อราก พรมน้ำให้ชุ่ม แล้ววางหน่อของเราไว้บนวัสดุล่อราก โดยไม่ต้องกดหรือฝังแค่วางไว้เฉย หลังจากนั้นก็ปิดฝาให้สนิท คำแนะนำ ภาชนะที่จะนำมาใช้ล่อรากควรเป็น ภาชนะที่รับแสงได้ดี ไม่ควรทึบ หรือแสงเข้าถึงยาก

วัสดุที่เรานำมารีวิวในการล่อราก หรือชำหน่อ ยิมโนด่าง มีดังนี้
•เม็ดดินเผา •เพอร์ไลต์จิ๋ว •ดินอคาดามะ •หินภูเขาไฟ ทีพีไอ •ดินปลูก #mini3garden
โดยมีการนำวัสดุมาผสมกันด้วย
ระยะเวลาที่ใช้คือ 25 วัน
ล่อราก หรือชำหน่อ แบบไม่ใช่ยาเร่งราก และยากันรา


**ปัจจัยที่อาจจะทำให้ได้ ผลผลลัพธ์แตกต่างคือ • สี ความด่าง มาก น้อย • ขนาด และความสมบูรณ์ ของหน่อ
การทดลองนี้ถือว่า 70% สามารถนำมาตัดสินใจใช้วัสดุ แต่ละประเภท และทดลองต่อไป

Review-create_new_root_02

Review-create_new_root_09

Review-create_new_root_03

-ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้ ดินปลูก #mini3garden

Review-create_new_root_04

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • ดินอคาดามะ ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ 

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ •เพอร์ไลท์จิ๋ว

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ


สรุปผลการใช้วัสดุล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง แต่ละชนิด

หลังจากการล่อรากเสร็จแล้วก็คือ ขั้นตอนการในไปปลูกในดินปลูกแบบปกติต่อไป โดยไม่ต้องตัดแต่งราก หรือดึงวัสดุที่ติดอยู่กับรากออก เพราะรากที่ล่อ หรือชำนั้นค่อนข้างบอบบาง ไม่ควรมีการกระทบกระเทือนแบบรุนแรง เพราะอาจจะทำให้รากตายได้ จึงต้องควรเบามือ และใช้ความระมัดระวัง ดินปลูกที่ใช้ควรเป็นดินที่มีความชื้นอยู่ในตัว ไม่แห้ง

หลังจากปลูกเสร็จก็สเปรย์น้ำเล็กน้อย และวางไว้ในที่ๆ แดดร่ำไร ไม่ร้อน ให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว หลังจากผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ รากก็จะเดินดีแข็งแรง และถ้าหากสังเกตว่า ยอดเริ่มเดินแสดงว่า ระบบรากนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ค่อยนำไปเทรนแดด เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของแสง และเลี้ยงตามปกติได้เลย

การรีวิวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการฟันธงว่า วัสดุใดดีกว่ากัน แต่เป็นการทดลองเพื่อให้เห็นผลลัพธ์
โดยจะต้องมีการทดลองซ้ำกันหลายครั้งเพื่อเก็บสถิติที่ดีที่สุด


แต่อยากจะให้เป็นไอเดียในการเลี้ยงหรือปลูกต้นไม้ ว่าเรานั้น สามารถทดลองเพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีสุด
“การเกษตร ก็คือการทดลอง บันทึก และนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อต่อยอดให้ดีขึ้นไปอีก”


มูลค้างคาว MATEM มาเต็ม


มูลค้างคาว MATEM ช่วยบำรุง ต้น เร่งดอก ไม้ใบ ไม้อวบน้ำ ต้นไมทุกชนิด อินทรีย์จากธรรมชาติ มูลค้างคาว 100%

ชนิดผง สินค้ามี 2 ขนาด
ขนาด: 150 ml / ขวด
ขนาด: 1 กก. / กระปุก
สถานะสินค้า : พร้อมส่ง

// Speacial offer //
ขนาดกระปุก พิเศษ 3 กระปุก จากราคา 270 บาท ลดเหลือ 250 บาท

ชนิด เม็ด เกล็ดใหญ่
ขนาด: 150 ml / ขวด
สถานะสินค้า : พร้อมส่ง


รายละเอียดสินค้า

มูลค้างคาว มูลเก่า มูลหนัก นั้นจะอยู่ในถ้ำชั้นใน และอยู่ในชั้นลึกของพื้นถ้ำ ซึ่งจะผ่านกระบวนการย่อยสลายทางธรรมชาติแล้ว จนไม่มีความร้อนในตัว จึงนำเอามาใช้กับต้นไม้ได้เลย โดยต้นจะดูดซึมแร่ธาตุ นำไปใช้ได้ดีโดยทันที ( ซึ่งมูลค้างคาวเก่า หรือมูลหนักนั้น *ไม่ต้อง* นำไปผ่านกระบวนการหมัก หรือผ่านการย่อยสลาย เหมือนกับมูลใหม่ ที่ยังไม่ผ่านการย่อยสลาย )

มูลค้างคาว เป็น ปุ๋ยอินทรีย์ สามารถใช้ได้กับแคคตัส (กระบองเพชร) ไม้อวบน้ำ และต้นไม้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ใบ
       ใช้เป็นปุ๋ยบำรุงแคคตัส (กระบองเพชร) ผลที่ใช้กับแคคตัส จะช่วยให้รากแข็งแรง ยอดไม้เดินดี ดอกและหน่อมาเต็ม ต้นโตไว ผิวของไม้สดใส สีสันสวย ต้านทานโรคได้ดี
คุณประโยชน์ และธาตุอาหาร ของ ปุ๋ยมูลค้างคาว อ่านต่อ…คลิก
 

มูลค้างคาวทำอะไรได้บ้าง??

ใช้เป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้โรยหน้ากระถาง สามารถใช้ได้เรื่อยๆ โดยใช้ในปริมาณเล็กน้อย เพราะเป็นปุ๋ยค้างคาว 100% มีความเข้มข้นสูง
ใช้เป็นส่วนผสมดินปลูกต้นไม้ หัวเชื้อปุ๋ย หรือทำปุ๋ยหมัก เพื่อเป็นธาตุอาหารบำรุงต้นไม้
ใช้ปรับสภาพดินเก่า ที่ต้องการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเพิ่มธาตุอาหารและปรับความเป็นกรด-ด่าง ให้ดีขึ้น

อัตราส่วนการใช้

ชนิดป่น 1 ช้อนชา ต่อกระถางขนาด 10 นิ้ว และลดหรือเพิ่มปริมาณตามขนาดของกระถาง ใส่ทุกๆ 15-20 วัน

ชนิดเกล็ด ใช้รองก้นหลุมในการปลูกต้นไม้ โรยหน้ากระถางเป็นปุ๋ยละลายช้า ใช้ได้กับต้นไม้ทุกประเภท ใช้บำรุงกล้วยไม้ ไม้รากอากาศได้ดี


รีวิวจากทางร้าน Mini3garden

ปุ๋ยสามารถใช้ได้กับต้นไม้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ หรือไม้ผล ข้อดีของปุ๋ยอินทรีย์ มีจุลทรีย์มากมายที่เหมือนเป็นคนสวนตัวจิ๋วที่ช่วยพรวนดิน จึงจะช่วยเรื่องลดการเกาะตัว และเพิ่มช่องอากาศในดิน ทำให้ระบบรากเดินได้ดีด้วย อีกทั้งปุ๋ยมูลค้างคาวยังมีค่าฟอสฟอรัสสูง จึงช่วยเรื่องการติดดอกดี สีสันของดอกและต้นออกดี ประเภทไม้ใบก็แตกใบยอดเดินดี ต้นโตไว้ และที่สำคัญ ช่วยระบบรากไม้แข็งแรง จึงทำให้ต้นสมบูรณ์ ซึ่งใน ดินปลูกแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ สูตรของ Mini3garden จะมีปุ๋ยตัวนี้ผสมอยู่ด้วย

ใช้ปุ๋ยมูลค้างคาว บำรุง และการได้รับแสงแดดที่เพียงพอ ช่วยให้แคคตัสออกดอกได้ดี
ต้นนี้ปลูกในกระถาง แต่สมบูรณ์ ออกช่อดอกดี จากการใส่ปุ๋ยมูลค้างคาวบำรุง
ดินเก่าจากการปลูกแคคตัสเอาปุ๋ยใส่นำมาปลูกต้นไม้ได้ต่อ
ใช้ดินปลูกกระบองเพชรสูตร ของทางร้าน หลังจากนั้นก็ใส่ปุ๋ยมูลค้างคาว บำรุงทุก 20-40 วัน
สามารถใช้กับไม้ใบ จะใส่บำรุงโดยตรงหรือ ผสมกับดินปลูกก็ได้ ผลที่ได้รับคือต้นแตกยอดอ่อนดี

รีวิวจากคุณลูกค้าที่ใช้ มูลค้างคาวมาเต็ม ของทางร้าน