เลี้ยงกระบองเพชร (แคคตัส)ยังไง ให้ออกดอก?


ถ้าหากจะเลี้ยงให้ออกดอกนั้น มีปัจจัยหลายด้าน สภาพแวดล้อม และการดูแลที่เหมาะสม ถ้าขาดองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็อาจจะทำให้ต้นไม่สมบูรณ์และออกดอกได้

• สายพันธุ์ ฤดูกาล และอากาศ

สายพันธุ์ของกระบองเพชรนั้นมีหลากหลาย ในแต่ละสายพันธุ์นั้นก็ออกดอกถี่ มากน้อยแตกต่างกัน ซึ่งปัจจัยหลักที่จะทำให้เขาออกดอก คือ ฤดูกาล หากเป็นฤดูที่ตรงช่วงออกดอกนั้น จะมีโอกาสออกได้บ่อยและมีปริมาณเยอะ หรือบางสายพันธุ์ออกดอกต่อเนื่องทั้งปี มีดอกมากน้อยตามฤดูกาล

บางสายพันธุ์ออกเป็นช่วงฤดูกาล หากหมดฤดูที่เป็นช่วงออกดอกแล้ว ก็จะไม่ค่อยมีดอกและพักตัว โดยส่วนมากจะพักตัวในช่วงฤดูหนาว เช่น สกุลยิมโน (Gymnocalycium) แอสโตร (Astrophytum) และจะมีดอกอีกครั้งในฤดูร้อน ส่วนพวกที่มีดอกเรื่อยๆ เช่น สกุล แมม (Mammillaria) จะมีดอกให้เห็นทั้งปี แต่จะมีช่วงที่ฟอร์มสวย และดอกสมบูรณ์มากสุดคือ ฤดูหนาว









• อายุของต้น และความสมบูรณ์

ถ้าเริ่มเลี้ยงจากต้นเล็ก อาจจะต้องรอและใช้ระยะเวลาให้เขาโตพอที่ออกดอก ซึ่งระยะเวลาไม่มีแน่นอน เพราะถ้าความสมบูรณ์ของต้นมีมากพอ แม้อายุไม่เยอะมากก็สามารถให้ดอกได้ แต่ก็เป็นสัดส่วนที่น้อยกว่า
โดยเฉลี่ยจากหลังจากเพาะเมล็ด 5-8 เดือน และนำมาเลี้ยงต่อแบบปกติ โดยประมาณอายุไม้ 2-4 ปีขึ้นไปถึงจะมีโอกาสที่จะเริ่มออกดอก หรือถ้าเป็นไม้บางสายพันธุ์ ขนาดที่โตแล้ว ราว 4-6 ซม. ก็เริ่มเป็นขนาดต้นที่มีโอกาสที่จะออกดอกได้แล้ว (หรือที่นิยมเรียกกันว่า ขนาดแม่พันธุ์ เพราะสามารถมีดอก เพื่อใช้ผสมเกสรได้)

• แสงแดดที่เหมาะสมกับสมสายพันธุ์

ในการเลี้ยงที่ให้ออกดอก แสงแดดนั้นมีส่วนสำคัญมากที่สุด หากต้นที่เลี้ยงได้รับแสงแดดที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้น และระยะเวลาที่ได้รับแสงแดดต่อเนื่องต่อวัน เมื่อมีปัจจัยทุกอย่างครบ ความสมบูรณ์ของต้นเพียงพอ กระบองเพชรจะสามารถมีดอก และออกดอกได้อย่างต่อเนื่อง

• สารอาหารที่ได้รับเพียงพอ

ต้นไม้ทุกชนิดที่เลี้ยงในกระถางนั้น เขาไม่มีโอกาสที่จะหาอาหารได้เอง สิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาสมบูรณ์แข็งแรงก็คือ การได้รับสารอาหารที่เพียงพอจากการให้เสริมเพิ่ม หรือเมื่อใช้ดินปลูกไปเป็นระยะเวลานาน ก็ควรต้องเปลี่ยนดินให้ใหม่ เพราะเมื่อปลูกไม้กระถางนานๆ สารอาหารที่อยู่ในดินถูกใช้ไปเรื่อยๆ อาจมีโอกาสลดลงหรือหมด ทำให้การเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ลดน้อยลง

ซึ่งธาตุอาหารหลักที่จำเป็นต่อ กระบองเพชร และต้นไม้ทุกประเภท ก็คือ N P K ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซึ่งค่ากลาง หรือ P (ฟอสฟอรัส) นั้น เป็นธาตุ ที่ช่วยเรื่องการออกดอก ติดดอกได้ดี หากต้องการเลือกปุ๋ยที่ช่วย หรือเน้นเรื่องดอก ให้ดูที่ค่ากลางสูงกว่าค่าอื่นๆ

ส่วนที่ร้านเราไม่ใช้สารเคมี เป็นเกษตรอินทรีย์ จะใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มาจาก มูลค้างคาว ซึ่งในมูลค้างคาวน้้น มีค่าธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชครบทุกตัว และมีค่า ฟอสฟอรัส ที่สูงจึงช่วยเรื่องการออกดอก และถ้าหากใช้ในไม้ผล ก็จะช่วยเรื่องขั้วเหนี่ยว

คำถามที่พบบ่อยๆ เกี่ยวกับ การออกดอกของกระบองเพชร (แคคตัส)

– กรณีที่ดอกกำลังจะบาน ไม่บานฝ่อไป หรือบานได้ไม่สุดนั้น อาจจะเป็นเพราะช่วงที่กำลังจะบานนั้น แสงแดดที่ได้รับอาจจะไม่เพียงพอ
– กรณีที่มีตุ่มดอกออกมาแล้วหลุดไป อาจจะเป็นเพราะ น้ำ อาหาร แสงแดดที่เป็นปัจจัยหลัก ถูกชะงักไป กระบวนการที่ต้องใช้พลังงานเยอะในช่วงออกดอก ไม่สามารถทำได้ต่อเนื่อง

ทำปุ๋ยจาก “เปลือกไข่” ฟรี!! แถมมีประโยชน์มากมาย



ของเหลือใช้ที่มีอยู่กันแทบจะในทุกครัวเรือน ก็คือ เปลือกไข่ไก่ ที่ใช้แล้ว เจ้าเปลือกไข่นี้ มีประโยชน์กับต้นไม้มากมาย เปลี่ยนจากการทิ้งลงขยะ มาเป็นการเก็บและแปรรูป ทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ที่จะช่วยบำรุงต้นไม้ของเรากันดีกว่า
จากผลการวิจัยของหลายๆ สถาบัน พบว่า ในเปลือกไข่นั้น อุดมไปด้วย แร่ธาตุแคลเซียม ที่เป็นประโยชน์กับต้นไม้ และเมื่อนำไปผ่านความร้อน ก็จะให้เกิด กำมะถัน ที่เป็นจะตัวช่วยไล่แมลง ที่มารบกวนกัดกินต้นไม้ได้









แคลเซียม เป็นธาตุรอง ที่ความจำเป็นสำหรับพืช นำไปใช้เพื่อการสร้างการเจริญเติบโตในตัวพืช มีหน้าที่เกี่ยวกับโครงสร้างของผลไม้ ช่วยเสริมสร้างเซลล์ และการแบ่งเซลล์ของพืช ซึ่งพืชต้องการอย่างต่อเนื่อง และยังช่วยส่งเสริมการนำธาตุไนโตรเจนมาใช้ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น ในระยะออกดอก และระยะที่สร้างเมล็ดพืชจะมีความจำเป็นมาก เพราะธาตุแคลเซียมจะมีส่วนในการเคลื่อนย้ายและเก็บรักษาคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนในพืช เพื่อนำไปใช้ในการสร้างผล และเมล็ดต่อไป

จากการทดลองของเราที่ใช้เปลือกไข่กับ ต้นกระบองเพชร พบว่า ช่วยไล่มดบางประเภทได้จริง และที่สำคัญคือ ช่วยบำรุงต้นไม้การติดดอก ออกดอกถี่ และความสมบูรณ์และฟอร์มของต้น

    ซึ่งเจ้าเปลือกไข่นี้ สามารถใช้ได้กับต้นไม้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ผล ไม้ประดับ


แล้ววิธีนำ “เปลือกไข่” มาใช้ต้องทำอย่างไร???
Shellegg_Organic_fertilizer2.jpg
  1. เริ่มจากกการเก็บเปลือกไข่ที่ใช้แล้ว รวบรวมไว้ในที่ๆ อากาศถ่ายเทดี เมื่อมีปริมาณมากพอประมาณ ก็นำมาตากแดดซ้ำอีกทีเพื่อให้แห้งสนิท
  2. ถ้าต้องการไล่แมลง ให้นำเปลือกไข่ที่ตากแดดแล้ว มาคั่วในกระทะอีกครั้ง การที่เปลือกไข่ ผ่านความร้อนสูง จะทำให้เกิด กำมะถัน ที่จะช่วยไล่แมลงรบกวนได้
  3. หลังจากได้เปลือกไข่ที่แห้งแล้ว ก็นำมาป่นให้ละเอียด โดยใช้เครื่องปั่น ปั่นละเอียด หรือจะใช้วิธีการตำ เก็บใส่ภาชนะที่สะอาด แห้งไม่อับชื้น
วิธีเอา “เปลือกไข่ป่น” ไปใช้กับต้นไม้???
  • ใส่บริเวณโคนต้นได้ โดยตรง ปริมาณ 1 ช้อนชา โดยประมาณ ต่อกระถาง 3 นิ้ว
  • ใช้ผสมกับปุ๋ยอย่างอื่น เพื่อทำเป็นปุ๋ยหมัก
  • ใช้ผสมน้ำไว้ 1 คืน แล้วนำมารดโคนต้น น้ำจะช่วยดึงประสิทธิภาพการไล่แมลง
  • ใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำหมักจุลินทรีย์ต่างๆ ได้
  • ใช้ผสมดินปลูกเพื่อช่วยเพิ่มแร่ธาตุ

 ส่วนทางร้านจะนำมาผสมกับ มูลค้างคาว อัตรา 1 : 1 โรยหน้ากระถาง เพื่อช่วยบำรุงต้นไม้

📌 รวมพิกัด ไอเท็มทำสวนไว้ให้เลือกช้อป !!

Advertisement  / โฆษณา

อยากทำโรงเรือน กระบองเพชร (แคคตัส) ต้องเริ่มอย่างไร แบบโรงเรือนแบบไหนดี ??


หลายคนพอเริ่มปลูก เจ้ากระบองเพชร หรือ แคคตัส (Cactus) ไม้จำพวกสกุลไม้อวบน้ำ ไว้จำนวนมาก ก็เริ่มอยากมองหา “โรงเรือน” เพื่อเก็บและดูแลรักษาไม้ให้ดีขึ้น ซึ่ง โรงเรือนกระบองเพชร นั้น ก็มีหลากหลายรูปแบบ และใช้ได้หลากหลายวัสดุ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ งบประมาณที่ใช้ในการทำ

โรงเรือนขนาดเล็กแบบเคลื่อนย้ายได้ หรือจะเป็นโรงเรือนชั่วคราว โรงเรือนถาวร โรงเรือนสำเร็จรูป ล้วนแต่ต้องมีปัจจัยในการทำ ซึ่งปัจจัยนั้นก็ขึ้นอยู่แต่ละเป้าหมายและลักษณะการเลี้ยงของแต่ละบุคคล ว่า เลี้ยงเพื่อสวยงาม หรือเลี้ยงเพื่อต้องการจำหน่าย

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อต้องการทำโรงเรือนมีอะไรบ้าง ?? 

  • งบประมาณ วัสดุที่เลือกใช้นั้น ย่อมตามมาด้วยงบประมาณ
  • สถานที่ตั้ง รูปแบบ ความเหมาะสม ขนาดที่จะทำให้เหมาะกับพื้นที่
  • ทิศทางของ สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยกับการเจริญเติบโต แสงแดดที่ได้รับเพียงพอ อากาศที่ถ่ายเทเพื่อป้องกันการเกิดโรค
  • สายพันธุ์ที่เลี้ยง รูปแบบการเลี้ยง การดูแลของแต่ละคน ซึ่งมีผลต่อการดูแล

รูปแบบโรงเรือน โดยที่นิยมทำคือ แบบเปิด และแบบปิด
ซึ่งถ้าหากเป็นลักษณะโรงเรือนเปิด ก็มีทั้งเปิดข้าง 100% หรือ ลดทอนตามความชอบผู้สร้าง หรือสภาพแวดล้อม ซึ่งการจะเลือกทำโรงเรือนแบบเปิด หรือปิดนั้น ให้ดูสภาพแวดล้อมที่ตั้งของโรงเรือน และลักษณะการเลี้ยง หรือประเภทไม้ที่เลี้ยง

วัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นโครงสร้าง ก็มีหลากหลายแบบขึ้นอยู่ว่า เราจะทำแบบชั่วคราว หรือถาวร มีทั้งเหล็ก ไม้ และเป็นท่อพีวีซี หรือท่อเหล็ก ที่เป็นแบบต่อเชื่อมกัน









วัสดุที่ใช้เป็นหลังคา หรือมุงผนังโรงเรือน

มีหลากหลายแบบ ความคงทนก็ขึ้นอยู่กับวัสดุ ที่เลือกใช้
ผ้าใบพลาสติก ราคาไม่สูงมาก ติดตั้งง่าย สามารถทำได้ด้วยตัวเอง รื้อถอน ปรับเปลี่ยนง่าย แต่อายุการใช้งานก็จะสั้น ต้องคอยเปลี่ยนเมื่อขาดและชำรุด ไม่ทนต่อแรงลม

แผ่นเมทัลชีทใส ต้องใช้ความชำนาญในการปู ลักษณะเป็นลอน ช่วยบังคับทิศทางน้ำได้ดี ทนทานอายุการใช้งานนาน ใช้ไปนานๆ จะมีสีขุ่นขึ้น เหมาะกับโรงเรือนประเภทถาวร

แผ่นโพลีเอสเตอร์ใส ต้องใช้ความชำนาญในการปู ลักษณะเป็นแผ่นเรียบ มีทั้งแบบเป็นลอนลูกฟูกและแบบตัน ราคาค่อนข้างสูง ใช้ไปนานๆ จะมีสีขุ่นขึ้น เหมาะกับโรงเรือนประเภทถาวร ทนทานอายุการใช้งานนาน

แผ่นอะคริลิคใส ต้องใช้ความชำนาญในการปู ลักษณะเป็นแผ่นเรียบ เหมาะกับโรงเรือนถาวร ทนทาน ไม่ขุ่นมั่วเมื่อใช้งานนาน แข็งแรง แต่ราคาสูง

แผ่นกระจก ต้องใช้ความชำนาญในการปู ลักษณะเป็นแผ่นเรียบ เหมาะกับโรงเรือนถาวร ทนทาน ไม่ขุ่นมั่วเมื่อใช้งานนาน แต่ราคาสูง




แล้วรูปแบบโรงเรือนแคคตัส มีแบบไหนบ้าง??
3df66cfa757ae2f2d25b3f9f83ec9eaf
โครงสร้างทำจากไม้ เป็นลักษณะ ลอยตัว มุงด้วยแผ่นพลาสติก
5ad97d9ca755960c8059b2eadec3de8c
โครงสร้างไม้ ติดตั้งถาวร ใช้เป็นกระจก หรืออะคริลิกใส ปลูกแบบลงดิน
67d81b0d56cee449df9ad72c39a7de7d
ใช้ผนังบ้าน เป็ตัวช่วยยึดโครงสร้าง
92c17ccfb37e8d0d6069e3ffe519bb8c
ด้านข้างมุงด้วยกระจกใส และด้านบนพรางแสงด้วยหลังคาขุ่น
93cdd930a0bf9eccf3ba886b37605434
โครงสร้างไม้ พื้นใช้หินโรย มุงด้วยแผ่นพลาสติกขุ่น
5841a172aa605806765402b5046ee564
ใช้ท่อพีวีซีทำโรงเรือน มุงด้วยพลาสติก ปรับเปลี่ยนได้ง่าย
560fef18f82cb5e66cba6371bd854cb9
เหมาะกับบ้านที่พื้นที่น้อย ใช้ด้านข้างบ้านเป็นตัวยึดโครงสร้าง




1110616bdd3f7e5207b24eef437b1b1a
acc03ff13bc5b5ef541ae6a68aeb8fe4
b8b7e8963d5901c543b8eb321529e506
c9d78cdba2dec8135c3135822194c5bb
dc85ba6fb9a441203475eda2e24d74b8

ส่วนลด !! พิเศษ สูงสุด 50% ช้อปเลย..

ea8531dd13e29295b78050a681dba683
f1e12a498821295b50939d691fde2cea
f26981d350a25cc680406ad7d45a0b2d

สิ่งสำคัญในการทำโรงเรือนคือ ตำแหน่งที่วางต้นไม้ในโรงเรือน เพราะบางพื้นที่จำกัด ไม่สามารถสร้างแบบลอยตัวได้ อาจจะต้องมีมุมบ้านบัง การได้รับแสงแดด จะไม่ได้ทั่วทุกองศา การเลือกไม้วางแต่ละตำแหน่งเพื่อให้เขาได้รับแสงแดดเพียงพอ ให้เหมาะแต่ละสายพันธุ์ การวางที่ไม่แน่นจนเกินไป เพื่อให้อากาศในโรงเรือนถ่ายเทได้ดี ความแออัด หรือการวางแนวตั้งปริมาณเยอะมาก อาจทำให้ไม้ได้รับแสงไม่เพียงพอ เกิดความชื้นสะสม หรือต้นยืดยาวหาแสง ลองหาความพอเหมาะแล้วปรับให้เข้ากับไม้และผู้เลี้ยงเพียงแค่นี้ก็จะทำให้มีความสุขทั้งต้นไม้และผู้เลี้ยง

ขอบคุณรูปภาพ : Pinterest / Instagram

กระถางพลาสติก 4 นิ้ว ทรงกลม ขอบ 2 ชั้น


plastic_pot_4inc_w

กระถางพลาสติก 4 นิ้ว ทรงกลม ขอบ 2 ชั้น

กว้าง 4 นิ้ว สูง 3.5 นิ้ว สีขาว

1 ใบ / ราคา 8 บาท
————————–
5 ใบ / ราคา 35 บาท
————————–
20 ใบ / ราคา 130 บาท

น้ำหนักประมาณ 20 กรัม / ใบ
** ราคาสินค้าไม่รวมค่าจัดส่ง**
plastic_pot_4inc_w

หัวฉีดน้ำ หมุนปรับได้ สำหรับสวมสายยาง


หัวฉีดน้ำ หมุนปรับได้ สำหรับสวมสายยาง

สี: เขียว

ราคา ฿ 60 50

✔️ เลือกช่องทางการสั่งซื้ออื่น


รายละเอียด

หัวฉีดสามารถหมุนปรับลัษณะการพุ่งของน้ำได้ ว่าจะให้เป็นเส้น หรือเป็นแบบละอองฝอย (ความแรงของน้ำขึ้นอยู่ที่มาของน้ำว่ามีแรงดันมากน้อย ยิ่งผ่านปั๊มน้ำ น้ำก็จะยิ่งแรง) สามารถเข้าได้กับขนาดสายยางมาตราฐาน ขนาด 5/8″

ริวิว การจัดส่งสินค้าจากคุณลูกค้า

วิธีผสมเกสร ยิมโน แคคตัส (Gymnocalycium) แบบปาดดอก ตอนดอกหุบ ให้มีเมล็ด ติดฝัก


ข้อดีของการผสมแบบนี้คือ ทำให้มีโอกาสติดฝักสูงขึ้น กว่าการใช้พู่กันเขี่ย และแม้ดอกจะหุบไปแล้วเราก็ยังสามารถผสมเกสรได้

สิ่งที่มือใหม่!! ควรรู้ก่อนผสมพันธุ์กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร
 >>อ่านเพิ่มเติม<<

— อุปกรณ์ที่ใช้ —

• แหนบก้านยาว
• มีดเล็กสำหรับปาดดอก (ในกรณีผสมสกุลยิมโน) **มีดขนาดเล็ก และคมปาดทีเดียวแล้วหลุดออก เพื่อไม่ให้ก้านดอกช้ำหรือเสียหาย หากเป็นมีดคว้านหรือโค้ง จะง่ายขึ้นเพราะมีลักษณะโค้งรับไปกับดอก










— วิธีผสมเกสรแบบปาดดอก —
How_to_Gymno_breeding5

ในกรณีที่ดอกบาน สามารถคีบละอองเกสร ตัวผู้มาใส่ตัวเมียได้เลย


แต่ถ้าดอกหุบก็ปาดกลีบดอกออก ตามตำแหน่งในภาพ จะเป็นด้านล่างสุดของกลีบดอกชั้นล่าง




หลังจากปาดดอกแล้วก็ผ่าออกเพื่อเอาอับละอองเรณูเกสร เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ

วีดีโอผสมเกสรยิมโนแบบปาดยอด

📌 รวมพิกัด ไอเท็มทำสวนไว้ให้เลือกช้อป !!

Advertisement  / โฆษณา

วิธีทำให้กระบองเพชร (แคคตัส) มีเมล็ด ติดฝักโดยผสมเกสร


สิ่งที่มือใหม่!! ควรรู้ก่อนผสมพันธุ์กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร

• กระบองเพชร (แคคตัส) แต่ละสกุล มีเวลาบานของดอกที่แตกต่างกันไป และระยะเวลาในการบานนั้นก็ไม่เท่ากัน บางสกุล บานวันเดียวแล้วฝ่อ หรือบาน 2-3 วัน และเวลาบานมีทั้งบานตอนกลางคืน เช้า กลางวัน ช่วงบ่าย

• บางสกุล สายพันธุ์ สามารถติดฝักได้เอง โดยไม่ต้องผสมเกสร เช่น Notocactus, Melocactus, Frailea

• การผสมเกสรในต้นเดียวกัน อาจจะไม่ติดฝัก หรือมีโอกาสติดน้อยมาก มากกว่าการผสมเกสรแบบคนละต้น

• หากเป็นไม้สกุลเดียวกันแต่คนละสายพันธุ์ สามารถนำมาผสมกันได้ เช่น แอสโตรฯ นูดัม X แอสโตรฯ มายริโอ

• ในต้นๆ หนึ่งสามารถเป็นได้ทั้ง ต้นพ่อ และต้นแม่ โดยการเอาเกสรคู่ตรงข้ามมาเข้ากัน

• ในบางสกุลอย่างยิมโน แม้ดอกจะหุบไปแล้ว ก็สามารถผสมเกสรได้

• วันที่บานมีผลต่อเกสรตัวผู้ตัวเมีย ตัวผู้ หากบานหลายวันมาก ความสมบูรณ์ของเกสรอาจจะลดลง โดยต้องใช้วีธีสังเกต










——- รู้จักกับเกสร ตัวผู้ และตัวเมีย ——-

How_to_breeding_2.jpg

ในดอก 1 ดอกนั้น เกสรตัวผู้จะมีจำนวนมาก แต่เกสรตัวเมียนั้น จะมี 1 ก้าน
—————————————
ความสมบูรณ์ของเกสรมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ติดฝัก หากยอดเกสรตัวเมียที่แห้งมาก ไม่มีน้ำเมือกที่เป็นตัวจับเกสรตัวผู้ อาจจะทำให้โอกาสติดน้อยลง  ละอองเกสรตัวผู้ที่เยอะ ยิ่งเป็นผลดี

How_to_breeding_3





——- วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ——- 
How_to_breeding_4.jpg

• พู่กันขนนิ่ม ขนาดกลาง ปลายเล็ก หรือ สำลีปั่นหู
• แหนบก้านยาว
• มีดเล็กสำหรับปาดดอก (ในกรณีผสมสกุลยิมโน) **มีดขนาดเล็ก และคมปาดทีเดียวแล้วหลุดออก เพื่อไม่ให้ก้านดอกช้ำหรือเสียหาย หากเป็นมีดคว้านหรือโค้ง จะง่ายขึ้นเพราะมีลักษณะโค้งรับไปกับดอก


วิธีผสมพันธุ์ กระบองเพชร แคคตัส (Cactus)โดยการเขี่ยเกสร

How_to_breeding_5.jpg

     ใช้แหนบดึงปลายเกสรตัวผู้ บริเวณอับละอองเลณู อย่างระมัดระวัง แล้วนำไปใส่ ใส่ในยอดเกสรตัวเมีย หรือจะใช้เป็นพู่กัน สำลีปั่นหู ปั่นเอาแค่ละอองเกสรตัวผู้ ไปปั่นใส่ในยอดเกสรตัวเมีย

ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้แล้วแต่ความถนัดและความเหมาะสม อย่างในกรณีที่เป็นสกุลแมมมิลลาเรียที่มีดอกเล็ก การใช้แหนบดึงเกสรอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับดอกได้ ใช้เป็นพู่กันปลายเล็กๆ ปั่นเกสรจะสะดวกกว่า




จะรู้ได้ยังไงว่า เราผสมเกสรติด ??


หลังจากผสมเกสร ประมาณ 3 -5 วัน ถ้าก้านดอกที่เราผสมไว้ มีลักษณะพองขึ้น ไม่เหี่ยว หรือฝ่อ ก้านดอกจะเหนี่ยว เอามือเขี่ยเบาๆ ก็ไม่หลุด แสดงว่าผสมติด แต่ถ้าหากก้านดอกเหี่ยว ลองเอามือเขี่ยเบาๆ แล้วหลุดเลย แสดงว่าการผสมเกสรไม่สำเร็จ


หลังจากผสมเกสร นานไหม กว่าจะเก็บเมล็ดได้ ??

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ความสมบูรณ์ สภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ว่าเอื้ออำนวยกับการสุกของฝักขนาดไหน ซึ่งระยะเวลาโดยประมาณ คือ 3-8 สัปดาห์

—————————————–
วิธีผสมเกสรยิมโน แคคตัส (Gymnocalycium) แบบปาดดอก ตอนดอกหุบ
>> อ่านเพิ่มเติมคลิก!! <<

📌 รวมพิกัด ไอเท็มทำสวนไว้ให้เลือกช้อป !!

Advertisement  / โฆษณา

ป้ายพลาสติก เขียนชื่อต้นไม้ มี 2 ขนาด ความยาว 8.5 / 6 ซม


ป้ายพลาสติก เขียนชื่อต้นไม้ อย่างหนา

ขนาด: สินค้ามี 2 ขนาด

ขนาดยาว 6 เซนติเมตร 1 มัด / 20 ใบ
ราคา : ฿ 20

ขนาดยาว 8.5 เซนติเมตร / 20 ใบ
ราคา : ฿ 25

ราคา ฿ 20 – 25

✔️ เลือกช่องทางการสั่งซื้ออื่น


รายละเอียด

ป้ายพลาสติก เขียนชื่อต้นไม้ มี 2 ขนาด ความยาว 8.5 / 6 ซม แบบหนา แข็ง ใช้แบบปัก หรือ ผูกเชือกแขวนได้

ริวิว การจัดส่งสินค้าจากคุณลูกค้า