
หอมแดง เป็นผักสวนครัว ที่มีติดคู่ครัวคนไทย ชนิดที่เรียกได้ว่า เป็นวัตถุดิบพื้นฐาน ใส่อาหารได้หลากหลายอย่าง แต่ที่พบปัญหาบ่อยคือ การเก็บรักษาที่จะคงคุณภาพให้สดใหม่ วิธีที่นิยมทำคือ ตาก และแขวนไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเท เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา แต่ถ้าทิ้งไว้นานหัวก็จะฝ่อ และแห้งจนไม่สามารถนำมาใช้ได้
วิธีเก็บที่จะทำให้ใช้ได้นาน คือ นำหัวหอมแดง ใส่ในถุงตาข่ายที่เป็นตาข่ายที่ตาห่าง เหมือนกับถุงใส่ส้มในท้องตลาด แล้วเก็บใส่ตู้เย็นในช่องแช่ผัก ก็จะทำให้หอมไม่เป็นราง่าย แต่ถ้าเก็บไว้นานมากเกินไป ก็จะมีใบงอกออกมา

และอีกหนึ่ง ข้อดีของการเก็บ หัวหอมแดงในตู้เย็นคือ จะช่วยลดอาการแสบตา ในขณะที่หั่นหัวหอม โดยให้ทำการหั่น ซอย ตอนที่เอาออกมาจากตู้เย็นใหม่ๆ และหอมแดงยังเย็น ความเย็นจะช่วยลดการระเหยตัวของแก๊สที่อยู่ในหอมแดง จึงทำให้เราไม่แสบตาตอนที่หั่น ซอยหอม
ส่วนการเก็บแบบระยะสั้น ที่มีการทยอยใช้เรื่อยๆ และสามารถค่อยๆ แบ่งไปปลูกเพื่อกินใบ หรือที่เราเรียกกันว่า ต้นหอม วิธีเก็บใส่กล่องที่รองด้วยกระดาษทิชชูอย่างหนา จะช่วยกระตุ้นการเกิดราก และทำให้เราค่อยๆ นำไปทยอยปลูกที่ละส่วน หรือถ้าต้องการนำไปปรุงอาหารก็แบ่งไปใช้ได้ วิธีนี้จะทำให้เรามีต้นหอมกินอย่างต่อเนื่องไม่มากไม่น้อยไป แต่ก็มีข้อควรระวังคือ การเก็บแบบนี้อาจจะยังมีโอกาสการเกิดเชื้อราได้ ต้องค่อยหมั่นเปิดดู หากมีเชื้อราให้รีบแยกออกมาจากกล่อง
วิธีเลือกหอมไปใช้
หากดูแล้วว่า หอมที่ปลูกไว้มีจำนวนเยอะพอใช้ ก็ให้เลือกนำต้นที่มีรากแล้ว นำไปใช้ก่อน แต่ถ้าต้นที่เราปลูกไว้เริ่มทยอยฝ่อ ไม่มีใบออก หรือไม่พอรับประทาน ก็ให้นำต้นที่มีรากแล้ว ไปปลูกต่อ และเลือกใช้ต้นที่ยังไม่มีรากประกอบอาหารแทน วิธีนี้จะช่วยให้เราจัดการได้ง่ายขึ้น


วิธีการปลูก และดูแล ศัตรูพืช
สิ่งสำคัญ ในการปลูกต้นหอม จากหัวหอมแดงก็คือ ดินที่โปร่ง และระบายน้ำได้ดี แต่ต้องเก็บความชื้นได้เหมาะสม เพราะถ้ามีความชื้นเยอะเกินไป หรือน้ำขัง จะทำให้หัวหอมเน่าได้ง่าย ทริคเล็กๆ ในการคุมความชื้นก็คือ ให้เลือกกระถางที่มีทรงสูง ด้านล่างให้รองด้วยหิน หรือหินภูเขาไฟก้อนใหญ่ การเลือกใช้กระถางทรงสูง และรองก้นกระถางให้สูง จะช่วยเรืองการระเหยความชื้นในดินให้ช้าลง การรดน้ำ ดูแลก็จะสะดวก และง่ายขี้น
ด้านบนให้ใช้ดินที่มีส่วนของเนื้อดินไม่ต้องมาก ให้เน้นผสมวัสดุปลูกที่เพิ่มความโปร่ง แต่ยังช่วยเก็บความชื้นของดิน เช่น เม็ดดินเผา หินภูเขาไฟ แกลบดิบเก่า หรือเปลือกพืชที่เป็นเมล็ดเปลือกแข็ง แต่ถ้าเลือกใช้เป็นวัสดุที่คงทน อย่าง เม็ดดินเผา หรือหินภูเขาไฟ ก็ทำให้เราไม่ต้องเปลี่ยนวัสดุบ่อย และลดการเกิดเชื้อราจากการย่อยสลายของวัตถุอินทรีย์อีกด้วย

เตรียมดินพร้อมแล้ว ก็แค่วางหัวหอมลงบนดิน โดยไม่ต้องขุดเป็นหลุม เพียงแค่เขี่ยรากให้ไม่ลอยเหนือดิน ตอนวางหอมแนะนำให้วางเรียงชิดกัน จะช่วยให้ใบที่ขึ้นมาไม่ล้มได้ง่าย และนำไปวางไว้ในที่ที่มีแสงแดด 80-90% หากแดดน้อยจะทำให้ใบซีดสีไม่มีสีเขียวสด
หากใช้เป็นกระถางสูง ให้รดน้ำประมาณ 2-3 วัน/ครั้ง แต่ถ้าหากช่วงไหนแดดแรงความชื้นระเหยเร็ว ให้ปรับการให้น้ำให้ถี่ขึ้น
การให้ปุ๋ย เน้นเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยน้ำฉีดพ่นทางใบ 2-3 วั้น / ครั้ง และปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยคอ่กที่หมักแล้ว ใส่อาทิตย์ละครั้ง ใบที่งอกมาก็จะใบหนา ใบอวบสมบูรณ์ และการใส่ปุ๋ยอย่างต่อเนื่องทำให้ดินมีธาตุอาหารตลอด เมื่อนำหัวใหม่มาปลูกก็จะทำให้งอกไว้ และสมบูรณ์
ศัตรูพืช หรือโรคที่ต้องระวัง หอยทากมักจะชอบมากัดกินหัวหอมแดง ต้องคอยหมั่นสังเกต ส่วนเรื่องโรค ไม่ค่อยมีโรคกวนใจเนื่องจากเป็นการปลูกพืชระยะสั้น แต่ต้องคอยระวังเรื่องเชื้อรา หากดินแฉะไป หรืออากาศไม่ถ่ายเท หากกังวลเรื่องเชื้อรา สามารถใช้ ไตรโคเดอร์ม่า แบบชนิดผง โรยหน้าดิน หรือผสมน้ำฉีดพ่น นอกจากจะช่วยป้องกันเชื้อราแล้ว ยังช่วยบำรุงอีกด้วย
ระยะเวลาปลูก และวิธีการเก็บเกี่ยว
โดยปกติแล้ว จะมีระยะเวลาต่างกันตามความพร้อมของหัวที่นำมาปลูก
• หากเพิ่งเริ่มมีรากงอก เป็นรากสั้นๆ อาจจะใช้เวลา 2-3 อาทิตย์
• ระยะหัวที่มีรากยาวแล้ว แต่ยังไม่มีใบงอก จะใช้ระยะเวลา 10-15 วัน
• ระยะหัวที่มีรากยาวแล้ว และมีใบงอกยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร จะใช้ระยะเวลา 7-10 วัน
จึงสามารถเก็บมารับประทานได้ ซึ่งความสมบูรณ์ของใบก็มีผลมาจากความสมบูรณ์ของหัวหอมแดงที่เราเลือกมาปลูกด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นตอนที่จะเลือกนำปลูกควรเลือกที่ หัวสมบูรณ์
การเก็บไปรับประทาน ไม่ต้องถอนหัวออก แต่ให้ตัดตรงที่งอกออกมาจากปลายหัว หรือโคนใบ เพราะหอม 1 หัวนั้น สามารถเก็บกินได้หลายครั้ง จนกว่าหัวจะฝ่อไม่สมบูรณ์











