รดน้ำ ให้น้ำ กระบองเพชร (แคคตัส) ยังไง?? ในช่วงฤดูฝน


สำหรับมือใหม่ที่มีความกังวลว่ากระบองเพชร ไม่ชอบน้ำ และความชื้นที่มากไป แล้วในฤดูฝนจะต้องให้น้ำอย่างไรดี??
ก่อนอื่น เราต้องดูสถานที่เลี้ยงเป็นหลัก เพราะแต่ละคนมีพื้นที่การเลี้ยงที่แตกต่างกัน ทั้งมีโรงเรือน ชายคาบ้าน กลางแดด กลางฝน ซึ่งทั้งหมดเป็นตัวแปรในการให้น้ำ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องประเมินจากสภาพแวดล้อมการเลี้ยง รวมกับดินปลูกของเรานั้นแห้งเร็ว และช้าขนาดไหน

วิธีเช็คว่าดินแห้ง หรือยังชื้น >> คลิก <<

สถานที่เลี้ยงแต่ละแบบก็มีผลต่อการแห้งของดินที่แตกต่างกัน

ฉะนั้นการให้น้ำในฤดูฝนก็จะแตกต่างกันไป

เลี้ยงชายคาบ้าน หรือโรงเรือนแบบเปิดข้าง มีโอกาสโดนฝน ก็จะใช้การประเมินดิน และต้นเป็นหลัก โดยการให้น้ำควรจะลดปริมาณลง แต่จะให้ตามการแห้งของดินเป็นหลัก เน้นในแห้งเร็ว แต่ก็ระวังไม่ให้ต้นขาดน้ำมากไป คือ จากที่รดแช่จนน้ำออกก้นกระถาง ก็จะลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ดินแห้งเร็วขึ้น ไม่เก็บความชื้นเยอะไป

เลี้ยงแบบโรงเรือนปิด ก็จะสามารถคุมการให้น้ำได้ง่าย การรดน้ำก็เน้นให้แห้งเร็ว ลดปริมาณน้ำลงเหมือนกัน หรือเพิ่มระยะการให้น้ำให้ห่างขึ้นจากเดิม เพราะในฤดูฝนอาจจะทำให้ฟ้าปิด ไม่มีแสงแดดติดต่อกันหลายวัน ดินก็จะแห้งช้ากว่าฤดูอื่นๆ และในฤดูฝนช่วงที่ฝนใกล้ตก

เป็นช่วงอากาศร้อน และเย็นเจอกัน ภายโรงเรือนจะมีความอบ และชื้นสูงอีกด้วย ซึ่งต้องระวังเพราะความชื้นสามารถแทรกซึมไปได้ทุกที ควรใช้พัดลมช่วยระบาย หรือเปิดโรงเรือนให้ลมผ่าน ในช่วงนี้ความชื้นในอากาศเยอะ

– เลี้ยงแบบแดดร้อยฝนร้อย ก็แค่ปล่อยให้ดินแห้งจริงๆ ค่อยรดน้ำค่ะ เพราะช่วงฝนติดกันดินจะชื้นมาก สิ่งที่ต้องระวังคือ การเน่า ถ้าที่ตั้งหรือวางต้น อากาศไม่ถ่ายเท ลมไม่ผ่าน การแห้งของดินช้า อาจจะทำให้ดินชื้นเกินจนไม้เน่า และยังเสี่ยงกับการที่ดินอุ้มน้ำเยอะ ความชื้นมาก จนอาจจะทำให้เกิดเชื้อราที่รากซึ่งจะเป็นสาเหตุของการเน่าจากรากและล่ามสู่ต้น

วิธีที่จะช่วยให้ลดความชื้นในกระถางได้ดีคือ การเลี่ยงใช้วัสดุรองก้นกระถางที่เก็บความชื้นสูงอย่างเช่น กาบมะพร้าวสับ เพราะจะช่วยอุ้มน้ำไว้มากเกินไป ใช้เป็นหินภูเขาไฟ หรือถ่านจะช่วยให้ระบายความชื้นได้ดีกว่า

แต่สิ่งสำคัญคือ การเฝ้าตรวจดูอาการของไม้ ว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เผื่อถ้ามีเหตุฉุกเฉินยังพอช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทัน




เพิ่งจะลงปลูกใหม่ รากก็เดิน ทำไม…กระบองเพชร (แคคตัส) โคนต้นยุบ ไม่โตขึ้น


pot_not_support.jpg

หลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมต้นเพิ่งลงปลูก แต่กลับโคนยุบตัว หรือไม้นิ่ง ไม่โต สาเหตุที่เกิดมีได้หลายปัจจัย แต่อีกปัจจัยที่เล็กน้อย และเราอาจจะมองข้ามไปก็คือ การเลือกกระถางให้เหมาะกับต้น สภาพอากาศ สายพันธุ์ และการให้น้ำ

กระบองเพชร (แคคตัส) นั้นมีหลายหลายสายพันธุ์ และแต่ละสายพันธุ์ ก็ต้องการความชื้นที่แตกต่างกัน อย่างเช่น แอสโตร ยิมโน เมโล เป็นสายพันธุ์ที่ชอบน้ำมากกว่า สายพันธุ์อื่นๆ สภาพอากาศที่เลี้ยงแต่ละคนก็แตกต่าง ชนิดไม้ที่ปลูกก็มีความหลากหลาย การให้น้ำในกรณีที่ปลูกรวมกัน และจำนวนเยอะ อาจจะไม่สามารถรดน้ำตามประเภทของไม้ได้ จึงต้องให้น้ำรวมพร้อมกันทีเดียว

ฉะนั้น เมื่อไม้ได้รับน้ำเท่ากัน แต่ความแตกต่างที่ต้องการน้ำต่างกัน อาจจะทำให้บางต้นได้น้ำเยอะมากไป หรือบางต้นขาดน้ำ วิธีการที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือ การเลือกกระถางให้เหมาะสม ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปลูก ขนาด ความลึก ประเภทของวัสดุ ล้วนมีปัจจัยรวมกันทั้งหมด

pot_not_support-2

อย่าง แอสโตรต้นนี้ กระถางที่เลือกใช้ตื้นเกินไป เมื่อใส่หินรองแล้ว พื้นที่ที่ใส่ดินก็น้อยลงไปอีก เมื่อนำไปเลี้ยงในที่แดดจัด ลมแรง ดินแห้งไว้ ทำให้ความชื้นระเหยเร็วเกินไป ต้นจึงได้รับความชื้นไม่เพียงพอ

pot_not_support-6
pot_not_support-5

ไม้ที่ชอบน้ำ อาจจะใช้กระถางที่มีก้นลึก เพื่อทำให้เก็บความชื้นได้มากขึ้น ส่วนต้นที่ชอบน้ำน้อย ก็จะเลือกเป็นประเภทปากกว้าง แต่ก้นแคบ เพื่อที่จะได้ระบายความชื้นได้ดีขึ้น ซึ่งในตอนนี้มีกระถางที่ผลิตโดยผู้ปลูกกระบองเพชรอยู่หลายเจ้า ที่นำประสบการณ์มาพัฒนาการผลิตกระถางให้เหมาะกับต้น และลักษณะการปลูก

pot_not_support-4

คำแนะนำหลังจากซื้อแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ และพาต้นใหม่เข้าบ้าน ควรทำยังไงบ้าง??


🌵☘️ หลังจาก #ซื้อไม้มาและพาไม้ใหม่เข้าบ้าน มาฝากค่ะ ว่าควรทำยังไงบ้าง?? 😀
•••• 📦🌵 หากเป็นการสั่งซื้อ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ ทางออนไลน์ และถ้าทางร้านส่งเป็นแบบถอดกระถาง ขั้นตอนก็จะไม่เยอะ เพราะทางร้านจะเคาะดิน และล้างรากแล้ว หรือบางร้านก็จะตัดแต่งรากมาให้พร้อม
.
เราก็แค่วางไม้ไว้ในที่ๆ อากาศถ่ายเท ให้ไม้ได้ปรับตัวสัก 2-3 วันกับสภาพแวดล้อมใหม่ แล้วก็นำไปปลูกได้เลย
และคำแนะนำเสริมอาจจะใช้น้ำผสมปูนขาวอ่อนจางๆ พ่นทิ้งไว้ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อหรือโรคที่อาจจะมีติดมากับต้น

ส่วนในกรณีแบบที่ซื้อต้นไม้มาทั้งกระถาง 
พักไว้ให้ปรับสภาพแวดล้อมใหม่สัก 2 – 3 วัน และที่สำคัญควรวางไม้ในพื้นที่เฉพาะ☢️☣️ เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่อาจจะมีมากับต้นใหม่ ( ในกรณีที่มีไม้ปลูกไว้อยู่แล้ว ) ควรวางแยกกับไม้ที่เราปลูกไว้ในที่ๆ ห่างกัน เพราะในบางคร้้งอาจจะมีโรคติดต่อที่อยู่ในกระถางที่ซื้อมาใหม่ ซึ่งอาจจะมาติดกับต้นไม้ของเดิมที่เราปลูกไว้

แนะนำให้นำรื้อกระถางต้นที่ซื้อมาใหม่ และนำปลูกใหม่ ด้วยสาเหตุดังนี้.
🤢 – เราไม่รู้ว่าดินที่อยู่ในกระถางนั้น ใช้มานานไหม ดินเสื่อมสภาพแล้วหรือยัง การเปลี่ยนดินใหม่ให้ ทำให้เรากะระยะในการเปลี่ยนดินครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้นด้วย
.
🤔 – ดูระบบรากไม้ว่า แข็งแรงหรือยัง หากดูแล้วว่าระบบรากมีปัญหาจะได้รีบแก้ไขได้ทันท่วงที เพราะในบางกรณีไม้ที่เราซื้อมานั้น อาจจะเป็นประเภทไม้ชำ รากอาจจะยังเดินไม่ดี หรือแค่ปักไว้กับดิน และรากยังไม่เดิน
.
👾 – ในบางครั้งมีโรคที่ติดมากับดินในกระถาง เช่น เพลี้ย รา อาจจะต้องรีบทำการรักษา เพื่อไม่ให้มาติดต่อกับต้นไม้ที่เรามีอยู่ โดยแนะนำว่า หากพบโรคในดินให้นำดินนั้นทิ้งไป ไม่ควรนำกลับมาใช้อีก
/// ในกรณีที่ดูแล้วว่า ดินคุณภาพยังดีอยู่ อาจจะนำดินนั้นมาตากแดด ผสมปุ๋ยเพิ่มแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก


กระบองเพชร สกุล แมมมิลลาเรีย (Mammillaria ) การเลี้ยง และดูแล


ลักษณะของต้น

เป็นสกุลกระบองเพชรที่มีความหลากหลายของลักษณะ มีทั้งชนิดที่มีหนามแหลม และเป็นขนหนามอ่อนนุ่ม ลักษณะ โครงสร้าง ลำต้น มีเนื้อแกนกลาง แตกออกเป็นตุ่ม และมีหนาม หรือขนหนาม ที่ปลายตุ่ม ขนหมามมีทั้งสีขาว สีเหลืองทอง หรือออกโทนแดง แล้วแต่ชนิดของต้น ซึ่งตุ่มหนามแมมมิลลาเรียบางชนิด สามารถนำมาชำเพื่อขยายพันธุ์ได้ เช่น แมมขนนก

ช่องว่างระหว่างตุ่มหนาม โดยส่วนมากจะมีเป็นปุยขาวลักษณะคล้ายปุยนุ่นสำลีแทรกอยู่ ด้วยลักษณะของแมมมิลลาเรียที่ลำต้นมีเนื้อเยื้อแกนกลางลำต้นค่อนข้างน้อย และอ่อนนุ่ม ธรรมชาติของต้นจึงสร้างปุยขึ้นมาเพื่อปกป้องไม่ให้แกนลำต้นโดนแสงแดดมากเกินพอดี เมื่อเจริญเติบโตอายุมากจะแตกหน่อเป็นกอใหญ่ขยายขึ้นเรื่อยๆ

ลักษณะของดอก

แมมมิลลาเรีย สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นและสารอาหารที่เพียงพอ แต่ฤดูที่มีดอกเยอะ เหมาะกับการขยายพันธุ์ที่สุดคือ ฤดูหนาว ลักษณะการออกดอกจะออกเป็นวงรอบ ต้นหรือหน่อครอบคล้ายลักษณะของมงกุฎ สีของดอกที่พบได้บ่อยคือ ขาว และชมพู ม่วง มีโทนออกแดงเข้มบ้าง แต่จะพบได้น้อยกว่า ดอกจะบานในช่วงตอน สายๆจนถึงเย็น และหุบ ระยะเวลาออกดอก 2-3 วัน ก็จะโรย

การขยายพันธุ์

เพาะเมล็ด ชำหน่อ ปาดยอดให้แตกกอ หรือ ออกหน่อเพิ่ม และมีในบางชนิดสามารถติดฝักได้เองโดยไม่ต้องผสม เช่น แมมพิกุล แมมนิโวซา ซึ่งสกุลแมมมิลลาเรีย จะมีไม้ที่เป็นลูกผสม หรือ ไฮปริด ( Hybrid ) ค่อนข้างเยอะ ซึ่งเป็นไม้ที่ได้จากการผสมข้ามชนิด จึงทำให้มีความหลากหลายในลักษณะของขนหนาม โดยลูกที่ออกมานั้น จะมีลักษณะเด่นของทั้ง 2 ชนิดผสมกัน

สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู

แมมมิลลาเรียเป็นไม้ที่ชอบแดดค่อนข้างจัด 70-80 % ชั่วโมงแดดยาวนานต่อเนื่อง 6-8 ชั่วโมง หากเลี้ยงแสงแดดน้อยขนหนามจะกางออก เพื่อพยายามรับแสงมากขึ้น ที่ทำให้ขนหนามไม่แน่นฟู ฟอร์มต้นจะไม่กระชับ ต้นไม่สวยลำต้นยืดยาว ไม่กลมมน

เป็นกระบองเพชรที่ไม่ชอบความชื้นเยอะ ดินที่ใช้ปลูก ต้องโปร่ง ระบายความชื้น และอากาศภายในดินถ่ายเทได้ดี หากมีความชื้นสูงแต่เสี่ยงกับโรคเน่า หรือเชื้อราได้ สามารถเว้นระยะการรดน้ำได้นานกว่ากระบองเพชรชนิดอื่นๆ วิธีการดน้ำ คือให้รดจนชุ่มจนน้ำไหลออกรูก้นกระถาง รดน้ำครั้งถัดไปเมื่อดินแห้ง

และถ้าหากต้องการกระตุ้นการออกดอกจะใช้วิธีอดน้ำ เพื่อกระตุ้นสภาพการอยู่รอด จะช่วยให้กระตุ้นการออกดอก เพื่อขยายเผ่าพันธุ์ โดยการอดน้ำนานกว่าปกติที่เคยรด แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ซึ่งต้องดูระยะการอดน้ำ และปรับตามสภาพแวดล้อมของแต่สถานที่เลี้ยง ซึ่งจะไม่การนับวัน หรือสูตรที่ตายตัว ซึ่งการใช้การกระตุ้นด้วยวิธีควรดูว่าต้นไม้แข็งแรง ไม่อยู่ในช่วงป่วย หรือพักฟื้น

อีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เลี้ยงแมมมิลลาเรียได้สวยก็คือควรจะมีโรงเรือน จะเป็นระบบเปิด หรือปิดก็ได้ แต่หากเลี้ยงเป็นระบบปิดควรจะมีระบบระบายอากาศภายในเพื่อป้องกันความชื้น หรืออากาศอบอ้าวภายในโรงเรือน ที่จะเป็นสาเหตุ ให้เน่าง่ายได้เหมือนกัน เนื่องจากแมมมิลลาเรียไม่เหมาะกับการเลี้ยงที่โดนฝนโดยตรง เพราะมีโอกาสที่จะทำให้ต้นเน่าหรือเชื้อราได้ง่าย ฉะนั้นการมีโรงเรือนจะทำให้การควบคุม อุณหภูมิ น้ำ และปรับแสงง่ายต่อการเลี้ยงดู

ลักษณะของดอก
โรค และศัตรูพืช

เพลี้ย, ไรแดง, ราที่เกิดจากความชื้นในช่วงฤดูฝน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผสมเกสรแมมมิลลาเรีย (MAMMILLARIA) ง่ายๆ ให้ติด ฝัก นำไปเพาะเมล็ดด้วย ปลายพู่กัน >>คลิก<<