ชำหน่อ กระบองเพชร(แคคตัส) ง่ายๆ ด้วยเม็ดดินเผา (Popper)


spilt_cactus

การชำหน่อ กระบองเพชร (แคคตัส) สามารถชำลงในดินปลูก หรือวัสดุอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ดินญี่ปุ่น หินภูเขาไฟ หรือเม็ดดินเผา แต่ข้อดีของการชำด้วยเม็ดดินเผา ก็คือ เรื่องการรักษาความชื้นที่เก็บได้ดี วัสดุโปร่ง ทำให้ควบคุมการให้น้ำได้ง่าย เพราะในช่วงที่ชำหน่อนั้น ไม้ต้องการความชื้นมากกว่า ตอนที่ปลูกตามปกติ เพื่อกระตุ้นในรากนั้นงอกออกมาง่ายและเร็ว

การชำหน่อด้วยเม็ดดินเผา สามารถทำได้โดยใช้เม็ดดินเผา ล้วนหรือจะผสมกับหินภูเขาไฟ เบอร์ 00 ได้ทั้ง 2 แบบ

สิ่งที่ต้องระวังและดูแลในการชำแบบนี้คือ

  • การรักษาความชื้นและแสงแดดให้เหมาะสม
  • หน่อที่นำมาล่อรากควรจะต้องสมบูรณ์
  • หลังจากเด็ดหน่อมากแล้ว ควรพักไว้สัก 7-10 วันก่อน นำมาชำเพื่อให้แผลที่เด็ดมากนั้นปิดและแห้ง เพื่อป้องกันการเน่า

วิธีการชำหน่อ
     หลังจากผึ่งหน่อไว้จนแผลที่เด็ดแห้งแล้ว ก็นำมาใส่ในเม็ดดินเผา ที่มีหินภูเขาไฟผสมเล็กน้อย หรือจะเป็นเม็ดดินเผาล้วนโดยนำภาชนะก้นปิด ไม่มีรู ใส่ลงไปให้สูงจนเต็มภาชนะ หลังจากนั้นใส่น้ำไว้ครึ่งหนึ่งของภาชนะ ควรเป็นภาชนะที่ใส เพื่อจะได้มองเห็นระดับน้ำ
นำต้นไม้วางลงบนเม็ดดินเผาให้รากฝั่งลงไป และยกโคนต้นให้เหนือเม็ดดินเผา ความชื้นจะค่อยๆ ระเหย หมั่นค่อยเติมน้ำเมื่อแห้ง ระดับน้ำครึ่งหนึ่งของภาชนะเหมือนเดิม เลี่ยงการวางกลางแดด วางไว้ที่แดดอ่อนๆ หรือชายคาบ้าน

spilt_cactus2.jpg เมื่อชำหน่อไปได้สักระยะ จนเห็นว่า ยอดเดินแล้ว เป็นสัญญาณบอกว่า ไม้นั้นมีรากงอกออกมาแล้ว สามารถนำไปปลูกลงดินปลูกกระบองเพชรได้ตามปกติ 

spilt_cactus3.jpg

ในการนำไปปลูกควรจะต้องระวังและเบามือ เพื่อป้องกันไม่ให้รากที่งอกออกมานั้นขาด และต้องนำลงปลูกทันทีที่นำออกจากการชำราก เพราะรากนั้นยังอ่อนแอ อาจจะทำให้รากแห้งและต้นขาดน้ำได้

spilt_cactus4.jpg

ข้อดีของการชำหน่อด้วย เม็ดดินเผา หรือป๊อบเปอร์ คือ เราไม่ต้องรดน้ำบ่อย เพื่อรักษาความชื้น และรากจะมาค่อนข้างเร็ว สามารถนำมาใช้ซ้ำๆ ได้หลายครั้ง หลังจากใช้เสร็จ ก็นำพึ่งแดดให้แห้งสนิทและเก็บไว้ใช้งานได้อีก หรือจะทำเป็นถาดแช่ไว้ เมื่อมีหน่อก็สามารถนำมาชำต่อได้เรื่อยๆ
แต่ข้อที่ด้อยกว่าการชำลงดินคือ ในการชำลงดินนั้นรากอาจจะมาช้ากว่าเม็ดดินเผา แต่รากจะแข็งแรง และปลูกต่อได้เลย โดยไม่ต้องย้ายมาลงปลูกใหม่

หลังจากนำไม้ลงปลูกแล้วก็ดูแลเหมือนการปลูกต้นไม้ทั่วไป
>> การดูแล กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ หลังจากการเปลี่ยนกระถาง <<

spilt_cactus5.jpg

หลังจากดูแลเลี้ยงดู ใส่ปุ๋ยบำรุง ได้รับแสงแดดที่เพียงพอ เจ้าหน่อเล็กก็พร้อมออกดอก แต่หน่อต่อไป 
————————————-

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

spilt_cactus

การป้องกัน และรักษาโรค ราสนิม เชื้อรา ในกระบองเพชร (แคคตัส) ด้วยวิธีธรรมชาติ และชีวภาพ


cactus_care

เชื้อราที่เกิดในกระบองเพชรได้บ่อยก็คือ ราสนิม และรา ที่กินรากทำให้รากเน่า โดยปัจจัยการเกิดเชื้อรา สาเหตุหลักๆ มาจากความชื้น ที่เกิดจากธรรมชาติ หรือสถานที่เลี้ยงที่ได้รับแสงแดดไม่พออากาศไม่ถ่ายเท หรือมาจากการเปลี่ยนถ่ายฤดู หรือในบางสายพันธุ์ของกระบองเพชร (แคคตัส) ก็เป็นคล้ายโรคประจำตัว ที่เมื่อใดที่มีความชื้นมากเกิน หรือเปลี่ยนฤดูกาล ก็จะแสดงอาการ โดยราสนิม จะพบมากในตระกูลช้างแคคตัส (coryphantha)

ซึ่งสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ สภาพแวดล้อมที่เลี้ยง ควรจะต้องมีอากาศถ่ายเทได้ดี แสงแดดส่องถึงเพียงพอ เพื่อลดการเกิดเชื้อรา และใน ดินปลูกแคคตัส หรือกระบองเพชร นั้น ควรจะต้องมีความโปร่ง น้ำไม่ขัง เก็บความชื้นเหมาะสม วัสดุรองก้นกระถางก็สำคัญที่จะเป็นส่วนช่วยให้น้ำระบายออกได้เร็ว ไม่เก็บกักความชื้นจนมากเกินความจำเป็น

แล้วถ้าเกิดเชื้อรา หรือราสนิมแล้ว มีวิธีแก้ไขอย่างไร??

การใช้ยาเข้ามาช่วยเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ ยาก็มีทั้งที่เป็นเคมี และชีวภาพ ในส่วนของทาง #mini3garden เราเน้นการปลูกแบบออแกนิก อินทรีย์ และใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ไม่ใช้เคมี ตัวที่ใช้ได้ผล และใช้เป็นประจำคือ ของ Goldern Flower ตัวที่เป็นป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย ควบคู่กับวิธีธรรมชาติ

cactus_care222.jpg
Goldern Flower ตัวที่เป็นป้องกันเชื้อรา และแบคทีเรีย มีขายตามร้านการเกษตรทั่วไป

วิธีใช้ 2 แบบคือ
1. ฉีดพ่นที่ต้นเมื่อพบเห็นอาการ โดยเว้นระยะ 2-3 วัน/ครั้ง จนกว่าอาการจะหาย
2. ในกรณีที่เป็นมาก หรือเปลี่ยนกระถางใหม่ แล้วพบเห็นอาการ ให้นำไปแช่น้ำที่ผสมยาแล้ว ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง แล้วนำมาตากแดดอ่อนๆ ทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน ให้แดดเป็นตัวช่วยฆ่าเชื้อ ในระหว่างที่ตากแดด ก็ฉีดพ่นยา 2-3 วัน/ครัั้ง จนเห็นว่าหายดีแล้ว จึงค่อยนำลงปลูกใหม่

cactus_care333.jpg

cactus_care444

การรักษาในลักษณะนี้อาจจะใช้ระยะเวลา และการดูแลเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ แต่ก็เป็นวิธีที่จะทำให้เราเลี่ยงการใช้เคมีได้ สิ่งสำคัญในการเลี้ยงต้นไม้ ก็คือ การหมั่นคอยตรวจตราดูแลต้นไม้ของเรา เป็นระยะ เพื่อให้เห็นปัญหาได้เร็วและสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus_care

ล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง : รีวิว วัสดุใช้ล่อราก (Gymnocalycium Variegata)


Review-create_new_root_01

     ในการ “ล่อราก” หรือ ชำหน่อยิมโนด่างนั้น จะค่อนข้างยาก กว่าการล่อรากยิมโนที่ไม่ด่าง และสายพันธุ์อื่น ด้วยความที่เขามีสีที่ด่าง หรือสีเขียวน้อย ทำให้การสังเคราะห์แสง เพื่อเจริญเติบโตจงค่อนข้างยาก บางคนถึงนิยมนำไป “กราฟ” เพราะจะช่วยทำให้ไม้โตไวขึ้น

โดยปกติ การล่อราก สามารถทำได้ทั้งแบบ ระบบเปิด และระบบปิด ซึ่งมีข้อดีเสียแตกต่างกันไป
การล่อรากในระบบปิด เสี่ยงต่อการเน่า หรือขึ้นรา การล่อรากแบบเปิด ก็เสี่ยงต่อการที่หน่อฝ่อ รากไม่ออก
—————

สิ่งสำคัญในการล่อรากแบบปิด โดยไม่ใช้ยาเร่งราก หรือยากันรา

• หน่อที่นำมาล่อราก หรือชำหน่อ แผลต้องแห้งสนิท ไม่ฉะนั้นอาจจะทำให้เกิดการเน่า
แนะนำให้นำหน่อไปตากแดดอ่อนๆ จะช่วยสมานแผล และฆ่าเชื้อโรคได้
• ภาชนะที่ใช้ หรือวัสดุที่ใช้ควรจะต้องมีความสะอาดเพื่อป้องกันการเกิดรา
• อุณหภูมิที่เหมาะสม อากาศควรถ่ายเทได้ดี แสงแดดที่พอเพียง เป็นช่วงแดดเช้า
หรือแดดร่ำไร ประมาณ 40% ห้ามวางในที่ที่อากาศร้อนอบอ้าว หรืออุณหภูมิสูง
• ไม่ควรเคลื่อนย้าย หรือเปิดดูบ่อยๆเพราะอุณหภูมิที่แตกต่างกันมากระหว่างภายในกับภายนอก
อาจจะมีผลกับต้น และการยกดูบ่อยๆ จะเป็นการรบกวน ทำให้รากออกช้า หรือไม่ออก
—————

ขั้นตอนการล่อราก หรือชำหน่อแบบปิด นั้นง่ายมาก

เพียงแค่ใส่วัสดุที่เราใช้ล่อราก 1/3 ของภาชนะที่เราใช้ล่อราก พรมน้ำให้ชุ่ม แล้ววางหน่อของเราไว้บนวัสดุล่อราก โดยไม่ต้องกดหรือฝังแค่วางไว้เฉย หลังจากนั้นก็ปิดฝาให้สนิท คำแนะนำ ภาชนะที่จะนำมาใช้ล่อรากควรเป็น ภาชนะที่รับแสงได้ดี ไม่ควรทึบ หรือแสงเข้าถึงยาก


วัสดุที่เรานำมารีวิวในการล่อราก หรือชำหน่อ ยิมโนด่าง มีดังนี้

•เม็ดดินเผา •เพอร์ไลต์จิ๋ว •ดินอคาดามะ •หินภูเขาไฟ ทีพีไอ •ดินปลูก #mini3garden

โดยมีการนำวัสดุมาผสมกันด้วย
ระยะเวลาที่ใช้คือ 25 วัน
ล่อราก หรือชำหน่อ แบบไม่ใช่ยาเร่งราก และยากันรา

**ปัจจัยที่อาจจะทำให้ได้ ผลผลลัพธ์แตกต่างคือ • สี ความด่าง มาก น้อย • ขนาด และความสมบูรณ์ ของหน่อ
การทดลองนี้ถือว่า 70% สามารถนำมาตัดสินใจใช้วัสดุ แต่ละประเภท และทดลองต่อไป

Review-create_new_root_02

Review-create_new_root_09

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้ ดินปลูก #mini3gardenReview-create_new_root_03

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • ดินอคาดามะ ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ Review-create_new_root_04

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • เพอร์ไลต์จิ๋วReview-create_new_root_05

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอReview-create_new_root_06

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • หินภูเขาไฟ ทีพีไอReview-create_new_root_07

สรุปผลการใช้วัสดุล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง แต่ละชนิด

Review-create_new_root_08

    —————————-

Review-create_new_root_10

หลังจากการล่อรากเสร็จแล้วก็คือ ขั้นตอนการในไปปลูกในดินปลูกแบบปกติต่อไป โดยไม่ต้องตัดแต่งราก หรือดึงวัสดุที่ติดอยู่กับรากออก เพราะรากที่ล่อ หรือชำนั้นค่อนข้างบอบบาง ไม่ควรมีการกระทบกระเทือนแบบรุนแรง เพราะอาจจะทำให้รากตายได้ จึงต้องควรเบามือ และใช้ความระมัดระวัง การปลูกก็ใช้ดินที่มีความชื้นอยู่ในตัว หลังจากปลูกเสร็จก็สเปรย์น้ำเล็กน้อย และวางไว้ในที่ๆ แดดร่ำไร ไม่ร้อน ให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว หลังจากผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ รากก็จะเดินดีแข็งแรง และถ้าหากสังเกตว่า ยอดเริ่มเดินแสดงว่า ระบบรากนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ค่อยนำไปเทรนแดด เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของแสง และเลี้ยงตามปกติได้เลย

Review-create_new_root_11

การรีวิวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการฟันธงว่า วัสดุใดดีกว่ากัน แต่เป็นการทดลองเพื่อให้เห็นผลลัพธ์
โดยจะต้องมีการทดลองซ้ำกันหลายครั้งเพื่อเก็บสถิติที่ดีที่สุด
แต่อยากจะให้เป็นไอเดียในการเลี้ยงหรือปลูกต้นไม้ ว่าเรานั้น สามารถทดลองเพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีสุด
“การเกษตร ก็คือการทดลอง บันทึก และนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อต่อยอดให้ดีขึ้นไปอีก”
อยากให้ทุกคนสนุกกับการเลี้ยงต้นไม้นะคะ 😄
—————————-
สามารถติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่

www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

 

Review-create_new_root_02

 

หินภูเขาไฟสีดำ หินลาวาดำ หินทรายสีดำ Black volcanic stone


black_volcanic.jpgใช้โรยหน้ากระถางประคองต้นแคคตัส (กระบองเพชร) หินเป็นลักษณะหินทรายเนื้อหยาบ มีความโปร่ง พรุนสูง แห้งไว้ ช่วยให้อากาศในดินถ่ายเทได้ดี ทำให้ดินในกระถางระบายความชื้นได้ง่าย และสีจะอ่อนลงเมื่อดินแห้ง ช่วยให้สังเกตความชื้นในดินก่อนรดน้ำได้ง่ายblack_volcanic_stone.jpg

ขนาดบรรจุ 800 กรัม / ถุง

** ราคาสินค้าไม่รวมค่าจัดส่ง

ราคา 40 บาท

( 4 ถุง 120 บ. ลดเหลือ 100 บาท)

สั่งซื้อผ่าน Facebook2156556

Linebutton

black_volcanic.jpg

 

 

ดินคานูมะ Kanuma Soil ดินญี่ปุ่นสีเหลือง


kanuma_soil3
คุณสมบัติของดินจะมีความคล้ายกับ ดินอคาดามะ แตกต่างกันเรื่องดิน คานูมะ จะมีน้ำหนักเบา อุ้มน้ำและระบายความชื้นเร็ว เม็ดจะมีลักษณะกลมๆ เรียบเนียน สีดินจะออกเป็นสีครีม อมเหลือง นิยมใช้โรยหน้ากระถาง แคคตัส กุหลาบหิน และไลทอป
• ดินมีสารอาหารในตัวเอง ช่วยบำรุงต้นไม้
• เนื้อดินไม่แข็งจนเกินไป ทำให้ไม่เบียดโคนไม้ ใส่ได้ตั้งแต่ไม้เล็กจนถึงไม้โต ทำให้โคนไม้สวย
• สีของดินทำให้เราสังเกตความชื้นของดินได้ง่าย สะดวกในการสังเกตการให้น้ำ หรือความชื้นในดิน
• ดินญี่ปุ่นนั้นมีความโปร่ง จึงช่วยระบายความอับชื้นในดินได้ดี
• ใช้เป็นส่วนผสมดินปลูก ผสมดินปลูกไลทอป หรือจะใช้ล่อรากแคคตัส กระบองเพชร

kanuma.jpg

ขนาดบรรจุ 400 กรัม / ถุง

** ราคาสินค้าไม่รวมค่าจัดส่ง

ราคา 60 บาท

สั่งซื้อผ่าน Facebook2156556Linebutton

 

kanuma_soil2.jpg

 

ชุดปลูกกระบองเพชร (แคคตัส) Cactus Plant Mini Set


mini_set_square2

ชุดปลูกแคคตัส Mini3garden Cactus Plant Mini Set
เอาใจคนปลูกน้อย ครบจบในชุดเดียว
1 ชุด สามารถใช้ปลูกแคคตัส
• กระถางขนาด 2 นิ้ว ได้ ประมาณ 8-10 กระถาง
• กระถาง ขนาด 3 นิ้ว ได้ ประมาณ 3-5 กระถาง
——-
ประกอบด้วย
– ดินผสมพร้อมปลูกแคคตัส | ดินสูตร #mini3garden 1 ถุง บรรจุ 500 กรัม
– หินโรยหน้ากระถาง | ดินอคาดามะ 1 ถุง บรรจุ 200 กรัม
– วัสดุรองก้นกระถาง | หินภูเขาไฟ เบอร์ 02 / 1 ถุง บรรจุ 100 กรัม
– ปุ๋ยแคคตัส เร่งดอก บำรุงต้น ราก | มาเต็ม ปุ๋ยมูลค้างคาว100% / 1 กลอ่ง บรรจุ 80 กรัม
– กระถางแคคตัส | กระถางสีขาวพลาสติกเนื้อหนา ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ

บรรจุ 5 อย่าง / ถุง

** ราคาเฉพาะสินค้านี้รวมค่าจัดส่ง

** ราคาจัดส่งนี้ต่อ 1 ชุดไม่สามารถรวมหรือเพิ่มสินค้าตัวอื่นได้
หากเพิ่มชุด หรือสินค้าอื่นๆ จะเป็นราคารวมน้ำหนักทั้งหมด #ชุดปลูกแคคตัส

ราคา 120 บาท

ชุดนี้จะรวมค่าจัดส่งพัสดุธรรมดา

((พัสดุธรรมดา จะไม่สามารถเช็คเลขแบบออนไลน์ได้
จะประหยัดค่าส่ง แต่อาจจะใช้เวลา 4-7 วันทำการในการจัดส่ง))

+++ ถ้าคุณลูกค้าต้องการ จัดส่งโดยเคอรี่ +++
กรุงเทพ ปริมณฑล เพิ่มเงิน 20 บาท
ต่างจังหวัด เพิ่มเงิน 40 บาท

—- เพิ่มหรือไม่เพิ่มได้ แจ้งไว้ในกรณีที่คุณลูกค้าไม่ต้องการรอนาน —-
สั่งซื้อผ่าน Facebook2156556Linebutton


วิธีและขั้นตอนการปลูก เปลี่ยนกระถาง
กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ

cactus_plant.jpg


ขั้นตอนการปลูกแคคตัส

1. วัสดุรองก้นกระถาง ใส่ประมาณ 1/3 ของกระถาง แนะนำเป็น : หินภูเขาไฟ ช่วยระบายน้ำได้ดี โปร่งลดการเกิดโรค
2. ดินปลูกแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำใส่จนเกือนเต็ม เว้นด้านบนสักประมาณ 1 ซม. เพื่อใส่เป็นหินประคองต้น
3. หินโรยหน้ากระถาง ใส่เพื่อประคองต้น ไม่ให้ล้ม หรือ ดินกระเด็นเวลารดน้ำ มีวัสดุให้เลือกใช้หลายแบบ

———-
ก่อน และ หลังปลูกแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ

• ควรตัดแต่งราก และทิ้งไว้ให้แผลแห้ง ก่อนปลูก >> ดูวิธีการตัดแต่งราก <<
• ลักษณะดินปลูก ควรมีความชื้นเล็กน้อย ถ้าหากดินแห้งให้สเปรย์น้ำใส่ดินปลูก ก่อนใช้งาน
• หลังจากปลูก งดให้น้ำ ประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้รากไม้ฟื้นตัว >>ดูการดูแลหลังจากปลูก<<

 

mini_set5-7

 

ปลูกแคคตัส เปลี่ยนกระถางแคคตัส ต้องทำยังไง ใส่อะไรบ้าง??


cactus_plant.jpg

——————-

ขั้นตอนการปลูกแคคตัส ปลูกกระบองเพชร หรือเปลี่ยนกระถาง

1. วัสดุรองก้นกระถาง

ใส่ประมาณ 1/3 ของกระถาง แนะนำเป็น : หินภูเขาไฟ ช่วยระบายน้ำได้ดี โปร่งลดการเกิดโรค

2. ดินปลูกแคคตัส

ใส่ดินตามความชอบ ว่าต้องการให้ดินอยู่ประมาณไหนของการถาง ถ้าต้องการให้พอดีกระถาง เว้นด้านบนสักประมาณ 1/2 – 1 ซม. เผื่อตอนรดน้ำแล้วดินจะยุบลงเล็กน้อย เพื่อใส่เป็นหินประคองต้น

3. หินโรยหน้ากระถาง

ใส่เพื่อประคองต้น ไม่ให้ล้ม หรือ ดินกระเด็นเวลารดน้ำ มีวัสดุให้เลือกใช้หลายแบบ

——————-

ก่อน และ หลังปลูกแคคตัส

• ควรตัดแต่งราก และทิ้งไว้ให้แผลแห้ง ก่อนปลูก
• ลักษณะดินปลูก ควรมีความชื้นเล็กน้อย ถ้าหากดินแห้งให้สเปรย์น้ำใส่ดินปลูก ก่อนใช้งาน
• หลังจากปลูก งดให้น้ำ ประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้รากไม้ฟื้นตัว


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus_plant

 

เพาะเมล็ดแคคตัส (กระบองเพชร)


cactus_seeding1-e1567516274744.jpg

การเพาะเมล็ดแคคตัสนั้น สามารถทำได้ 2 รูปแบบคือ ระบบเปิด และระบบปิด
แต่ที่นิยมคือ ระบบปิด เพราะง่ายต่อการดูแล ไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ และก็อัตราการรอดก็ค่อนข้างสูงกว่าระบบเปิด ที่อาจจะมีการฝ่อ หรือยุบตัวในกรณีที่ความชื้นไม่เพียงพอ หรืออาจจะโดนรบกวนจากแมลงหรือสัตว์ต่างๆ

แล้วการเพาะระบบปิด ควรจะต้องใช้อุปกรณ์ หรือวัสดุอะไรบ้าง ??
การเพาะเมล็ดแบบปิด ก็สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่ในแบบของ mini3garden จะเป็นแบบไม่ใช้ยากันรา และไม่ต้องมีกระถาง หรือวัสดุรองก้นกระถาง ใช้เพียงแค่

  • ดินเพาะเมล็ด โดยส่วนใหญ่นิยมใช้พีทมอส หรือแล้วแต่ละสูตรของแต่ละบุคคล
  • กล่องใสที่สามารถรับแสงได้ดี

และคำถามที่พบบ่อยคือ การเพาะเมล็ดจำเป็นจะต้องใช้ยากันเชื้อราไหม??

จริงๆ แล้วจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่การเพาะแบบ mini3garden ไม่ต้องใช้ยากันรา เพียงแค่

  • ต้องนำดินเพาะเมล็ด ตากแดดก่อนปลูกเพื่อเป็นการช่วยฆ่าเชื้อ
  • ล้างเมล็ดให้สะอาดพอ
  • ไม่เปิดดู บ่อยๆ เพราะการที่เปิดดูนั้น เมื่ออุณหภูมิจากภายนอกเข้าไป ถ้าอุณหภูมิมีความต่างกันมากระหว่างด้านในและนอกกล่องเพาะ อาจทำให้เกิดเชื้อราได้ ถ้าอยากเปิดดูแนะนำว่าให้เปิดในช่วงที่อุณหภูมิ ไม่ต่างกันมากกับอุณหภูมิในกล่อง เช่น เช้ามืด หรือ ช่วงค่ำๆ
  • ไม่ใช่ส่วนผสมอาจจะมีแบคทีเรีย การใช้พีทมอส จะไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องรา เพราะพีทมอสเป็นวัสดุปลูกที่สะอาด และเหมาะกับการเพาะกล้า เพาะเมล็ด
  • วางกล่องเพาะไว้ในที่ๆ อากาศถ่ายเท แสงแดดเหมาะสม

วิธีใช้งานชุดเพาะเมล็ด mini3garden

cactus_seeding2.jpg

  1. แกะดินเพาะออกจากถุง ใส่กล่องตามปริมาณที่ใส่ในถุง ต่อ 1 กล่อง แล้วปิดฝาและนำไปตากแดดทั้งกล่อง วิธีนี้จะเหมือนเป็นการใช้ความร้อนนึ่งดิน

cactus_seeding3.jpg

2. ตากไว้ในที่ที่แดดแรง แดดจัด เป็นเวลา 1-2 วัน กล่องจะมีไอน้ำเกาะ ให้เปิดฝาเอาไอน้ำที่เกาะออก เสร็จแล้วเปิดฝาทิ้งไว้นำดินก็เอามาผึ่งให้แห้ง ลดอุณหภูมิดินให้ปกติแล้ว นำไปเพาะเมล็ด


ขั้นตอนการเพาะเมล็ดแคคตัส

  1. เทน้ำสะอาดใส่ดินที่อยู่ในกล่อง ปริมาณน้ำให้ท่วมหน้าดิน ทิ้งไว้สัก 10 นาที ให้ดินเพาะได้ดูดน้ำจนชุ่ม และเช็คอีกครั้งว่าดินชื้นพอหรือยัง หากดินยังแห้งอยู่ให้สเปรย์น้ำเพิ่ม ดินไม่ควรมีน้ำขังแต่ควรมีความเปียกชุ่ม
  2. นำเมล็ดที่เตรียมไว้ วางบนผิวดิน หลังจากนั้นกดเมล็ดลงไปในดินเพาะเล็กน้อย
  3. ปิดฝาให้สนิทและนำไปวางไว้ในที่แสงแดด ประมาณ 30-40% หรือแดดรำไร

ข้อควรระวังและสังเกตในการเพาะเมล็ด

  • ความชื้นในกล่อง หากดินแห้งเกินไปให้สเปรย์น้ำเพิ่มความชื้น ควรรักษาความชื้นของดินให้เหมาะสมและต่อเนื่อง แต่ถ้าหากเรากะปริมาณน้ำให้พอดีตั้งแต่การเพาะ ไม่จำเป็นต้องเปิดฝาเติมน้ำอีกเลย
  • อย่านำกล่องที่เพาะเมล็ดแล้ววางในที่ๆ แสงแดดแรง อาจจะเกิดตะไคร่น้ำมากเกินไป หรืออาจแดดจะทำต้นอ่อนฝ่อ หรือสุกได้

cactus_seeding4
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 5 วัน

หลังจากเพาะเมล็ด ประมาณ 5-10 วัน ก็จะมีต้นอ่อนงอกออกจากเมล็ด อัตราการงอกจะมีปริมาณมากน้อย นั้นก็ขี้นอยู่กับความสมบูรณ์ของตัวเมล็ดเอง และการงอกช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ

cactus_seeding5.jpg
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 30 วัน

พอหลังจากต้นอ่อนค่อยแข็งแรงและเติบโตแล้วประมาณ เดือนที่ 4-5 ก็ค่อยเพิ่มๆ ความเข้มข้นของแสงแดด เพื่อเป็นการให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว

cactus_seeding6
หลังจากเพาะเมล็ดได้ 5 เดือน ต้นอ่อนเห็นเป็นรูปร่างชัดขึ้น

การเพาะเมล็ดแบบง่ายๆ by #mini3garden

เมล็ดที่ใช้เพาะในวีดีโอ เป็น Astrophytum (แอสโตรไฟตัม)

cactus_gymno_seedingสนใจสั่งชุดเพาะเมล็ดแคคตัสแบบปิด #mini3garden

  • กล่องขนาดใหญ่เพาะเมล็ดได้จำนวนเยอะ
  • กล่องสี่เหลี่ยมช่วยประหยัดพื้นที่ในการวาง
  • สามารถมองเห็นการเจริญเติบโตของเมล็ดข้างในกล่องง่าย
  • กล่องแข็งแรงทนทานไม่ยุบตัวง่าย สามารถล้างให้สะอาดและนำมาใช้ซ้ำได้อีกหลายครั้ง
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ยากันรา แค่ใช้วิธีการนำดินไปตากแดดก่อนเพาะ
    ดินเพาะเมล็ดของเราไม่มีส่วนผสมเคมีอันตรายหรือยากันรา เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้
    และวิธีป้องกันการเกิดเชื้อราแนะนำให้นำดินไปตากแดดก่อนใช้งาน


cactus_seeding7.jpg

ใน 1 ชุดเพาะเมล็ดของ #mini3garden ประกอบด้วย
• ดินเพาะเมล็ดแคคตัส ที่ผสมเสร็จพร้อมใช้
• กล่องเพาะ ขนาด15x15x6.5 ซม.
• ป้ายแท็ก

(** เป็นวัสดุอุปกรณ์ ไม่มี เมล็ดพันธุ์ **)
———

1 เซต มีจำนวน 3 ชุด

** ราคาสินค้าไม่รวมค่าจัดส่ง

ราคา 100 บาท

สั่งซื้อผ่าน Facebook

2156556

Linebutton


รีวิวจากคุณลูกค้า ที่ใช้ชุดเพาะเมล็ดของเราค่ะ ☺

CUSTOMER_REVIEW63

cactus_seeding1-e1567516274744.jpg

วิธีรักษา และอาการต้นเหี่ยว โคนยุบ ของแคคตัส (กระบองเพชร)

cactus-sick000

อาการต้นเหี่ยว โคนยุบตัว ของแคคตัส เกิดได้จากหลายสาเหตุ
แต่ที่สำคัญ คือ ระบบรากของต้นไม้เสียหาย ซึ่งระบบรากนั้น หากไม้ทำการรื้อกระถางก็จะไม่เห็นปัญหาว่า รากมีปัญหาจากอะไร

สาเหตุหลักที่ทำให้รากมีปัญหา มีดังนี้
– เกิดรา หรือเพลี้ยแป้ง กัดกินราก ซึ่งโรคเหล่านี้มักเกิดขึ้น ในช่วงที่อากาศมีความชื้นสูง หรือฤดูฝน
– การได้รับน้ำทีไม่เพียงพอเป็นเวลานาน จนทำให้รากแห้งและตาย
– ดินที่ใช้แข็งตัว หรือเสื่อมสภาพจนรากไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

วิธีการรักษารากนั้น มีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ เม็ดดินเผา หรือหินภูเขาไฟ ล่อราก และอีกวิธีคือ ใช้วิตามินบำรุง หรือยาล่อลากให้แตกออกมาใหม่และลงปลูก

วิธีที่อยากแนะนำ คือ ล่อรากโดยการใช้ เม็ดดินเผา ล่อราก และฟื้นฟูต้นที่ขาดน้ำเป็นเวลานานเพราะระบบรากเสีย วิธีนี้จะได้รากไม้ใหม่ที่แข็งแรง และต้นที่กลับมาอวบอิ่มเหมือนเดิม โดยระยะเวลาการรักษานั้น ขึ้นอยู่กับสภาพของราก และต้นว่ามีอาการรุนแรงขนาดไหน เพราะโดยปกติหากต้นไม่ยุบตัวมาก ก็ใช้เวลาราว 2 สัปดาห์ก็จะกลับมาปกติ และนำลงปลูกลงดินได้ตามเดิม


ขั้นตอนและวิธีการฟื้นฟู ต้นแคคตัน กระบองเพชร ด้วยเม็ดดินเผา  (Popper)
และหินภูเขาไฟ

cactus-sick3

นำต้นแคคตัส ออกจากดินเก่า ล้างรากให้สะอาด ทิ้งไว้สัก 2- 3 ชม.
หรือ 1 วันนำมาตัด เล็มรากฝอยรากแล้วนำไปผึ่งไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเท
เลี่ยงแดดจัด ทิ้งไว้เป็นเวลา 3 – 5 วัน เพื่อให้แผลที่รากแห้ง
ค่อยนำมาล่อราก


cactus-sick9

 

cactus-sick6

หลังจากผึ่งไว้จนแผลที่รากแห้งแล้ว นำมาใส่ในเม็ดดินเผา ที่มีหินภูเขาไฟผสมเล็กน้อย โดยนำภาชนะก้นปิด ไม่มีรู ใส่ลงไปให้สูงจนเต็มภาชนะ หลังจากนั้นใส่น้ำไว้ครึ่งหนึ่งของภาชนะ ควรเป็นภาชนะที่ใส เพื่อจะได้มองเห็นระดับน้ำ นำต้นไม้วางลงบนเม็ดดินเผาให้รากฝั่งลงไป และยกโคนต้นให้เหนือเม็ดดินเผา ความชื้นจะค่อยๆ ระเหย หมั่นค่อยเติมน้ำเมื่อแห้ง ระดับน้ำครึ่งหนึ่งของภาชนะเหมือนเดิม เลี่ยงการวางกลางแดด วางไว้ที่แดดอ่อนๆ หรือชายคาบ้าน 

 

cactus-sick7

ผ่านมาประมาณ 5 – 7 วัน รากอ่อนของไม้จะค่อยๆ งอกออกมา ช่วงนี้งดการดึง จับแรงๆ หรือยกขึ้นมาบ่อยๆ เพราะรากที่เกิดมายังไม่แข็งแรง อาจจะกระทบกระเทือนและเสียหายได้

cactus-sick8.jpg

ทิ้งไว้จนกว่าจะเห็นว่า ต้นที่เหี่ยว โคนต้นที่ยุบตัว กลับมาเต็งตึงเหมือนเดิม ค่อยนำมาปลูกลงดิน

cactus-sick5

สนใจสั่งซื้อ เม็ดดินเผา และหินภูเขาไฟ คลิกที่นี่

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับแคคตัสได้ที่
www.fb.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus-sick000