กระบองเพชร รากเสีย รากตาย แก้ได้ง่ายๆ ได้รากใหม่ ต้นกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม


บ่อยครั้งที่เรารับต้นใหม่เข้าบ้าน ทำให้เราไม่รู้ประวัติของต้นก่อนจะมาถึงเรา และไม่ทราบสาเหตุ ที่ทำให้เรานำไม้มาปลูกแล้วเกิดปัญหา ต้นไม่โต รากไม่เดิน หรือแย่สุดคือ รากเน่าจนกินเข้ามาจนถึงแกนต้น และเน่าลามจนเกิดเยี่ยวยา

แต่ข้อสันนิษฐาน คือ ให้สังเกตไม้ก่อนนำเข้าบ้านว่า มีลักษณะสมบูรณ์หรือไม่ รากยังขาวแข็งแรงไม่เหี่ยวแห้ง ต้นไม่มีอาการนิ่ม หรือฝ่อบริเวณโคน เพราะอาการเหล่านี้ สามารถบ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมหรือการเลี้ยงก่อนหน้านี้ได้ว่า อาจจะได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรือ ถ้าเป็นไม้ที่ถอดรากมา จะไม่เห็นสภาพของดินเดิม ก็อาจจะทำให้ยากต่อการประเมิน อาจจะต้องใช้วิธีทดลองปลูกก่อน และถ้าในระยะเวลา

หลังจากปลูก ราว 2 สัปดาห์แล้ว ต้นยังไม่มีการฟื้นตัวใดๆ ยอดไม่เดิน และเมื่อรื้อรากมาดู รากก็ไม่เดินหรือ งอกใหม่ อาจจะตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่า รากเก่านั้นอาจจะมีปัญหา ไม่ว่าจากการขาดน้ำมานาน หรือโดนโรค และแมลงรบกวน

วิธีแก้แบบที่จะสามารถลดอัตราการตายหรือสูญเสียได้ อีก 1 วิธี คือ การตัดรากเดิมทิ้งทั้งหมดและกระตุ้นให้เขาสร้างรากใหม่ขึ้นมาทดแทน
ซึ่งในการเปลี่ยนกระถางเราจะนิยมตัดแต่งรากกันอยู่แล้ว แต่จะต่างกับในลักษณะนี้ เพราะจะเป็นการตัดจนกุดและเลี้ยงรากใหม่แทน

Re-cacutus-root333

วัสดุ / อุปกรณ์ที่ใช้

– เม็ดดินเผา ( Popper)
– กระถาง
– ถาดหล่อน้ำ
วัสดุเสริม ที่อาจจะใส่เพิ่ม แต่ถ้าหากไม่มีก็ไม่เป็นไร
เช่น – วิตามินบำรุงแบบผสมไปกับน้ำ – ปุ๋ยอินทรีย์บำรุง
ที่ร้านจะไม่ใช้เคมี เลยจะใช้เป็นก้อนฟอสเฟตที่เกิดจากการตกผลึกของมูลค้างคาวในถ้ำจนจับตัวเป็นก้อน ซึ่งจะมีแร่ธาตุ และสารอาหารอยู่ในตัวเยอะ ช่วยกระตุ้นการเกิดรากใหม่ได้ดี

ขั้นตอนการทำ

1. ตัดรากจนถึงโคนต้น และให้มั่นใจว่า ต้นยังไม่ได้มีอาการเน่า เพราะถ้าหากมีอาการเน่า และลามถึงต้นแล้วนั้น จะไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้

2. วางทิ้งไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท อาจจะมีแสงแดดอ่อนๆ ส่องในช่วงเช้าๆ เพื่อเป็นตัวช่วยให้เแผลที่ตัดแห้งเร็ว และจะช่วยฆ่าเชื้อด้วยไปในตัว สัก 4- 7 วัน ทั้งนี้ระยะนั้นขึ้นอยู่กับสถานที่และสภาพแวดล้อมที่วาง

3. หลังจากแน่ใจแล้วว่าแผลแห้งสนิท ให้นำเม็ดดินเผาใส่กระถาง และอาจจะมีวัสดุเสริมที่เป็นตัวบำรุงเพิ่มผสม นำต้นวางไว้ด้านบน แล้วนำต้นวางลงบนเม็ดดินเผา

4. ใส่น้ำหล่อสักประมาณ 1 ซม. จากก้นกระถาง วางไว้ในที่ๆ มีแสงร่ำไร ชายคาบ้าน หรือแดดเช้า ห้ามนำไปตากแดดโดยตรง

5. ค่อยหมั่นเติมน้ำเมื่อน้ำแห้งอยู่เสมอ

Re-cacutus-root.222jpg

คำถามที่พบบ่อย

• นานไหมกว่ารากจะงอกออกมาใหม่???

จากการทดลองกับหลายสายพันธุ์และหลายชนิด พบว่า ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ด้วย บางสายพันธุ์ อาจจะใช้เวลา เพียง 1 สัปดาห์ บางสายพันธุ์อาจจะใช้ระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ และอีกปัจจัยคือ สภาพแวดล้อมที่ใช้วางนั้นเอื้อต่อการสร้างรากใหม่หรือไม่ รวมทั้งความแข็งแรงของต้น หากต้นมียังมีพลังงานสะสมไว้ในตัวเองเยอะ ก็ยิ่งจะทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว และทำให้รากงอกเร็วขึ้นด้วย

• หลังจากที่มีราก นานไหมกว่าจะนำมาลงปลูกใหม่???

ให้สังเกตและดูความสมบูรณ์ของรากเป็นหลัก ควรมีความยาวอย่างน้อย 1.5 -2 ซม. และมีรากแก้วที่แข็งแรงแล้ว ถึงจะนำมาปลูกลงดินได้

• แล้วปลูกเหมือนการปลุกทั่วไปเลยไหม ???

วิธีการปลูกเหมือนกับต้นไม้ทั่วไป แตกต่างตรงที่หลังปลูกให้รดน้ำพอชุ่มๆ ทันที เพื่อรักษาความชื้นให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิมที่เคยอยู่ตอนที่ล่อราก และก็ให้รดน้ำครั้งต่อไปเมื่อดินแห้งตามที่เลี้ยงปกติ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับผู้ที่ประสบปัญหา การลงปลูกแล้วรากไม่เดิน หรือ รากตาย จากการขาดน้ำมานาน หรือโรค แมลงรบกวน

ล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง : รีวิว วัสดุใช้ล่อราก (Gymnocalycium Variegata)


Review-create_new_root_01

     ในการ “ล่อราก” หรือ ชำหน่อยิมโนด่างนั้น จะค่อนข้างยาก กว่าการล่อรากยิมโนที่ไม่ด่าง และสายพันธุ์อื่น ด้วยความที่เขามีสีที่ด่าง หรือสีเขียวน้อย ทำให้การสังเคราะห์แสง เพื่อเจริญเติบโตจงค่อนข้างยาก บางคนถึงนิยมนำไป “กราฟ” เพราะจะช่วยทำให้ไม้โตไวขึ้น

โดยปกติ การล่อราก สามารถทำได้ทั้งแบบ ระบบเปิด และระบบปิด ซึ่งมีข้อดีเสียแตกต่างกันไป การล่อรากในระบบปิด เสี่ยงต่อการเน่า หรือขึ้นรา การล่อรากแบบเปิด ก็เสี่ยงต่อการที่หน่อฝ่อ รากไม่ออก

สิ่งสำคัญในการล่อรากแบบปิด โดยไม่ใช้ยาเร่งราก หรือยากันรา

• หน่อที่นำมาล่อราก หรือชำหน่อ แผลต้องแห้งสนิท ไม่ฉะนั้นอาจจะทำให้เกิดการเน่า แนะนำให้นำหน่อไปตากแดดอ่อนๆ จะช่วยสมานแผล และฆ่าเชื้อโรคได้

• ภาชนะที่ใช้ หรือวัสดุที่ใช้ควรจะต้องมีความสะอาดเพื่อป้องกันการเกิดรา

• อุณหภูมิที่เหมาะสม อากาศควรถ่ายเทได้ดี แสงแดดที่พอเพียง เป็นช่วงแดดเช้า หรือแดดร่ำไร ประมาณ 40% ห้ามวางในที่ที่อากาศร้อนอบอ้าว หรืออุณหภูมิสูง

• ไม่ควรเคลื่อนย้าย หรือเปิดดูบ่อยๆเพราะอุณหภูมิที่แตกต่างกันมากระหว่างภายในกับภายนอก
อาจจะมีผลกับต้น และการยกดูบ่อยๆ จะเป็นการรบกวน ทำให้รากออกช้า หรือไม่ออก

ขั้นตอนการล่อราก หรือชำหน่อแบบปิด นั้นง่ายมาก
เพียงแค่ใส่วัสดุที่เราใช้ล่อราก 1/3 ของภาชนะที่เราใช้ล่อราก พรมน้ำให้ชุ่ม แล้ววางหน่อของเราไว้บนวัสดุล่อราก โดยไม่ต้องกดหรือฝังแค่วางไว้เฉย หลังจากนั้นก็ปิดฝาให้สนิท คำแนะนำ ภาชนะที่จะนำมาใช้ล่อรากควรเป็น ภาชนะที่รับแสงได้ดี ไม่ควรทึบ หรือแสงเข้าถึงยาก

วัสดุที่เรานำมารีวิวในการล่อราก หรือชำหน่อ ยิมโนด่าง มีดังนี้
•เม็ดดินเผา •เพอร์ไลต์จิ๋ว •ดินอคาดามะ •หินภูเขาไฟ ทีพีไอ •ดินปลูก #mini3garden
โดยมีการนำวัสดุมาผสมกันด้วย
ระยะเวลาที่ใช้คือ 25 วัน
ล่อราก หรือชำหน่อ แบบไม่ใช่ยาเร่งราก และยากันรา


**ปัจจัยที่อาจจะทำให้ได้ ผลผลลัพธ์แตกต่างคือ • สี ความด่าง มาก น้อย • ขนาด และความสมบูรณ์ ของหน่อ
การทดลองนี้ถือว่า 70% สามารถนำมาตัดสินใจใช้วัสดุ แต่ละประเภท และทดลองต่อไป

Review-create_new_root_02

Review-create_new_root_03

-ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้ ดินปลูก #mini3garden

Review-create_new_root_04

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • ดินอคาดามะ ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ 

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ •เพอร์ไลท์จิ๋ว

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ

ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ


สรุปผลการใช้วัสดุล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง แต่ละชนิด

หลังจากการล่อรากเสร็จแล้วก็คือ ขั้นตอนการในไปปลูกในดินปลูกแบบปกติต่อไป โดยไม่ต้องตัดแต่งราก หรือดึงวัสดุที่ติดอยู่กับรากออก เพราะรากที่ล่อ หรือชำนั้นค่อนข้างบอบบาง ไม่ควรมีการกระทบกระเทือนแบบรุนแรง เพราะอาจจะทำให้รากตายได้ จึงต้องควรเบามือ และใช้ความระมัดระวัง ดินปลูกที่ใช้ควรเป็นดินที่มีความชื้นอยู่ในตัว ไม่แห้ง

หลังจากปลูกเสร็จก็สเปรย์น้ำเล็กน้อย และวางไว้ในที่ๆ แดดร่ำไร ไม่ร้อน ให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว หลังจากผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ รากก็จะเดินดีแข็งแรง และถ้าหากสังเกตว่า ยอดเริ่มเดินแสดงว่า ระบบรากนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ค่อยนำไปเทรนแดด เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของแสง และเลี้ยงตามปกติได้เลย

การรีวิวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการฟันธงว่า วัสดุใดดีกว่ากัน แต่เป็นการทดลองเพื่อให้เห็นผลลัพธ์
โดยจะต้องมีการทดลองซ้ำกันหลายครั้งเพื่อเก็บสถิติที่ดีที่สุด


แต่อยากจะให้เป็นไอเดียในการเลี้ยงหรือปลูกต้นไม้ ว่าเรานั้น สามารถทดลองเพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีสุด
“การเกษตร ก็คือการทดลอง บันทึก และนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อต่อยอดให้ดีขึ้นไปอีก”