ผสมเกสร แมมมิลลาเรีย (Mammillaria) ง่ายๆ ด้วย ปลายพู่กัน


วิธีผสมเกสร สกุลแมมมิลลาเรีย ให้มีฝักเพื่อจะนำเมล็ดไปเพาะนั้น สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น แหนบ ไม้จิ้มฝัน หรือ พู่กัน แล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล ด้วยดอกที่มีขนาดเล็ก ส่วนมากเลยจะนิยมใช้เป็นพู่กันปลายเล็กๆ เพื่อง่ายต่อการเก็บละอองเกสร

ลักษณะของเกสรก็จะมีทั้งเกสรตัวผู้ และเมียอยู่ในดอกเดียวกัน วิธีผสมโดยการนำเกสรตัวผู้ของดอกต้นหนึ่ง ไปใส่เกสรตัวเมียของอีกต้น

ช่วงเวลาที่ดีในการผสมเกสร จะอยู่ในช่วงบ่ายที่ดอกบานเต็มที่ และอีกข้อที่ควรสังเกตคือ หากดอกบานหลายวันแล้ว ละอองเรณูเกสรอาจจะน้อยหรือแทบไม่มี อาจจะทำให้ไม่สามารถผสมเกสรได้ ฉะนั้นหากเห็นดอกบานในช่วงวันแรกๆ ควรจะรีบผสมเกสร

และการผสมเกสรนั้นควรจะผสมข้ามต้น เพื่อที่จะมีโอกาสติดดอกสูงกว่า ไม่ควรเป็นต้นเดียวกัน หรือเป็นหน่อที่แยกมาจากปลูกจากต้นเดียวกัน

แมมมิลลาเรียน้้นสามารถผสมข้ามสายพันธุ์ที่เป็น สกุลแมมมิลลาเรียได้อีกด้วย จึงทำให้เกิดแมมฯ ที่เป็นลูกผสม หรือไฮปริดขึ้นมากมาย

——————————————-
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำได้ที่
www.Facebook.com/cactusway


 🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ ไม้โขด ไม้ฟอกอากาศ

บทความเกี่ยวกับ Cactus กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ

บทความอื่นๆ

เพิ่งจะลงปลูกใหม่ รากก็เดิน ทำไม…กระบองเพชร (แคคตัส) โคนต้นยุบ ไม่โตขึ้น


pot_not_support.jpg

หลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมต้นเพิ่งลงปลูก แต่กลับโคนยุบตัว หรือไม้นิ่ง ไม่โต สาเหตุที่เกิดมีได้หลายปัจจัย แต่อีกปัจจัยที่เล็กน้อย และเราอาจจะมองข้ามไปก็คือ การเลือกกระถางให้เหมาะกับต้น สภาพอากาศ สายพันธุ์ และการให้น้ำ

กระบองเพชร (แคคตัส) นั้นมีหลายหลายสายพันธุ์ และแต่ละสายพันธุ์ ก็ต้องการความชื้นที่แตกต่างกัน อย่างเช่น แอสโตร ยิมโน เมโล เป็นสายพันธุ์ที่ชอบน้ำมากกว่า สายพันธุ์อื่นๆ สภาพอากาศที่เลี้ยงแต่ละคนก็แตกต่าง ชนิดไม้ที่ปลูกก็มีความหลากหลาย การให้น้ำในกรณีที่ปลูกรวมกัน และจำนวนเยอะ อาจจะไม่สามารถรดน้ำตามประเภทของไม้ได้ จึงต้องให้น้ำรวมพร้อมกันทีเดียว

ฉะนั้น เมื่อไม้ได้รับน้ำเท่ากัน แต่ความแตกต่างที่ต้องการน้ำต่างกัน อาจจะทำให้บางต้นได้น้ำเยอะมากไป หรือบางต้นขาดน้ำ วิธีการที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือ การเลือกกระถางให้เหมาะสม ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปลูก ขนาด ความลึก ประเภทของวัสดุ ล้วนมีปัจจัยรวมกันทั้งหมด

pot_not_support-2

อย่าง แอสโตรต้นนี้ กระถางที่เลือกใช้ตื้นเกินไป เมื่อใส่หินรองแล้ว พื้นที่ที่ใส่ดินก็น้อยลงไปอีก เมื่อนำไปเลี้ยงในที่แดดจัด ลมแรง ดินแห้งไว้ ทำให้ความชื้นระเหยเร็วเกินไป ต้นจึงได้รับความชื้นไม่เพียงพอ

pot_not_support-6

pot_not_support-5

ไม้ที่ชอบน้ำ อาจจะใช้กระถางที่มีก้นลึก เพื่อทำให้เก็บความชื้นได้มากขึ้น ส่วนต้นที่ชอบน้ำน้อย ก็จะเลือกเป็นประเภทปากกว้าง แต่ก้นแคบ เพื่อที่จะได้ระบายความชื้นได้ดีขึ้น ซึ่งในตอนนี้มีกระถางที่ผลิตโดยผู้ปลูกกระบองเพชรอยู่หลายเจ้า ที่นำประสบการณ์มาพัฒนาการผลิตกระถางให้เหมาะกับต้น และลักษณะการปลูก

pot_not_support-4

อีกวิธีที่ช่วยให้ไม้ที่ต้องการน้ำไม่ขาดน้ำมากเกินไปคือ การใช้วัสดุรองก้นที่จะเก็บความชื้นได้มากกว่าหินภูเขาไฟ เช่น กาบมะพร้าว แต่การใช้กาบมะพร้าว ก็มีทั้งข้อดีและเสีย มากกว่าหินภูเขาไฟ ข้อดีคือ กาบมะพร้าว ราคาถูก เก็บความชื้นได้ดี ข้อเสีย คือ ถ้าบริเวณที่ปลูกไม่ได้มีอากาศถ่ายเทได้ดี ชั่วโมงแดดที่ได้รับน้อย ก็อาจจะทำให้เกิดความชื้นสะสมมากจนเป็นรา หรือทำให้รากเน่า

ส่วนอีกสาเหตุที่จะพบบ่อย ที่ทำให้หลังปลูกต้นนิ่ง โคนยุบก็คือ ในกรณีที่ปลูกมานาน รากเก่า รากเสื่อม และไม่ได้ทำการตัดแต่งรากก่อนปลูก ทำให้รากตาย ปลายรากที่ทำหน้าที่ไม่สามารถดึงความชื้นไปใช้ได้ ต้นเลยขาดน้ำ

เรื่องเหล่านี้เป็นรายละเอียดเล็กน้อยในการปลูกกระบองเพชรให้สวยงาม ไม่ตาย และเติบโตได้ดี ซึ่งในการเลี้ยงแต่ละคนก็มีข้อจำกัด และปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน ฉะนั้นเราต้องคอยสังเกต และปรับเปลี่ยนการเลี้ยงดูให้เหมาะกับพื้นที่ และไลฟ์สไตล์ของเราให้ได้มากที่สุด

—————————-
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ

** ราคาสินค้าค้ายังไม่รวมค่าจัดส่ง ( ยกเว้นในบางรายการที่เป็น การจัดชุดพร้อมรวมค่าส่ง จะมีการระบุแจ้งไว้ )Cactus_best_seller100
all_productall_product2all_product3.jpgall_product13.jpgall_product22.jpgall_product32all_product33all_product35
all_product34all_product14all_product17all_product18more_button

pot_not_support.jpg

เลี้ยงไลทอป (LITHOPS) ยังไง.?? ให้รอด.. ไม่ตายง่าย


how-to-lithops-care-1.jpg

มีหลายคนถึงขนาดกับถอดใจ ในการเลี้ยงเจ้า ไลทอป เพราะด้วยความอ่อนไหวของต้นที่ทำให้กลับดาวได้ง่าย แต่ถ้าหากเราเข้าใจธรรมชาติ และการดูแลของเขา จริงๆ แล้วไลทอป ก็เลี้ยงไม่ได้ยากอย่างที่คิด
สิ่งสำคัญในการเลี้ยงก็คือ การทำสภาพแวดล้อมที่เลี้ยงให้เหมาะกับเขา เหมือนกับการเลี้ยงไม้อวบน้ำอื่นๆ  ที่มีปัจจัยหลัก 3 อย่าง คือ แสง น้ำ ดินหรือวัสดุปลูก โดยทั้ง 3 ปัจจัยนั้น ต้องมีความสมดุลพอเหมาะพอดี

how-to-lithops-care-2.jpg

แสงแดด

ไลทอป ต้องการชั่วโมงแดดต่อเนื่องอย่างน้อย 4-8 ชม. หากได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ สิ่งที่ตามคือ ลักษณะต้นที่จะเสียฟอร์ม ยืดยาว ไม่กลมมนกระชับ และควรเป็นแดดที่มีความเข้มข้น 60-80 % หากที่ๆ วางนั้นมีแดดแรงมาก อาจจะต้องใช้สแลนกางเพื่อช่วยในการพรางแสง เพราะถ้าหากแดดที่ได้รับแรงเกินไปต้นก็อาจจะไหม้ หรือสุกแดดได้ และถ้าหากแสงแดดน้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้ดินเก็บความชื้นไว้นานเกิน จนทำให้เกิดการโคนเน่าได้ อุณหภูมิในที่ๆ วางก็ไม่ควรสูง หรืออบมาก มีลมพัดผ่านอากาศถ่ายเทได้สะดวก

how-to-lithops-care-3.jpgน้ำ

การได้รับน้ำที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพราะถ้าได้รับน้ำไม่เพียงพอ รากอาจจะตายและเสีย ทำให้ต้นเหี่ยวย่น แต่ถ้าน้ำมากเกินไป ต้นก็อาจจะปริแตกได้ง่าย ฉะนั้นการให้น้ำจึงค่อนข้างสำคัญ
โดยวิธีให้ก็สามารถรดได้เหมือนกับต้นไม้ทั้่วไป รดจนน้ำไหลออกก้นกระถาง และในรดน้ำครั้งต่อไป จะรดเมื่อดินแห้งไม่มีความชื้นแล้ว หรือต้นแสดงอาการว่าต้องการน้ำ โดยสังเกตุได้จากรอยย่นบางๆ ที่ลำต้น หากไม่ใช่ช่วงผลัดใบ หลังจากให้น้ำแล้ว รอยย่นนั้นก็จะตึงขึ้นและหายไป

how-to-lithops-care-4.jpgดิน หรือวัสดุปลูก

โดยตามธรรมชาติ ตัวต้นไลทอป นั้นจะฝั่งตัวเองลงไปในหิน และบริเวณอยู่ก็จะเป็นดินหินทราย แห้งๆ ร่วนๆ ด้วยลักษณะรากที่เป็นฝอยขนาดเล็ก ลักษณะดินจึงควรจะต้องร่วนซุย และไม่จับตัวแน่น แห้งง่าย ไม่เก็บความชื้นเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการเน่าได้ง่าย
ดินไลทอป หรือวัสดุนิยมนำมาผสม ใช้ปลูกก็มีหลากหลาย โดยที่นิยมใช้ก็จะเป็น พีทมอส เพอร์ไลต์ หินภูเขาไฟ ดินอคาดามะ ดินคานูมะ ซึ่งก็จะมีสูตรแตกต่างกันไป แต่สำคัญคือจะต้องผสมให้โปร่ง ไม่เก็บน้ำจนชุ่ม เก็บความชื้นพอเหมาะ
อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องคำนึงถึงก็คือ หินโรยหน้ากระถาง หรือหินโรยประคองต้น ต้องไม่เก็บความชื้นมากเกินไป และควรเป็นวัสดุที่ช่วยให้ความชื้นในดินระเหยได้เร็ว ที่นิยมใช้ หินกรวด ดินญี่ปุ่น หินภูเขาไฟ และในการโรยไม่ควรโรยหนา หรือแน่นไป เพราะเมื่อเกิดความชื้นสะสมมาก เมื่อมาบวกกับแสงแดดและอุณหภูมิที่สูง จะทำให้โคนต้นเน่าได้

เมื่อปัจจัยหลักในการเลี้ยงสามารถทำได้พอเหมาะ หรือใกล้เคียงกับธรรมชาติของเขาแล้ว การเลี้ยงดูระยะยาวก็จะเป็นเรื่องง่าย อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “การปลูก”

how-to-lithops-care-5.jpg

สิ่งที่ควรจะต้องทำ และคำถึงในการปลูกไลทอปมีอะไรบ้าง??

1 . กระถางปลูก  ควรเลือกขนาดให้เหมาะสม ไม่ใหญ่ หรือเหลือพื้นที่มากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความชื้นสะสมในดินมาก และวัสดุของกระถางหากเลือกใช้เป็น พลาสติก หรือดินเผา ก็จะช่วยลดเรื่องการเก็บกักความชื้นที่เกินพอดีได้
2. ลักษณะการปลูก ด้วยไลทอป เป็นไม้ขนาดเล็ก จึงมักจะนิยมปลูกรวมๆ กันหลายต้นในกระถางเดียว แต่การปลูกรวมกันสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ ขนาดของต้น ไม่ควรนำต้นเล็กหรือใหญ่ต่างกันมากปลูกในกระถางเดียวกัน เพราะถ้าหากเว้นที่ไม่เหมาะสม หรืออยู่ติดกันมาก ต้นเล็กมักจะถูกแย่งน้ำและอาหารได้
3. วัสดุโรยหน้ากระถาง ที่เลือกใช้มีส่วนช่วยในเรื่องความชื้น เช่น จำพวกดินญี่ปุ่น หรือหินภูเขาไฟ หากใช้เป็นวัสดุเหล่านี้ในการโรยหน้ากระถาง ก็จะช่วยเรื่องการระบายความชื้นได้ดี และยังช่วยให้สังเกตเห็นความชื้นในดินได้ง่ายขึ้น จากสีที่เข้มทำให้รู้ว่าดินยังมีความชื้นอยู่
4. การตัดแต่งรากก่อนปลูก เป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะต้องทำก่อนนำต้นลงปลูก เพราะรากไลทอปเมื่อถูกดึงหรือ ถอนออกมาแล้วนั้น จะเสื่อมสภาพและตาย หากเราไม่ตัดแต่งก่อนปลูก จะทำให้ต้นไม่สามารถดูดซึมความชื้นไปใช้ได้ ดินจะชื้นและทำให้เกิดการเน่าโคนต้นได้ หรือถ้ารากไม่สามารถทำงานได้ ต้นที่ปลูกใหม่ก็จะย่นยุบจนตาย และรากที่ตายน้ั้น เกิดการเน่าในดิน ทำให้เกิดเชื้อราในดินได้ การตัดแต่งรากนั้น จะทำให้ต้นกระตุ้นการเกิดรากใหม่ ช่วยให้ฟื้นตัวหลังการเปลี่ยนกระถางได้เร็วขึ้น
5. การปรับแดดหลังปลูก หลังจากปลูกควรพักให้ต้นฟื้นตัวในแดดร่ำไร หรือสัก 40-50% พอสังเกตว่ารากเริ่มเดิน ต้นตึงปกติ ค่อยปรับแดดตามสภาพการเลี้ยงปกติ
6. ไลทอปค่อนข้างไวต่อสารเคมีและยา หากหลีกเลี่ยงได้ ควรใช้เป็นพวกชีวภัณฑ์แทน หรือถ้าจำเป็นต้องใช้ยา ควรผสมให้อ่อนหรือเจือจางลง
7. ปุ๋ย หรืออาหารบำรุง โดยส่วนมากจะนิยมใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ และไม่ควรให้บ่อย หรือเยอะไป เพราะจะทำให้ต้นโตแบบผิดฟอร์ม หรือสีสันจะออกเขียว มากกว่าสีสันที่เป็นลักษณะของต้น เพราะได้รับไนโตรเจนสูงมากไป

วิธีเลี้ยงและดูแลโดยหลักๆ คือ การเริ่มต้นที่ดี หากปัจจัยทุกอย่างพอดีเหมาะสม
เจ้าไลทอปก็ไม่ตายง่าย และทนทาน เจริญเติบโตได้ดี

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ
ได้ที่ www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product32all_product33all_product35all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18more_button

how-to-lithops-care-1

อยากทำโรงเรือน กระบองเพชร (แคคตัส) ต้องเริ่มอย่างไร แบบโรงเรือนแบบไหนดี ??

cactus_glass_house.jpgหลายคนพอเริ่มปลูก เจ้ากระบองเพชร หรือ แคคตัส (Cactus) ไม้จำพวกสกุลไม้อวบน้ำ ไว้จำนวนมาก ก็เริ่มอยากมองหา “โรงเรือน” เพื่อเก็บและดูแลรักษาไม้ให้ดีขึ้น ซึ่ง โรงเรือนกระบองเพชร นั้น ก็มีหลากหลายรูปแบบ และใช้ได้หลากหลายวัสดุ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ งบประมาณที่ใช้ในการทำ

โรงเรือนขนาดเล็กแบบเคลื่อนย้ายได้ หรือจะเป็นโรงเรือนชั่วคราว โรงเรือนถาวร โรงเรือนสำเร็จรูป ล้วนแต่ต้องมีปัจจัยในการทำ ซึ่งปัจจัยนั้นก็ขึ้นอยู่แต่ละเป้าหมายและลักษณะการเลี้ยงของแต่ละบุคคล ว่า เลี้ยงเพื่อสวยงาม หรือเลี้ยงเพื่อต้องการจำหน่าย

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อต้องการทำโรงเรือนมีอะไรบ้าง ?? 

  • งบประมาณ วัสดุที่เลือกใช้นั้น ย่อมตามมาด้วยงบประมาณ
  • สถานที่ตั้ง รูปแบบ ความเหมาะสม ขนาดที่จะทำให้เหมาะกับพื้นที่
  • ทิศทางของ สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยกับการเจริญเติบโต แสงแดดที่ได้รับเพียงพอ อากาศที่ถ่ายเทเพื่อป้องกันการเกิดโรค
  • สายพันธุ์ที่เลี้ยง รูปแบบการเลี้ยง การดูแลของแต่ละคน ซึ่งมีผลต่อการดูแล

รูปแบบโรงเรือน โดยที่นิยมทำคือ แบบเปิด และแบบปิด

ซึ่งถ้าหากเป็นลักษณะโรงเรือนเปิด ก็มีทั้งเปิดข้าง 100% หรือ ลดทอนตามความชอบผู้สร้าง หรือสภาพแวดล้อม ซึ่งการจะเลือกทำโรงเรือนแบบเปิด หรือปิดนั้น ให้ดูสภาพแวดล้อมที่ตั้งของโรงเรือน และลักษณะการเลี้ยง หรือประเภทไม้ที่เลี้ยง

วัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นโครงสร้าง ก็มีหลากหลายแบบขึ้นอยู่ว่า เราจะทำแบบชั่วคราว หรือถาวร มีทั้งเหล็ก ไม้ และเป็นท่อพีวีซี หรือท่อเหล็ก ที่เป็นแบบต่อเชื่อมกัน

วัสดุที่ใช้เป็นหลังคา หรือมุงผนังโรงเรือน

มีหลากหลายแบบ ความคงทนก็ขึ้นอยู่กับวัสดุ ที่เลือกใช้
ผ้าใบพลาสติก ราคาไม่สูงมาก ติดตั้งง่าย สามารถทำได้ด้วยตัวเอง รื้อถอน ปรับเปลี่ยนง่าย แต่อายุการใช้งานก็จะสั้น ต้องคอยเปลี่ยนเมื่อขาดและชำรุด ไม่ทนต่อแรงลม
แผ่นเมทัลชีทใส ต้องใช้ความชำนาญในการปู ลักษณะเป็นลอน ช่วยบังคับทิศทางน้ำได้ดี ทนทานอายุการใช้งานนาน ใช้ไปนานๆ จะมีสีขุ่นขึ้น เหมาะกับโรงเรือนประเภทถาวร
แผ่นโพลีเอสเตอร์ใส ต้องใช้ความชำนาญในการปู ลักษณะเป็นแผ่นเรียบ มีทั้งแบบเป็นลอนลูกฟูกและแบบตัน ราคาค่อนข้างสูง ใช้ไปนานๆ จะมีสีขุ่นขึ้น เหมาะกับโรงเรือนประเภทถาวร ทนทานอายุการใช้งานนาน
แผ่นอะคริลิคใส ต้องใช้ความชำนาญในการปู ลักษณะเป็นแผ่นเรียบ เหมาะกับโรงเรือนถาวร ทนทาน ไม่ขุ่นมั่วเมื่อใช้งานนาน แข็งแรง แต่ราคาสูง
แผ่นกระจก ต้องใช้ความชำนาญในการปู ลักษณะเป็นแผ่นเรียบ เหมาะกับโรงเรือนถาวร ทนทาน ไม่ขุ่นมั่วเมื่อใช้งานนาน แต่ราคาสูง

แล้วรูปแบบโรงเรือนแคคตัส มีแบบไหนบ้าง??

3df66cfa757ae2f2d25b3f9f83ec9eaf
โครงสร้างทำจากไม้ เป็นลักษณะ ลอยตัว มุงด้วยแผ่นพลาสติก

5ad97d9ca755960c8059b2eadec3de8c
โครงสร้างไม้ ติดตั้งถาวร ใช้เป็นกระจก หรืออะคริลิกใส ปลูกแบบลงดิน

67d81b0d56cee449df9ad72c39a7de7d
ใช้ผนังบ้าน เป็ตัวช่วยยึดโครงสร้าง

92c17ccfb37e8d0d6069e3ffe519bb8c
ด้านข้างมุงด้วยกระจกใส และด้านบนพรางแสงด้วยหลังคาขุ่น

93cdd930a0bf9eccf3ba886b37605434
โครงสร้างไม้ พื้นใช้หินโรย มุงด้วยแผ่นพลาสติกขุ่น

5841a172aa605806765402b5046ee564
ใช้ท่อพีวีซีทำโรงเรือน มุงด้วยพลาสติก ปรับเปลี่ยนได้ง่าย

560fef18f82cb5e66cba6371bd854cb9
เหมาะกับบ้านที่พื้นที่น้อย ใช้ด้านข้างบ้านเป็นตัวยึดโครงสร้าง

1110616bdd3f7e5207b24eef437b1b1aacc03ff13bc5b5ef541ae6a68aeb8fe4b8b7e8963d5901c543b8eb321529e506c9d78cdba2dec8135c3135822194c5bbdc85ba6fb9a441203475eda2e24d74b8ea8531dd13e29295b78050a681dba683f1e12a498821295b50939d691fde2ceaf26981d350a25cc680406ad7d45a0b2d
สิ่งสำคัญในการทำโรงเรือนคือ ตำแหน่งที่วางต้นไม้ในโรงเรือน เพราะบางพื้นที่จำกัด ไม่สามารถสร้างแบบลอยตัวได้ อาจจะต้องมีมุมบ้านบัง การได้รับแสงแดด จะไม่ได้ทั่วทุกองศา การเลือกไม้วางแต่ละตำแหน่งเพื่อให้เขาได้รับแสงแดดเพียงพอ ให้เหมาะแต่ละสายพันธุ์ การวางที่ไม่แน่นจนเกินไป เพื่อให้อากาศในโรงเรือนถ่ายเทได้ดี ความแออัด หรือการวางแนวตั้งปริมาณเยอะมาก อาจทำให้ไม้ได้รับแสงไม่เพียงพอ เกิดความชื้นสะสม หรือต้นยืดยาวหาแสง ลองหาความพอเหมาะแล้วปรับให้เข้ากับไม้และผู้เลี้ยงเพียงแค่นี้ก็จะทำให้มีความสุขทั้งต้นไม้และผู้เลี้ยง

ขอบคุณรูปภาพ : Pinterest / Instagram
เรียบเรียง / บทความ : Mini3garden

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpg
all_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus_glass_house

 

ชำหน่อ กระบองเพชร(แคคตัส) ง่ายๆ ด้วยเม็ดดินเผา (Popper)


spilt_cactus

การชำหน่อ กระบองเพชร (แคคตัส) สามารถชำลงในดินปลูก หรือวัสดุอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ดินญี่ปุ่น หินภูเขาไฟ หรือเม็ดดินเผา แต่ข้อดีของการชำด้วยเม็ดดินเผา ก็คือ เรื่องการรักษาความชื้นที่เก็บได้ดี วัสดุโปร่ง ทำให้ควบคุมการให้น้ำได้ง่าย เพราะในช่วงที่ชำหน่อนั้น ไม้ต้องการความชื้นมากกว่า ตอนที่ปลูกตามปกติ เพื่อกระตุ้นในรากนั้นงอกออกมาง่ายและเร็ว

การชำหน่อด้วยเม็ดดินเผา สามารถทำได้โดยใช้เม็ดดินเผา ล้วนหรือจะผสมกับหินภูเขาไฟ เบอร์ 00 ได้ทั้ง 2 แบบ

สิ่งที่ต้องระวังและดูแลในการชำแบบนี้คือ

  • การรักษาความชื้นและแสงแดดให้เหมาะสม
  • หน่อที่นำมาล่อรากควรจะต้องสมบูรณ์
  • หลังจากเด็ดหน่อมากแล้ว ควรพักไว้สัก 7-10 วันก่อน นำมาชำเพื่อให้แผลที่เด็ดมากนั้นปิดและแห้ง เพื่อป้องกันการเน่า

วิธีการชำหน่อ
     หลังจากผึ่งหน่อไว้จนแผลที่เด็ดแห้งแล้ว ก็นำมาใส่ในเม็ดดินเผา ที่มีหินภูเขาไฟผสมเล็กน้อย หรือจะเป็นเม็ดดินเผาล้วนโดยนำภาชนะก้นปิด ไม่มีรู ใส่ลงไปให้สูงจนเต็มภาชนะ หลังจากนั้นใส่น้ำไว้ครึ่งหนึ่งของภาชนะ ควรเป็นภาชนะที่ใส เพื่อจะได้มองเห็นระดับน้ำ
นำต้นไม้วางลงบนเม็ดดินเผาให้รากฝั่งลงไป และยกโคนต้นให้เหนือเม็ดดินเผา ความชื้นจะค่อยๆ ระเหย หมั่นค่อยเติมน้ำเมื่อแห้ง ระดับน้ำครึ่งหนึ่งของภาชนะเหมือนเดิม เลี่ยงการวางกลางแดด วางไว้ที่แดดอ่อนๆ หรือชายคาบ้าน

spilt_cactus2.jpg เมื่อชำหน่อไปได้สักระยะ จนเห็นว่า ยอดเดินแล้ว เป็นสัญญาณบอกว่า ไม้นั้นมีรากงอกออกมาแล้ว สามารถนำไปปลูกลงดินปลูกกระบองเพชรได้ตามปกติ 

spilt_cactus3.jpg

ในการนำไปปลูกควรจะต้องระวังและเบามือ เพื่อป้องกันไม่ให้รากที่งอกออกมานั้นขาด และต้องนำลงปลูกทันทีที่นำออกจากการชำราก เพราะรากนั้นยังอ่อนแอ อาจจะทำให้รากแห้งและต้นขาดน้ำได้

spilt_cactus4.jpg

ข้อดีของการชำหน่อด้วย เม็ดดินเผา หรือป๊อบเปอร์ คือ เราไม่ต้องรดน้ำบ่อย เพื่อรักษาความชื้น และรากจะมาค่อนข้างเร็ว สามารถนำมาใช้ซ้ำๆ ได้หลายครั้ง หลังจากใช้เสร็จ ก็นำพึ่งแดดให้แห้งสนิทและเก็บไว้ใช้งานได้อีก หรือจะทำเป็นถาดแช่ไว้ เมื่อมีหน่อก็สามารถนำมาชำต่อได้เรื่อยๆ
แต่ข้อที่ด้อยกว่าการชำลงดินคือ ในการชำลงดินนั้นรากอาจจะมาช้ากว่าเม็ดดินเผา แต่รากจะแข็งแรง และปลูกต่อได้เลย โดยไม่ต้องย้ายมาลงปลูกใหม่

หลังจากนำไม้ลงปลูกแล้วก็ดูแลเหมือนการปลูกต้นไม้ทั่วไป
>> การดูแล กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ หลังจากการเปลี่ยนกระถาง <<

spilt_cactus5.jpg

หลังจากดูแลเลี้ยงดู ใส่ปุ๋ยบำรุง ได้รับแสงแดดที่เพียงพอ เจ้าหน่อเล็กก็พร้อมออกดอก แต่หน่อต่อไป 
————————————-

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

spilt_cactus

การดูแล กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ หลังจากการเปลี่ยนกระถาง


cactus_care.jpg

หลายคนกังวลกับ การเปลี่ยนกระถาง กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ ว่าจะทำให้ต้นไม้ตาย แต่จริงแล้วการเปลี่ยนกระถางนั้น เป็นเรื่องง่ายมาก ถ้าเราค่อยๆ ทำตามขั้นตอนของธรรมชาติของต้นไม้ ลักษณะของต้นไม้นั้นก็ไม่ต่างจากคน

ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพก็คือ ในวันที่เรายังอ่อนแอ หรือป่วย เราอยากอยู่นิ่งๆ ไม่อยากกินอะไรเยอะ ไม่อยากโดนแดดอยากนอนนิ่งๆ เฉย นั้นเป็นเพราะกลไกร่างกาย ต้องการทำการพักฟื้น ต้นไม้ก็เช่นเดียวกัน

แล้วสิ่งที่ควรจะต้องทำหลังเปลี่ยนกระถาง มีอะไรบ้าง??

  • หลังจากเปลี่ยนกระถาง งดให้น้ำต้นไม้ 3-5 วัน เพื่อให้ระบบรากมีเวลาฟื้นฟูก่อน
    การที่รดน้ำโดยที่รากยังไม่พร้อมทำงาน จะเป็นภาระกับรากอย่างมาก ยิ่งถ้าดินที่ใช้ปลูกไม่โปร่งมากพอ โอกาสที่น้ำจะระบายได้ไม่ดี เกิดความชื้นเยอะ ยิ่งมีความเสี่ยงมากที่จะหมักหมม และเป็นเหตุให้รากเน่าได้ ซึ่งจะเป็นอาการที่เกิดในระบบราก อยู่ในกระถาง ทำให้เราไม่สามารถสังเกตได้ และรู้อีกทีคือ เกิดอาการเน่าล่ามขึ้นมาที่ต้น หรือไส้แก่นกลางต้น
    ** ซึ่งดินที่ปลูกนั้น ก็ควรจะมีความชื้นที่พอเหมาะ โดยส่วนมาก ในวัสดุปลูกนั้น จะมีความชื้นอยู่ในตัวอยู่แล้ว ถ้าเป็นการผสมใหม่และปลูก ความชื้นก็ค่อนข้างพอดี แต่ถ้าวัสดุเก็บไว้นานจนแห้งไม่มีความชื้นเลย แนะนำให้ใช้เสปรย์น้ำ ฉีดน้ำบางๆ เพื่อเพิ่มความชื้น เพราะถ้าความชื้นน้อยเกินไปรากอาจจะแห้งและตายได้ ฉะนั้นความชื้นที่พอเหมาะของดินในการปลูกไม้ หรือเปลี่ยนกระถางนั้นสำคัญและควรควบคุมให้เหมาะสม45513375_1904457239849689_9101943729324818432_n
  • การปรับแสงแดดให้เหมาะสมกับระยะการปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง
    หลังจากเปลี่ยนกระถาง ต้นไม้จะยังอ่อนแอ แดดที่ใช้ควรเป็นแดดร่ำไรให้ต้นไม้ค่อยๆ ได้ปรับตัว แดดประมาณ 30-40% หากเป็นสแลน ก็ใช้เป็นการทบ 2-3ชั้น ตามความหนาบางของสแลน หรือจะวางไว้บริเวณชายหลังคาที่มีแสงแดดส่องถึง แต่อุณหภูมิไม่สูง อากาศไม่ร้อน มีลมถ่ายเทได้ดี เมื่อสังเกตว่า ยอดเริ่มเดินแล้วค่อยๆ ปรับความเข้มข้นของแดดเป็น 50-60% หลังจากนั้นเมื่อเห็นว่า ต้นไม้แข็งแรงดีแล้ว ก็ปรับการเลี้ยงตามปกติตามลักษณะสายพันธุ์ ที่มีความต้องการแสงแดดที่ต่างกัน

47109545_1916140062014740_8134075924367802368_o
ลักษณะการขยายตัว ตรงปลายสุดของต้นที่งอกขึ้นมาใหม่ โดยสีจะอ่อนๆ แสดงว่าระบบรากเดินแล้ว และทำงานได้ดีแล้ว พร้อมที่จะปรับสภาพการเลี้ยงดูตามปกติ

—————————————————–
ส่วนขั้นตอนหรือวิธีการเปลี่ยนกระถาง
หรือลงปลูกใหม่ของกระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำนั้น
อ่านขั้นตอนและวิธี >> คลิก <<

———————–

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpg
all_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus_care

เปลี่ยนดินตัดแต่งราก เพื่อฟื้นฟูกระบองเพชรต้นเหี่ยว โคนต้นยุบ ต้นไม้ไม่สดใส เพราะเกิดจากระบบรากมีปัญหา


sick

ต้นที่มีปัญหานั้น เป็นผลที่เกิดจากการลืมรดน้ำเป็นระยะเวลาหลายเดือน ติดกัน มีเพียงน้ำจากละอองฝนบ้าง
ทำให้ต้นกระบองเพชร ที่เคยสดใส เหี่ยวแห้ง ไม่โต แต่ไม่ตาย เหมือนการเจริญเติบโตหยุดชะงัก
อาการเหล่านี้เทียบได้กับการที่ต้นไม่ได้รับน้ำเพียงพอ ในกรณีที่ใช้การฉีดพ่นน้ำ แต่ไม่ได้รดน้ำจนถึงราก
จนทำให้รากตาย รากฝอยแห้งและหลุดออก เหลือเพียงรากแก้วทำงาน

sick4.jpg     ในกรณีนี้ต้นยังมีสภาพที่พอฟื้นฟูได้ง่าย เพราะอาการยังไม่รุนแรงมาก ใช้เป็นวิธี ตัดแต่งราก โดยตัดเล็มปลายรากที่ตายทิ้ง กระตุ้นให้ต้นสร้างรากใหม่ที่แข็งแรงขึ้นมา โดยหลังจากตัดแต่งรากแล้ว และรอให้แผลแห้งสนิท ก็นำลงปลูกใน ดินปลูกกระบองเพชร ได้เลยโดยดินนั้นควรมีความชื้นพอเหมาะอยู่แล้วไม่แห้งไป หากดินแห้งมากให้ฉีดละอองน้ำเพิ่มความชื้นเล็กน้อย ก่อนนำมาปลูก

     หลังจากลงปลูกควร งดรดน้ำ 4 – 5 วัน เพื่อให้ระบบรากได้ฟื้นฟู ในระหว่างนี้ให้เลี้ยงในแดดร่ำไร งดวางไว้ที่แดดจัด เพราะระบบรากยังไม่แข็งแรงอาจจะทำให้ตายได้
>>วิธีดูแลต้นกระบองเพชร ไม้อวบน้ำ หลังจากลงปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง<<
ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ต้นที่เหี่ยวก็จะฟื้นฟูขึ้นมาเหมือนเดิม โดยทั้งนี้ระยะเวลาไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ตัวไม้เอง และดินที่ใช้ปลูกที่จะช่วยให้ไม้ฟื้นตัวได้เร็ว ดินที่ใช้เป็นดินสูตรของเรา #mini3garden

sick3.jpg

พัฒนาการหลังจากการปลูกลงดินใหม่cactus_care020202-1.jpg
————-
ส่วนในกรณีที่ต้น เหี่ยว และยุบตัวมาก
แนะนำให้ใช้การฟื้นฟูด้วย เม็ดดินเผา ป๊อบเปอร์ (Popper)ก่อนนำลงปลูก
>> ดูวิธีการใช้เม็ดดินเผา ฟื้นฟูต้นเหี่ยว <<

cactus-sick6

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับกระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

sick

ล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง : รีวิว วัสดุใช้ล่อราก (Gymnocalycium Variegata)


Review-create_new_root_01

     ในการ “ล่อราก” หรือ ชำหน่อยิมโนด่างนั้น จะค่อนข้างยาก กว่าการล่อรากยิมโนที่ไม่ด่าง และสายพันธุ์อื่น ด้วยความที่เขามีสีที่ด่าง หรือสีเขียวน้อย ทำให้การสังเคราะห์แสง เพื่อเจริญเติบโตจงค่อนข้างยาก บางคนถึงนิยมนำไป “กราฟ” เพราะจะช่วยทำให้ไม้โตไวขึ้น

โดยปกติ การล่อราก สามารถทำได้ทั้งแบบ ระบบเปิด และระบบปิด ซึ่งมีข้อดีเสียแตกต่างกันไป
การล่อรากในระบบปิด เสี่ยงต่อการเน่า หรือขึ้นรา การล่อรากแบบเปิด ก็เสี่ยงต่อการที่หน่อฝ่อ รากไม่ออก
—————

สิ่งสำคัญในการล่อรากแบบปิด โดยไม่ใช้ยาเร่งราก หรือยากันรา

• หน่อที่นำมาล่อราก หรือชำหน่อ แผลต้องแห้งสนิท ไม่ฉะนั้นอาจจะทำให้เกิดการเน่า
แนะนำให้นำหน่อไปตากแดดอ่อนๆ จะช่วยสมานแผล และฆ่าเชื้อโรคได้
• ภาชนะที่ใช้ หรือวัสดุที่ใช้ควรจะต้องมีความสะอาดเพื่อป้องกันการเกิดรา
• อุณหภูมิที่เหมาะสม อากาศควรถ่ายเทได้ดี แสงแดดที่พอเพียง เป็นช่วงแดดเช้า
หรือแดดร่ำไร ประมาณ 40% ห้ามวางในที่ที่อากาศร้อนอบอ้าว หรืออุณหภูมิสูง
• ไม่ควรเคลื่อนย้าย หรือเปิดดูบ่อยๆเพราะอุณหภูมิที่แตกต่างกันมากระหว่างภายในกับภายนอก
อาจจะมีผลกับต้น และการยกดูบ่อยๆ จะเป็นการรบกวน ทำให้รากออกช้า หรือไม่ออก
—————

ขั้นตอนการล่อราก หรือชำหน่อแบบปิด นั้นง่ายมาก

เพียงแค่ใส่วัสดุที่เราใช้ล่อราก 1/3 ของภาชนะที่เราใช้ล่อราก พรมน้ำให้ชุ่ม แล้ววางหน่อของเราไว้บนวัสดุล่อราก โดยไม่ต้องกดหรือฝังแค่วางไว้เฉย หลังจากนั้นก็ปิดฝาให้สนิท คำแนะนำ ภาชนะที่จะนำมาใช้ล่อรากควรเป็น ภาชนะที่รับแสงได้ดี ไม่ควรทึบ หรือแสงเข้าถึงยาก


วัสดุที่เรานำมารีวิวในการล่อราก หรือชำหน่อ ยิมโนด่าง มีดังนี้

•เม็ดดินเผา •เพอร์ไลต์จิ๋ว •ดินอคาดามะ •หินภูเขาไฟ ทีพีไอ •ดินปลูก #mini3garden

โดยมีการนำวัสดุมาผสมกันด้วย
ระยะเวลาที่ใช้คือ 25 วัน
ล่อราก หรือชำหน่อ แบบไม่ใช่ยาเร่งราก และยากันรา

**ปัจจัยที่อาจจะทำให้ได้ ผลผลลัพธ์แตกต่างคือ • สี ความด่าง มาก น้อย • ขนาด และความสมบูรณ์ ของหน่อ
การทดลองนี้ถือว่า 70% สามารถนำมาตัดสินใจใช้วัสดุ แต่ละประเภท และทดลองต่อไป

Review-create_new_root_02

Review-create_new_root_09

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้ ดินปลูก #mini3gardenReview-create_new_root_03

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • ดินอคาดามะ ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอ Review-create_new_root_04

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • เพอร์ไลต์จิ๋วReview-create_new_root_05

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • เม็ดดินเผา ผสมกับ • หินภูเขาไฟ ทีพีไอReview-create_new_root_06

———-
ล่อราก หรือชำหน่อย ยิมโนด่าง โดยใช้  • หินภูเขาไฟ ทีพีไอReview-create_new_root_07

สรุปผลการใช้วัสดุล่อราก ชำหน่อ ยิมโนด่าง แต่ละชนิด

Review-create_new_root_08

    —————————-

Review-create_new_root_10

หลังจากการล่อรากเสร็จแล้วก็คือ ขั้นตอนการในไปปลูกในดินปลูกแบบปกติต่อไป โดยไม่ต้องตัดแต่งราก หรือดึงวัสดุที่ติดอยู่กับรากออก เพราะรากที่ล่อ หรือชำนั้นค่อนข้างบอบบาง ไม่ควรมีการกระทบกระเทือนแบบรุนแรง เพราะอาจจะทำให้รากตายได้ จึงต้องควรเบามือ และใช้ความระมัดระวัง การปลูกก็ใช้ดินที่มีความชื้นอยู่ในตัว หลังจากปลูกเสร็จก็สเปรย์น้ำเล็กน้อย และวางไว้ในที่ๆ แดดร่ำไร ไม่ร้อน ให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว หลังจากผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ รากก็จะเดินดีแข็งแรง และถ้าหากสังเกตว่า ยอดเริ่มเดินแสดงว่า ระบบรากนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ค่อยนำไปเทรนแดด เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของแสง และเลี้ยงตามปกติได้เลย

Review-create_new_root_11

การรีวิวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการฟันธงว่า วัสดุใดดีกว่ากัน แต่เป็นการทดลองเพื่อให้เห็นผลลัพธ์
โดยจะต้องมีการทดลองซ้ำกันหลายครั้งเพื่อเก็บสถิติที่ดีที่สุด
แต่อยากจะให้เป็นไอเดียในการเลี้ยงหรือปลูกต้นไม้ ว่าเรานั้น สามารถทดลองเพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีสุด
“การเกษตร ก็คือการทดลอง บันทึก และนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อต่อยอดให้ดีขึ้นไปอีก”
อยากให้ทุกคนสนุกกับการเลี้ยงต้นไม้นะคะ 😄
—————————-
สามารถติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่

www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

 

Review-create_new_root_02

 

5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ


cactus_plant_step

สิ่งของที่ต้องเตรียม ในการปลูกกระบองเพชร หรือเปลี่ยนกระถางให้กระบองเพชร (แคคตัส)
—–
🔹 อุปกรณ์ปลูก 
//// ช้อนตักอันนี้แล้วแต่ ความถนัด หรือของที่มีนะคะ จะช้อนพลาสติก หรือที่ตักอะไรก็ได้
//// แปรงปัด อันนี้ถือเป็นอุปกรณ์เสริม ที่ชอบใช้ คือเอาด้ามไว้ใช้กดหรือแต่งดิน เสร็จแล้วก็ใช้ส่วนแปรงในการทำความสะอาดเก็บงาน
🔹 วัสดุปลูก
//// หินรองก้นกระถาง — หินภูเขาไฟ 02
//// ดินผสมพร้อมปลูกกระบองเพชร — ดินปลูก
//// กระถาง — ตามภาพเป็นกระถางขนาด 2 นิ้ว
//// หินโรยหน้ากระถาง — แล้วแต่เลือกใช้ จะใช้เป็นหิน หรือดินญุี่ปุ่นก็ได้
——————————–

— 🌵🍀 ขั้นตอนการ ปลูก หรือเปลี่ยนกระถาง สไตล์ Mini3garden ค่ะ  🌞 —

1. ลองวัดขนาดต้น และความเหมาะสมของกระถางที่จะใช้

cactus_plant_step2

2. ใส่วัสดุรองก้นกระถาง // หินภูเขาไฟ 02

cactus_plant_step3

3. ใส่ดินผสมพร้อมปลูก และต้นไม้ เว้นที่ด้านบนเพื่อโรยหินประคองต้น

cactus_plant_step4

4. โรยหินเพื่อประคองต้นและกันดินกระเด็นเวลารดน้ำ

cactus_plant_step5

5. เก็บงานด้วยแปรง ปัดดิน ส่วนที่เกินออก

cactus_plant_step6


3 ขั้นตอน การปลูก เปลี่ยนกระถาง กระบองเพชร แคคตัส

ในวีดีโอ วัสดุรองก้นที่ใช้จะเป็นขี้ตากระถาง หากทั่วไปก็จะใช้เป็น หินภูเขาไฟ เบอร์ 02 / 3S หรือวัสดุอื่นๆ ตามแต่สะดวก

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำได้ที่
www.Facebook.com/cactusway
——————————————-

สนใจเซตพร้อมวัสดุปลูกครบชุด
— ราคา 150 บาท —

ดูรายละเอียด >> คลิก << 
—————————-


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus_plant_step