รดน้ำกระบองเพชร (แคคตัส) ยังไง ในช่วงฤดูฝน


ในฤดูฝน 🌧️ ที่เป็นปรปักษ์ กับบรรรดาเจ้ากระบองเพชร🌵🌩️🌨️ และไม้อวบน้ำ มีลูกค้าถามเข้ามาว่า จะต้องรดน้ำ 💦ไหม ทำยังไง แล้วจะตายไหม?? .

😊สำหรับมือใหม่ที่มีความกังวลค่ะ ก่อนอื่น เราต้องดูสถานที่เลี้ยงเป็นหลักค่ะ เพราะแต่ละคนมีพื้นที่การเลี้ยงที่แตกต่างกัน ทั้งมีโรงเรือน ชายคาบ้าน กลางแดด กลางฝน
ซึ่งทั้งหมดเป็นตัวแปรในการให้น้ำ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องประเมินจากสภาพแวดล้อมการเลี้ยงเป็นหลัก . ☔

#ถ้าเลียงชายคาบ้าน หรือโรงเรือนแบบเปิดข้าง มีโอกาสโดนฝน ก็จะใช้การประเมินดิน และต้นเป็นหลัก โดยการให้น้ำควรจะลดปริมาณลง แต่จะให้ตามการแห้งของดินเป็นหลัก เน้นในแห้งเร็ว แต่ก็ระวังไม่ให้ต้นขาดน้ำมากไป คือ จากที่รดแช่จนน้ำออกก้นกระถาง ก็จะลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ดินแห้งเร็วขึ้น ไม่เก็บความชื้นเยอะไป
✅☑️((** วิธีเช็ความชื้นในดินแบบง่ายๆ คือ ใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มลงไปในดิน จะมีความชื้น และดินที่ติดมา ทำให้เราสังเกต ความชื้นในดินง่ายขึ้น )) การที่ลดปริมาณน้ำลง อาจจะทำให้ต้องรดน้ำบ่อยขึ้นกว่าการรดน้ำปกติ แต่ก็จะทำให้ความชื้นสะสมในดินก็จะไม่เยอะมาก . ☂️

#กรณีเลี้ยงแบบโรงเรือนปิด ก็จะสามารถคุมการให้น้ำได้ง่าย การรดน้ำก็เน้นให้แห้งเร็ว ลดปริมาณน้ำลงเหมือนกัน ในฤดูฝน ช่วงที่ฝนใกล้ตก เป็นช่วงอากาศร้อน และเย็นเจอกัน โรงเรือนจะมีความอบและชื้นสูงอีกด้วย ซึ่งต้องระวัง เพราะความชื้นสามารถแทรกซึมไปได้ทุกที ควรใช้พัดลมช่วยระบาย หรือเปิดโรงเรือนให้ลมผ่าน ในช่วงนี้ความชื้นในอากาศเยอะ . 🌦️ #ถ้าเป็นไม้ที่เลี้ยงแบบแดดร้อยฝนร้อย ก็แค่ปล่อยให้ดินแห้งจริงๆ ค่อยรดน้ำค่ะ เพราะช่วงฝนติดกันดินจะชื้นมาก สิ่งที่ต้องระวังคือ การเน่า ถ้าที่ตั้งหรือวางต้น อากาศไม่ถ่ายเท ลมไม่ผ่าน การแห้งของดินช้า อาจจะทำให้ไม้ชื้นเกินจนเน่า

ลองปรับใช้ดูนะคะ สิ่งสำคัญคือ การเฝ้าตรวจดูอาการของไม้ค่ะ เผื่อถ้ามีเหตุฉุกเฉินยังพอช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทันค่ะ

—————————-
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ

** ราคาสินค้าค้ายังไม่รวมค่าจัดส่ง ( ยกเว้นในบางรายการที่เป็น การจัดชุดพร้อมรวมค่าส่ง จะมีการระบุแจ้งไว้ )Cactus_best_seller100
all_productall_product2all_product3.jpgall_product13.jpgall_product22.jpgall_product32all_product33all_product35
all_product34all_product14all_product17all_product18more_button

กระบองเพชร รากเสีย รากตาย แก้ได้ง่ายๆ ได้รากใหม่ ต้นกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม


Re-cacutus-root
บ่อยครั้งที่เรารับต้นใหม่เข้าบ้าน ทำให้เราไม่รู้ประวัติของต้นก่อนจะมาถึงเรา และไม่ทราบสาเหตุ ที่ทำให้เรานำไม้มาปลูกแล้วเกิดปัญหา ต้นไม่โต รากไม่เดิน หรือแย่สุดคือ รากเน่าจนกินเข้ามาจนถึงแกนต้น และเน่าลามจนเกิดเยี่ยวยา

แต่ข้อสันนิษฐาน คือ ให้สังเกตไม้ก่อนนำเข้าบ้านว่า มีลักษณะสมบูรณ์หรือไม่ รากยังขาวแข็งแรงไม่เหี่ยวแห้ง ต้นไม่มีอาการนิ่ม หรือฝ่อบริเวณโคน เพราะอาการเหล่านี้ สามารถบ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมหรือการเลี้ยงก่อนหน้านี้ได้ว่า อาจจะได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรือ ถ้าเป็นไม้ที่ถอดรากมา จะไม่เห็นสภาพของดินเดิม ก็อาจจะทำให้ยากต่อการประเมิน อาจจะต้องใช้วิธีทดลองปลูกก่อน และถ้าในระยะเวลา หลังจากปลูก ราว 2 สัปดาห์แล้ว ต้นยังไม่มีการฟื้นตัวใดๆ ยอดไม่เดิน และเมื่อรื้อรากมาดู รากก็ไม่เดินหรือ งอกใหม่ อาจจะตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่า รากเก่านั้นอาจจะมีปัญหา ไม่ว่าจากการขาดน้ำมานาน หรือโดนโรค และแมลงรบกวน

วิธีแก้แบบที่จะสามารถลดอัตราการตายหรือสูญเสียได้ อีก 1 วิธี คือ การตัดรากเดิมทิ้งทั้งหมดและกระตุ้นให้เขาสร้างรากใหม่ขึ้นมาทดแทน

ซึ่งในการเปลี่ยนกระถางเราจะนิยมตัดแต่งรากกันอยู่แล้ว แต่จะต่างกับในลักษณะนี้ เพราะจะเป็นการตัดจนกุดและเลี้ยงรากใหม่แทน

Re-cacutus-root333

วัสดุ / อุปกรณ์ที่ใช้

– เม็ดดินเผา ( Popper)
– กระถาง
– ถาดหล่อน้ำ
วัสดุเสริม ที่อาจจะใส่เพิ่ม แต่ถ้าหากไม่มีก็ไม่เป็นไร
เช่น – วิตามินบำรุงแบบผสมไปกับน้ำ – ปุ๋ยอินทรีย์บำรุง
ที่ร้านจะไม่ใช้เคมี เลยจะใช้เป็นก้อนฟอสเฟตที่เกิดจากการตกผลึกของมูลค้างคาวในถ้ำจนจับตัวเป็นก้อน ซึ่งจะมีแร่ธาตุ และสารอาหารอยู่ในตัวเยอะ ช่วยกระตุ้นการเกิดรากใหม่ได้ดี

ขั้นตอนการทำ

1. ตัดรากจนถึงโคนต้น และให้มั่นใจว่า ต้นยังไม่ได้มีอาการเน่า เพราะถ้าหากมีอาการเน่า และลามถึงต้นแล้วนั้น จะไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้
2. วางทิ้งไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท อาจจะมีแสงแดดอ่อนๆ ส่องในช่วงเช้าๆ เพื่อเป็นตัวช่วยให้เแผลที่ตัดแห้งเร็ว และจะช่วยฆ่าเชื้อด้วยไปในตัว สัก 4- 7 วัน ทั้งนี้ระยะนั้นขึ้นอยู่กับสถานที่และสภาพแวดล้อมที่วาง
3. หลังจากแน่ใจแล้วว่าแผลแห้งสนิท ให้นำเม็ดดินเผาใส่กระถาง และอาจจะมีวัสดุเสริมที่เป็นตัวบำรุงเพิ่มผสม นำต้นวางไว้ด้านบน แล้วนำต้นวางลงบนเม็ดดินเผา
4. ใส่น้ำหล่อสักประมาณ 1 ซม. จากก้นกระถาง วางไว้ในที่ๆ มีแสงร่ำไร ชายคาบ้าน หรือแดดเช้า ห้ามนำไปตากแดดโดยตรง
5. ค่อยหมั่นเติมน้ำเมื่อน้ำแห้งอยู่เสมอ

Re-cacutus-root.222jpg

คำถามที่ตามมา

• นานไหมกว่ารากจะงอกออกมาใหม่???
จากการทดลองกับหลายสายพันธุ์และหลายชนิด พบว่า ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ด้วย บางสายพันธุ์ อาจจะใช้เวลา เพียง 1 สัปดาห์ บางสายพันธุ์อาจจะใช้ระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ และอีกปัจจัยคือ สภาพแวดล้อมที่ใช้วางนั้นเอื้อต่อการสร้างรากใหม่หรือไม่ รวมทั้งความแข็งแรงของต้น หากต้นมียังมีพลังงานสะสมไว้ในตัวเองเยอะ ก็ยิ่งจะทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว และทำให้รากงอกเร็วขึ้นด้วย

• หลังจากที่มีราก นานไหมกว่าจะนำมาลงปลูกใหม่???
ให้สังเกตและดูความสมบูรณ์ของรากเป็นหลัก ควรมีความยาวอย่างน้อย 1.5 -2 ซม. และมีรากแก้วที่แข็งแรงแล้ว ถึงจะนำมาปลูกลงดินได้

• แล้วปลูกเหมือนการปลุกทั่วไปเลยไหม ???
วิธีการปลูกเหมือนกับต้นไม้ทั่วไป แตกต่างตรงที่หลังปลูกให้รดน้ำพอชุ่มๆ ทันที เพื่อรักษาความชื้นให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิมที่เคยอยู่ตอนที่ล่อราก และก็ให้รดน้ำครั้งต่อไปเมื่อดินแห้งตามที่เลี้ยงปกติ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับผู้ที่ประสบปัญหา การลงปลูกแล้วรากไม่เดิน หรือ รากตาย จากการขาดน้ำมานาน หรือโรค แมลงรบกวน

——————————————-
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับแคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำได้ที่
www.Facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

Re-cacutus-root

เพิ่งจะลงปลูกใหม่ รากก็เดิน ทำไม…กระบองเพชร (แคคตัส) โคนต้นยุบ ไม่โตขึ้น


pot_not_support.jpg

หลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมต้นเพิ่งลงปลูก แต่กลับโคนยุบตัว หรือไม้นิ่ง ไม่โต สาเหตุที่เกิดมีได้หลายปัจจัย แต่อีกปัจจัยที่เล็กน้อย และเราอาจจะมองข้ามไปก็คือ การเลือกกระถางให้เหมาะกับต้น สภาพอากาศ สายพันธุ์ และการให้น้ำ

กระบองเพชร (แคคตัส) นั้นมีหลายหลายสายพันธุ์ และแต่ละสายพันธุ์ ก็ต้องการความชื้นที่แตกต่างกัน อย่างเช่น แอสโตร ยิมโน เมโล เป็นสายพันธุ์ที่ชอบน้ำมากกว่า สายพันธุ์อื่นๆ สภาพอากาศที่เลี้ยงแต่ละคนก็แตกต่าง ชนิดไม้ที่ปลูกก็มีความหลากหลาย การให้น้ำในกรณีที่ปลูกรวมกัน และจำนวนเยอะ อาจจะไม่สามารถรดน้ำตามประเภทของไม้ได้ จึงต้องให้น้ำรวมพร้อมกันทีเดียว

ฉะนั้น เมื่อไม้ได้รับน้ำเท่ากัน แต่ความแตกต่างที่ต้องการน้ำต่างกัน อาจจะทำให้บางต้นได้น้ำเยอะมากไป หรือบางต้นขาดน้ำ วิธีการที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือ การเลือกกระถางให้เหมาะสม ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปลูก ขนาด ความลึก ประเภทของวัสดุ ล้วนมีปัจจัยรวมกันทั้งหมด

pot_not_support-2

อย่าง แอสโตรต้นนี้ กระถางที่เลือกใช้ตื้นเกินไป เมื่อใส่หินรองแล้ว พื้นที่ที่ใส่ดินก็น้อยลงไปอีก เมื่อนำไปเลี้ยงในที่แดดจัด ลมแรง ดินแห้งไว้ ทำให้ความชื้นระเหยเร็วเกินไป ต้นจึงได้รับความชื้นไม่เพียงพอ

pot_not_support-6

pot_not_support-5

ไม้ที่ชอบน้ำ อาจจะใช้กระถางที่มีก้นลึก เพื่อทำให้เก็บความชื้นได้มากขึ้น ส่วนต้นที่ชอบน้ำน้อย ก็จะเลือกเป็นประเภทปากกว้าง แต่ก้นแคบ เพื่อที่จะได้ระบายความชื้นได้ดีขึ้น ซึ่งในตอนนี้มีกระถางที่ผลิตโดยผู้ปลูกกระบองเพชรอยู่หลายเจ้า ที่นำประสบการณ์มาพัฒนาการผลิตกระถางให้เหมาะกับต้น และลักษณะการปลูก

pot_not_support-4

อีกวิธีที่ช่วยให้ไม้ที่ต้องการน้ำไม่ขาดน้ำมากเกินไปคือ การใช้วัสดุรองก้นที่จะเก็บความชื้นได้มากกว่าหินภูเขาไฟ เช่น กาบมะพร้าว แต่การใช้กาบมะพร้าว ก็มีทั้งข้อดีและเสีย มากกว่าหินภูเขาไฟ ข้อดีคือ กาบมะพร้าว ราคาถูก เก็บความชื้นได้ดี ข้อเสีย คือ ถ้าบริเวณที่ปลูกไม่ได้มีอากาศถ่ายเทได้ดี ชั่วโมงแดดที่ได้รับน้อย ก็อาจจะทำให้เกิดความชื้นสะสมมากจนเป็นรา หรือทำให้รากเน่า

ส่วนอีกสาเหตุที่จะพบบ่อย ที่ทำให้หลังปลูกต้นนิ่ง โคนยุบก็คือ ในกรณีที่ปลูกมานาน รากเก่า รากเสื่อม และไม่ได้ทำการตัดแต่งรากก่อนปลูก ทำให้รากตาย ปลายรากที่ทำหน้าที่ไม่สามารถดึงความชื้นไปใช้ได้ ต้นเลยขาดน้ำ

เรื่องเหล่านี้เป็นรายละเอียดเล็กน้อยในการปลูกกระบองเพชรให้สวยงาม ไม่ตาย และเติบโตได้ดี ซึ่งในการเลี้ยงแต่ละคนก็มีข้อจำกัด และปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน ฉะนั้นเราต้องคอยสังเกต และปรับเปลี่ยนการเลี้ยงดูให้เหมาะกับพื้นที่ และไลฟ์สไตล์ของเราให้ได้มากที่สุด

—————————-
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ

** ราคาสินค้าค้ายังไม่รวมค่าจัดส่ง ( ยกเว้นในบางรายการที่เป็น การจัดชุดพร้อมรวมค่าส่ง จะมีการระบุแจ้งไว้ )Cactus_best_seller100
all_productall_product2all_product3.jpgall_product13.jpgall_product22.jpgall_product32all_product33all_product35
all_product34all_product14all_product17all_product18more_button

pot_not_support.jpg

กระบองเพชร ต้นย่น ซีดเหลือง มีแผลบริเวณผิว เกิดจากอาการไหม้แดด ขาดน้ำ จะต้องรักษา ดูแล ยังไง??


cactus-burn
ในช่วงฤดูร้อน และหนาว ที่แสงแดดจะแรง อากาศแห้ง จนทำให้เกิดอาการไหม้แดด ซึ่งถ้าเป็นอาการที่ผิว ลักษณะที่เกิดเป็นแผล วิธีแก้ก็คือ นำต้นเข้ามาพักหลบแดด ยิ่งในกรณีที่เป็นไม้ด่าง ผิวจะยิ่งมีความไวต่อแสงมากกว่า ต้นที่เป็นสีเขียว
และถ้าแผลไหม้เยอะ แผลลึก ต้องระวังตอนรดน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดอาการเน่าลุกลาม จากแผลติดเชื้อ และแผลส่วนนั้นจะเป็นเหมือนแผลเป็น ไม่สามารถรักษาให้หายได้ รอเวลาห้แผลค่อยๆ ไล่ลงด้านล่างของต้น

cactus-burn5.jpg

cactus-burn2.jpg
ต้นอิชินอป ด่าง ที่ซีดเหลือง เพราะโดนแดดแรง


อาการไหม้แดด วิธีป้องกันคือ การหมั่นคอยสังเกต หากต้นเริ่มมีอาการซีด เหลือง อาจจะเป็นเพราะตำแหน่งที่วางนั้นโดนแดดมากเกินไป อาจจะต้องทำการเปลี่ยนที่วาง หรือกลางสแลนช่วยพลางแสง เพราะตำแหน่งที่วางนั้น แดดมีการเปลี่ยนทิศทางตามฤดูกาล ทำให้ตำแหน่งที่วางเดิมนั้นอาจจะไม่เหมาะกับฤดูนั้นๆ

1566637418175.jpg
ภาพจากคุณลูกค้า ที่ส่งมาสอบถามอาการ และรักษาจนแผลแห้งและค่อยๆ ไล่ลงด้านล่าง


ส่วนอาการต้นยุบ หรือโคนยุบ ต้องแก้จากระบบรากที่มีหน้าที่ดูดซึมมีปัญหา โดยแยกได้เป็น 2 สาเหตุคือ

1. น้ำที่ได้รับไม่พอให้รากดูดซึม เพราะอากาศที่แห้งเร็วมาก จนทำให้ได้รับความชื้นไม่พอที่ต้นจะนำไปใช้
แก้ไขได้โดยเว้นระยะห่างการรดน้ำตามฤดู หรือสภาพอากาศ แทนการนับวันรดน้ำ เพราะในฤดูร้อน หรือหนาว การระเหยของน้ำจะเร็ว ต้นเองก็คายน้ำมากขึ้น
วิธีดูว่าดินแห้ง หรือยังทำได้โดย
– ใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มลงในดิน หากดินแห้งมาก จะไม่มีเศษดินหรือความชื้นติดมากกับไม้
– ยกกระถางเทียบน้ำหนัก ตอนรดใหม่ให้ลองยก 1 ครั้ง และ หลังจากนั้น 2-3 วัน ลองยกเทียบดูอีกที หากเบาต่างกันมากๆ แสดงว่า ไม่มีความชื้นในดินแล้วให้รดน้ำได้เลย
– ใช้วัสดุโรยหน้ากระถาง ที่เป็นจำพวก ดินญี่ปุ่น ดินอคาดามะ ที่จะทำให้เราสังเกตสีจากดินเพื่อดูความชื้นได้ง่ายขึ้น

2. ต้นยุบ เพราะระบบรากเสีย รากแน่นกระถาง รากเก่า cactus-burn4.jpgในกรณีที่ปลูกไว้นาน หรือกรณีที่รากไม้เดินดีรากออกเร็ว ต้นโตไว จะทำให้รากนั้นแน่นกระถางเร็ว จนไม่เหลือพื้นที่มากพอให้เก็บความชื้นที่พอเหมาะไว้ในกระถาง รากฝอยที่ทำหน้าที่ดูดซับความชื้น ก็จะค่อยๆตายลง รากใหม่ไม่สามารถเกิดได้ หากเป็นในกรณีนี้ให้แก้ไขโดยการ นำไม้มาพักฟื้นจากอาการไหม้แดด สัก 2-5 วัน ในที่ๆ แดดร่ำไร เพื่อให้เขาได้ฟื้นตัว เพราะเสียสมดุลจากแดดและอาการขาดน้ำ หลังจากนั้นให้ตัดแต่งราก และนำปลูกใหม่

—  วิธีตัดแต่งราก ก่อนนำไปปลูกใหม่  คลิก  —

—————————————–

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ กระบองเพชร แคคตัส ไม้อวบน้ำ ได้ที่
www.facebook.com/cactusway


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product3all_product13.jpgall_product22all_product14all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18all_product15more_button

cactus-burn

เลี้ยงไลทอป (LITHOPS) ยังไง.?? ให้รอด.. ไม่ตายง่าย


how-to-lithops-care-1.jpg

มีหลายคนถึงขนาดกับถอดใจ ในการเลี้ยงเจ้า ไลทอป เพราะด้วยความอ่อนไหวของต้นที่ทำให้กลับดาวได้ง่าย แต่ถ้าหากเราเข้าใจธรรมชาติ และการดูแลของเขา จริงๆ แล้วไลทอป ก็เลี้ยงไม่ได้ยากอย่างที่คิด
สิ่งสำคัญในการเลี้ยงก็คือ การทำสภาพแวดล้อมที่เลี้ยงให้เหมาะกับเขา เหมือนกับการเลี้ยงไม้อวบน้ำอื่นๆ  ที่มีปัจจัยหลัก 3 อย่าง คือ แสง น้ำ ดินหรือวัสดุปลูก โดยทั้ง 3 ปัจจัยนั้น ต้องมีความสมดุลพอเหมาะพอดี

how-to-lithops-care-2.jpg

แสงแดด

ไลทอป ต้องการชั่วโมงแดดต่อเนื่องอย่างน้อย 4-8 ชม. หากได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ สิ่งที่ตามคือ ลักษณะต้นที่จะเสียฟอร์ม ยืดยาว ไม่กลมมนกระชับ และควรเป็นแดดที่มีความเข้มข้น 60-80 % หากที่ๆ วางนั้นมีแดดแรงมาก อาจจะต้องใช้สแลนกางเพื่อช่วยในการพรางแสง เพราะถ้าหากแดดที่ได้รับแรงเกินไปต้นก็อาจจะไหม้ หรือสุกแดดได้ และถ้าหากแสงแดดน้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้ดินเก็บความชื้นไว้นานเกิน จนทำให้เกิดการโคนเน่าได้ อุณหภูมิในที่ๆ วางก็ไม่ควรสูง หรืออบมาก มีลมพัดผ่านอากาศถ่ายเทได้สะดวก

how-to-lithops-care-3.jpgน้ำ

การได้รับน้ำที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพราะถ้าได้รับน้ำไม่เพียงพอ รากอาจจะตายและเสีย ทำให้ต้นเหี่ยวย่น แต่ถ้าน้ำมากเกินไป ต้นก็อาจจะปริแตกได้ง่าย ฉะนั้นการให้น้ำจึงค่อนข้างสำคัญ
โดยวิธีให้ก็สามารถรดได้เหมือนกับต้นไม้ทั้่วไป รดจนน้ำไหลออกก้นกระถาง และในรดน้ำครั้งต่อไป จะรดเมื่อดินแห้งไม่มีความชื้นแล้ว หรือต้นแสดงอาการว่าต้องการน้ำ โดยสังเกตุได้จากรอยย่นบางๆ ที่ลำต้น หากไม่ใช่ช่วงผลัดใบ หลังจากให้น้ำแล้ว รอยย่นนั้นก็จะตึงขึ้นและหายไป

how-to-lithops-care-4.jpgดิน หรือวัสดุปลูก

โดยตามธรรมชาติ ตัวต้นไลทอป นั้นจะฝั่งตัวเองลงไปในหิน และบริเวณอยู่ก็จะเป็นดินหินทราย แห้งๆ ร่วนๆ ด้วยลักษณะรากที่เป็นฝอยขนาดเล็ก ลักษณะดินจึงควรจะต้องร่วนซุย และไม่จับตัวแน่น แห้งง่าย ไม่เก็บความชื้นเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการเน่าได้ง่าย
ดินไลทอป หรือวัสดุนิยมนำมาผสม ใช้ปลูกก็มีหลากหลาย โดยที่นิยมใช้ก็จะเป็น พีทมอส เพอร์ไลต์ หินภูเขาไฟ ดินอคาดามะ ดินคานูมะ ซึ่งก็จะมีสูตรแตกต่างกันไป แต่สำคัญคือจะต้องผสมให้โปร่ง ไม่เก็บน้ำจนชุ่ม เก็บความชื้นพอเหมาะ
อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องคำนึงถึงก็คือ หินโรยหน้ากระถาง หรือหินโรยประคองต้น ควรจะต้องไม่เก็บความชื้นมากเกินไป และจะต้องทำช่วยให้ความชื้นในดินระเหยได้เร็ว ที่นิยมใช้ หินกรวด ดินญี่ปุ่น หินภูเขาไฟ และในการโรยไม่ควรโรยหนา หรือแน่นไป เพราะเมื่อเกิดความชื้นสะสมมาก เมื่อมาบวกกับแสงแดดและอุณหภูมิที่สูง จะทำให้โคนต้นเน่าได้

เมื่อปัจจัยหลักในการเลี้ยงสามารถทำได้พอเหมาะ หรือใกล้เคียงกับธรรมชาติของเขาแล้ว การเลี้ยงดูระยะยาวก็จะเป็นเรื่องง่าย อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “การปลูก”

how-to-lithops-care-5.jpg

สิ่งที่ควรจะต้องทำ และคำถึงในการปลูกไลทอปมีอะไรบ้าง??

1 . กระถางปลูก  ควรเลือกขนาดให้เหมาะสม ไม่ใหญ่ หรือเหลือพื้นที่มากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความชื้นสะสมในดินมาก และวัสดุของกระถางหากเลือกใช้เป็น พลาสติก หรือดินเผา ก็จะช่วยลดเรื่องการเก็บกักความชื้นที่เกินพอดีได้
2. ลักษณะการปลูก ด้วยไลทอป เป็นไม้ขนาดเล็ก จึงมักจะนิยมปลูกรวมๆ กันหลายต้นในกระถางเดียว แต่การปลูกรวมกันสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ ขนาดของต้น ไม่ควรนำต้นเล็กหรือใหญ่ต่างกันมากปลูกในกระถางเดียวกัน เพราะถ้าหากเว้นที่ไม่เหมาะสม หรืออยู่ติดกันมาก ต้นเล็กมักจะถูกแย่งน้ำและอาหารได้
3. วัสดุโรยหน้ากระถาง ที่เลือกใช้มีส่วนช่วยในเรื่องความชื้น เช่น จำพวกดินญี่ปุ่น หรือหินภูเขาไฟ หากใช้เป็นวัสดุเหล่านี้ในการโรยหน้ากระถาง ก็จะช่วยเรื่องการระบายความชื้นได้ดี และยังช่วยให้สังเกตเห็นความชื้นในดินได้ง่ายขึ้น จากสีที่เข้มทำให้รู้ว่าดินยังมีความชื้นอยู่
4. การตัดแต่งรากก่อนปลูก เป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะต้องทำก่อนนำต้นลงปลูก เพราะรากไลทอปเมื่อถูกดึงหรือ ถอนออกมาแล้วนั้น จะเสื่อมสภาพและตาย หากเราไม่ตัดแต่งก่อนปลูก จะทำให้ต้นไม่สามารถดูดซึมความชื้นไปใช้ได้ ต้นที่ปลูกใหม่ก็จะย่นยุบจนตาย หรือรากที่ตายน้ั้น เกิดการเน่าในดิน ทำให้เกิดเชื้อราในดินได้
5. การปรับแดดหลังปลูก หลังจากปลูกควรพักให้ต้นฟื้นตัวในแดดร่ำไร หรือสัก 40-50% พอสังเกตว่ารากเริ่มเดิน ต้นตึงปกติ ค่อยปรับแดดตามสภาพการเลี้ยงปกติ
6. ไลทอปค่อนข้างไวต่อสารเคมีและยา หากหลีกเลี่ยงได้ ควรใช้เป็นพวกชีวภัณฑ์แทน หรือถ้าจำเป็นต้องใช้ยา ควรผสมให้อ่อนหรือเจือจางลง
7. ปุ๋ย หรืออาหารบำรุง โดยส่วนมากจะนิยมใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ และไม่ควรให้บ่อย หรือเยอะไป เพราะจะทำให้ต้นโตแบบผิดฟอร์ม หรือสีสันจะออกเขียว มากกว่าสีสันที่เป็นลักษณะของต้น เพราะได้รับไนโตรเจนสูงมากไป

วิธีเลี้ยงและดูแลโดยหลักๆ คือ การเริ่มต้นที่ดี หากปัจจัยทุกอย่างพอดีเหมาะสม
เจ้าไลทอปก็ไม่ตายง่าย และทนทาน เจริญเติบโตได้ดี

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ
ได้ที่ www.facebook.com/cactusway

 


🌵🌱สินค้าเกี่ยวกับ แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช ผักสวนครัว ผักออแกนิค สวนถาด บอนไซ
all_productall_product2all_product32all_product33all_product35all_product5all_product6all_product10all_product17all_product18more_button

 

how-to-lithops-care-1

ดินปลูกไลทอป สูตรพรีเมี่ยม (Premium Lithops Soil Mix)


lithops_soil.jpg

ไลทอป ต้องการลักษณะดินที่ไม่อมความชื้นเยอะ แต่ก็ไม่ควรแห้งเกิน จนเก็บความชื้นไม่ได้เพราะจะทำให้ต้นเหี่ยวย่น ด้วยลักษณะรากที่เป็นรากเล็กๆ ฝอยๆ จึงต้องการดินที่ค่อนข้างร่วนและไม่จับตัวแน่น เพื่อให้รากชอนไชได้ง่าย

ปัญหาที่พบบ่อยในการปลูกและเลี้ยงคือ ความอ่อนไหวของต้นกับความชื้น ถ้าหากมีความชื้นเยอะมาก ดินอัดแน่น ดินแห้งช้า ก็จะทำให้เกิดการเน่าโคนต้นได้ง่าย หรืออาจจะทำให้ต้นปริแตกได้ เพราะในธรรมชาตินั้น ไลทอป จะอาศัยอยู่บริเวณผิวดิน ตามแนวซอกหิน ลักษณะดินจะเป็นดินผสมหิน ดินจะโปร่งไม่จับตัวแน่น

lithops_habitat
Photo : Pinterest

ฉะนั้นลักษณะดินปลูกไลทอปของทางร้าน จะเป็นคนละคุณลักษณะกับดินปลูก แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำอื่นๆ เพื่อให้เหมาะกับการปลูกไลทอป โดยจะเน้นการใช้ดินญี่ปุ่น หินภูเขาไฟ เป็นหลัก และเสริมด้วยวัสดุที่ช่วยเรื่องแร่ธาตุ และเพิ่มความโปร่งให้กับดินปลูก


📌 ส่วนผสมดินปลูกไลทอป สูตรพรีเมี่ยม
• ดินอคาดามะ • ดินคานูมะ • หินภูเขาไฟลาวาดำ • เพอร์ไลต์ • เวอร์มิคูไลต์ • หินภูเขาไฟ 00 • แกลบดำ • พีทมอส • ทรายหยาบ • ปุ๋ยอินทรีย์
** ดินเป็นสูตรออแกนิค ไม่มีส่วนผสมของยา และสารเคมีอันตราย

lithop_soil22.jpgดินผสมพร้อมปลูก ไลทอป Mini3garden
ขนาด 500 กรัม

ราคา 55 บาท

( ราคาพิเศษ จาก 65 บาท )

( 2 ถุง 120 บ. ลดเหลือ / 100 บาท )

** ราคาสินค้าไม่รวมค่าจัดส่ง
สั่งซื้อผ่าน Facebook

2156556
Linebutton

lithop_soil-reboot.jpg

คำแนะนำ ในการปลูกลงดิน
ควรตัดแต่งรากก่อนนำมาปลูก และหลังจากปลูกลงดิน ให้โชยน้ำ หรือใช้สเปยร์พ่นน้ำ หน้าดินเล็กน้อยให้พอมีความชื้นพอประมาณ
และงดรดน้ำ 3-4 วัน หลังจากลงปลูก หลังจากนั้นก็สามารถรดน้ำ และดูแลตามปกติ

lithops_soil.jpg

ชุดปลูก กระบองเพชร (Cactus) Medium Set (ขนาดกลาง)


medium-set.jpg

ใช้ปลูก เปลี่ยนกระถาง กระบองเพชร แคคตัส กุหลาบหิน ไม้อวบน้ำ

1 ชุด ประกอบด้วย / 4 อย่าง

———————
— ดินผสมพร้อมปลูก กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ–
1 กิโลกรัม
— ดินญี่ปุ่น อคาดามะ ใช้โรยหน้ากระถาง —
450 กรัม
— หินภูเขาไฟ เบอร์ 02 ใช้รองก้นกระถาง —
300 กรัม
— มาเต็ม มูลค้างคาว ใช้ใส่บำรุง ต้น ราก เร่งดอก เพิ่มความสมบูรณ์ แข็งแรง —
150 กรัม

เปรียบเทียบ ขนาดการปลูกโดยประมาณ
กระถาง 2 – 2.5 นิ้ว ปลูกได้ ประมาณ 10 -20 กระถาง
กระถาง ขนาด 3 – 3.5 นิ้ว ปลูกได้ ประมาณ 5 -10 กระถาง
กระถาง ขนาด 4 – 4.5 นิ้ว ปลูก ได้ประมาณ 3 – 5 กระถาง
**โดยขนาดเป็นการประมาณทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึก และทรงของกระถางที่ใช้ปลูก อาจจะทำให้ได้มากหรือน้อยกว่าที่ระบุ**

ราคา 150 บาท

** ราคาไม่รวมค่าจัดส่ง**
สั่งซื้อผ่าน Facebook

2156556

Linebutton

soil_16_9_best_seller

pumice-medium-set.jpg

akadama-medium-set.jpg

matem-150g

medium-set.jpg

วัสดุปลูกพรีเมี่ยมเซต / 5 อย่าง ( Premium Planting Meterial Set)


premium-planting-material_16-9.jpgวัสดุปลูกพรีเมี่ยมเซต / 5 อย่าง

เป็นวัสดุที่มีแร่ธาตุในตัว สามารถใช้ โรยหน้ากระถาง ล่อราก ผสมดินปลูก
ขนาดบรรจุ
– เม็ดดินเผา 100 กรัม
– หินภูเขาไฟ ( เบอร์ 00 )  100 กรัม
– ดินอคาดามะ 200 กรัม
– ดินคานูมะ 100 กรัม
– หินลาวาดำ 250 กรัม

ราคา 75 บาท

น้ำหนักรวม 750 กรัม
** ราคาสินค้าไม่รวมค่าจัดส่ง**
สั่งซื้อผ่าน Facebook1_V7RXLq9cs33bTsRZYMBpKgLinebutton

premium-planting-material_detial.jpg

หินภูเขาไฟเบอร์ 00 / PUMICE

มีธาตุ อะลูมิเนียม แคลเซียม เหล็ก และแมกนีเซียม ซึ่งธาตุเหล่านี้ ช่วยในการดูดซับฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ช่วยเก็บกักธาตุอาหารพืช เพิ่มอากาศในดินช่วยให้ไม่เกิดการอับชื้นอากาศในดินถ่ายเทได้ดี ช่วยควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงเกินไปและ ช่วยป้องกันไม่ให้ดินจับตัวเป็นก้อน

• ดินญี่ปุ่น อคาดามะ / AKADAMA

อุดมไปด้วย ธาตุอาหารที่มีประโยชน์กับพืชและต้นไม้ เป็นวัสดุปลูกที่มีค่า PH ที่เป็นกลางเหมาะกับการเจริญเติบโตของต้นไม้ ลดปัญหาอาการรากเน่าในดิน เพราะไม่มีอินทรีย์วัตถุผสม ดินมีลักษณะความพรุนและโปร่งในตัวสูง ทำให้เก็บกักความชื้นได้พอดีและเหมาะสม

• หินลาวาดำ / BLACK VOLCANO

หินลาวา หรือหินภูเขาไฟสีดำ มีแร่ธาตุในตัว เนื้อหินเป็นลักษณะทรายเนื้อหยาบ มีผสมกันทั้งเล็กใหญ่ มีความโปร่ง พรุนสูง แห้งไว้ ช่วยให้อากาศในดินถ่ายเทได้ดี ทำให้ดินในกระถางระบายความชื้นได้ง่าย และสีจะอ่อนลงเมื่อดินแห้ง ช่วยให้สังเกตความชื้นในดินก่อนรดน้ำได้ง่าย

• เม็ดดินเผา / POPPER

วัสดุปลูกที่มีค่า PH เป็นกลาง ปราศจาก เชื้อโรคในดิน ใช้ล่อรากแคคตัส ไม้อวบน้ำใช้ฟื้นฟู แคคตัส อาการโคนยุบ รากแห้ง ขาดน้ำ ระบบรากเสีย สามารถใช้ทดแทนวัสดุปลูกพืชไร้ดินใช้ผสมดินปลูกต้นไม้ เก็บความชื้นได้ดี ช่วยเพิ่มช่องอากาศในดิน ลดการเกาะตัวของดิน

• ดินคานูมะ / KANUMA

อุดมไปด้วย ธาตุอาหารที่มีประโยชน์กับพืชและต้นไม้ เป็นวัสดุปลูกที่มีค่า PH ที่เป็นกลางเหมาะกับการเจริญเติบโตของต้นไม้ ทำให้เก็บกักความชื้นได้พอดีและเหมาะสม น้ำหนักเบา อุ้มน้ำได้พอเหมาะ

premium-planting-material_16-9.jpg

กระถางพลาสติก 4 นิ้ว กลม ทรงปากแตร ญี่ปุ่น


cactus-plastic-pot-japan-style-4inc-2กระถางพลาสติก 4 นิ้ว สูง 4.25 นิ้ว
กลม ทรงปากแตร ญี่ปุ่น สี ขาว

1 ใบ / ราคา 20 บาท
————————–
5 ใบ / ราคา 90 บาท
————————–
20 ใบ / ราคา 320 บาท

น้ำหนักประมาณ 20 กรัม / ใบ
** ราคาสินค้าไม่รวมค่าจัดส่ง**
สั่งซื้อผ่าน Facebook1_V7RXLq9cs33bTsRZYMBpKgLinebutton

cactus-plastic-pot-japan-style-4inc-3.jpg

cactus-plastic-pot-japan-style-4inc-2